Angry Youth interview Fungjaizine Cinema Sessions

Article Import

ตามมาชมเบื้องหลังดนตรีป๊อปพังก์อันเดือดดาลของ Angry Youth ใน Cinema Sessions

เดินทางมาถึงวงที่สามในโปรเจกต์ Cinema Sessions แล้ว รอบนี้มากับ Angry Youth วงที่มีความเดือดดาลของดนตรีป๊อปพังก์เป็นพื้นฐาน แล้วนำดนตรีอื่นอย่างฮาร์ดร็อก โซล และบลูส์มาผสมกันได้อย่างลงตัว บอกได้เลยว่าผลลัพธ์ที่ออกมานั้นน่าตื่นเต้น และน่าจะทำให้หลาย ๆ คนติดใจในซาวด์ดนตรีอันสดใหม่ของพวกเขาอย่างแน่นอน

Angry Youth behind the scene in Cinema Sessions

“เฮ้! เป่าหน่อยซิ” เสียงตะโกนอย่างติดตลกดังมาจาก A-Guo นักร้องนำของวง ก่อนที่มือแซ็กโซโฟนอย่าง Da-Bian จะเริ่มบรรเลงเป่าเครื่องลมทองเหลืองของเขาอย่างเท่ ๆ เสียงนั้นดังมาจากวง Angry Youth ผู้กำลังอัด live session ที่ YuChen Studio ในช่วงบ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซีนดนตรีที่ไต้หวันมีการหยิบยกความโกรธโลกมาพูดถึงมากขึ้น อย่างเพลง Teen Edge ของ Your Woman Sleep with Others Stranded People จาก Constant & Change หรือแม้แต่ People Down There ของ Obviously ก็เป็นหนึ่งในเพลงที่สะท้อนปรากฏการณ์ความไม่พอใจสังคมได้อย่างชัดเจน ซึ่งเพลงเหล่านี้ได้ส่งอิทธิพลดนตรีมาถึงวงในปัจจุบัน ดังที่เราจะเห็นว่าพวกเขาใช้ศัพท์อย่าง ‘misanthropic’ (เกลียดมนุษย์), ‘angry’ (โมโห) มาเป็นชื่อวงดนตรี

เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น เรารู้มาอีกว่าพวกเขาได้รับอิทธิพลมาจากวงรุ่นเก๋าที่มีภาพลักษณ์ป่วน ๆ ตลก ๆ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการแสดงสดที่สนุกสนานทั้ง LTK Commune, The Clippers Band และ Children Sucker ที่โด่งดังเมื่อหลายปีก่อน

Angry Youth band in front of YuChen Studio Cinema Sessions

“อ้อ แล้วก็วงญี่ปุ่น GING NANG BOYZ!” A-Guo นักร้องนำวัย 27 ปี พูดขึ้นมาตอนสูบบุหรี่อยู่นอกสตูดิโอ พลางสนทนาเกี่ยวกับวงที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขา ซึ่งจุดตั้งต้นของวง Angry Youth นั้นก็เริ่มมาจากชายหนุ่มผู้นี้นี่เอง เขาได้ไปเจอกับสมาชิกคนอื่น ๆ ในวงตอนอยู่มหาลัย หนึ่งในนั้นก็คือ Bin-Lang หัวหน้าวงและมือกีตาร์ของวง โดยจากนั้นพวกเขาก็เริ่มเสพดนตรีพังก์ A-Guo ได้เล่าเพิ่มเติมว่าเขาชื่นชอบอัลบั้ม Transformer ของศิลปินผู้ล่วงลับไปแล้วอย่าง Lou Reed มาก และยังกล่าวเสริมอีกว่าแต่ยังไง Iggy Pop ก็คือศิลปินที่ผมชอบที่สุดตลอดกาล เขาน่ะเหมือนปีศาจเลยเวลาที่เขาอยู่บนเวที

วง Angry Youth เป็นวงที่ประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งหมดเจ็ดคน ซึ่งนอกจาก A-Guo กับมือคีย์บอร์ดอย่าง Mozzart แล้ว สมาชิกคนอื่นล้วนมาจากมหาลัยเดียวกันหมด และยังเรียนสาขาดนตรีแจ๊สอีกด้วย ซึ่งนี่ทำให้พวกเขาไม่ใช่แค่วงเด็กพังก์ธรรมดา ๆ

ในเดือนกรกฎาคมปี 2018 พวกเขาได้ปล่อยอัลบั้มเดบิวต์ที่ชื่อ Campus Romance ออกมา วงใช้เวลากว่าสองปีในการขัดเกลาอัลบั้มนี้ให้ออกมาเสร็จสมบูรณ์ ภายในอัลบั้มนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยดนตรีพังก์และแจ๊สที่ผสมออกมาได้อย่างลงตัว หรือที่พวกเขาเรียกกันว่าแนว ‘tourette rock’

Angry Youth with producer at YuChen studio Cinema Sessions

“มันเป็นอัลบั้มที่เล่าผ่านจินตนาการเรื่องเพศขำ ๆ หรือไม่ก็เป็นเรื่องพลังวัยรุ่น” Bin-Lang หัวหน้าวงได้เล่าเราฟังก่อนเริ่มการสัมภาษณ์ เขายังกล่าวต่ออีกว่า “เพลงแรกที่พวกเราได้แต่งนั้นก็คือ Tourette Syndrome ซึ่งมันมีเนื้อหาเกี่ยวกับโรค ‘tourette’ ที่คนเป็นจะมีอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ หรือเปล่งเสียงซ้ำ ๆ ผมเชื่อว่าคนทุกคนมักจะมีความลำบากในการปรับตัวให้เข้ากับสังคม บางคนก็น้อย บางคนก็มาก แล้วพอตอนที่เราได้เล่นเพลงนี้ มันก็เหมือนกับเป็นการให้พวกเขาได้ปลดปล่อยอารมณ์และระบายสิ่งอัดอั้นในใจออกมา”

เพลง Tourette Syndrome ได้ถูกวางไว้เป็นเพลงสุดท้ายของอัลบั้ม มันเป็นเพลงสไตล์ร็อกแอนด์โรลแบบที่หาฟังไม่ค่อยได้ในไต้หวัน ด้วยความยาวถึง 8 นาที โดยท่อนคอรัสของเพลงนี้ได้หยิบยกไอเดียมาจากเพลงกล่อมเด็กอย่าง Twinkle, Twinkle, Little Star เพื่อแสดงถึงความโศกเศร้า ส่วนเพลง It Just Disappear Like That อีกเพลงดังของวงที่ใช้ live session ในวันนี้ได้อิทธิพลมาจากคัมภีร์ทางศาสนาอย่างปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร (Heart Sutra) และเนื้อเพลงของพวกเขาก็ยังกล่าวถึงพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรอีกด้วย นับเป็นเรื่องราวที่เราไม่ค่อยพบเห็นในเนื้อเพลงสักเท่าไหร่

(เนื้อเพลงท่อนคอรัส: เมื่อพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรได้เพ่งวิปัสสนาอย่างล้ำลึกจนเกิดปรัชญาปารมิตา ท่านได้เล็งเห็นว่าสรรพสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดมานั้นล้วนว่างเปล่า และประกอบไปด้วยขันธ์ 5 อันเป็นบ่อเกิดทางปัญญาของพุทธศาสนาที่ช่วยให้ท่านก้าวผ่านทุกข์ทั้งหลาย ซึ่งหัวใจหลักของพระสูตรนั้นมีอยู่ว่า รูปนั้นไม่ต่างไปจากความว่างเปล่า และความว่างเปล่านั้นไม่ต่างไปจากรูป ซึ่งรูปก็คือความว่างเปล่า และความว่างเปล่านั้นก็คือรูป รวมไปถึงเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณนั้นก็ล้วนว่างเปล่าทั้งสิ้น)

“ความรักนั้นคืออะไร?” Bin-Lang ได้กล่าวต่อไปอีกว่าเพลง It Just Disappear Like That นั้นยังเป็นเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักระหว่างชายหนุ่มและหญิงสาว ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจจากการไปงานศพของคุณปู่ของเขา ที่ ๆ เขาได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับคัมภีร์ศาสนาเรื่องปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร ทีนี้เขาก็เลยเกิดไอเดียขึ้นมาว่าถ้าเพลงของเขาได้นำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ออกมาในมุมมองนี้ มันจะต้องน่าสนใจมากแน่ ๆ

Angry Youth singer at YuChen Studio Cinema Sessions Taiwan

นอกจากนี้แล้ว Angry Youth นับเป็นวงที่มีประสบการณ์โชกโชนด้านการแสดงสดเลยทีเดียว พวกเขาได้ถึงสองรางวัลจากงาน Taiwan Hohaiyan Rock Festival แต่ Cinema Sessions ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้อัด live session อย่างจริงจัง กับเพลงใหม่อย่าง It Just Disappear Like That นอกจากนี้ก็มี Love You Again เพลงจาก EP แรก ๆ ในปี 2015 อีกด้วย และถึงแม้สองเพลงที่ใช้อัดนี้อาจจะฟังคล้าย ๆ กัน แต่ว่าทางวงก็ได้ร่วมกันรีอะเรนจ์เพลงเพื่อสร้างมิติใหม่ใน live session ครั้งนี้

Da-Bian ได้เผยว่า “ตั้งแต่สมัยแรก ๆ ที่เราตั้งวงจนมาถึงปัจจุบัน พวกเราได้มีการลองปรับเปลี่ยนการเรียบเรียงเพลงขึ้นใหม่บ่อยครั้ง แต่วงเราดันไม่มีโอกาสที่จะบันทึกเพลงแบบดี ๆ เลย ซึ่ง live session นี้แหละเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ใช้ทรัพยากรของที่นี่รีดประสิทธิภาพของวงเราออกมาให้ดีที่สุด” จากนั้น Bin-Lang ก็อธิบายเพิ่มเติมว่า “ความแตกต่างระหว่างแบบออดิโอกับ live session นี้ก็คือมันจะมีท่อนให้ Obama มือเบสและให้มือแซ็กโซโฟนโชว์โซโล่ ลองฟังดูสิ ผมว่ามันเจ๋งมาก ๆ ”

“ช่วงนี้ผมค่อนข้างยุ่ง เพราะนอกจากเล่นดนตรีก็ยังต้องไปสอนด้วย แต่ผมก็รักในสิ่งที่ทำมาก ๆ เลยเลือกที่จะมุ่งมั่นกับอาชีพนักดนตรีต่อไป” Bin-Lang ทำวงดนตรีถึงสามวงในในเวลาเดียวกัน แถมก่อนมาอัด live session นี้เค้ายังเท้าแพลงตอนเล่นในงานมิวสิกเฟสติวัลก่อนหน้านี้ด้วย “ผมยอมทนเหยียบเอฟเฟกต์ wah-wah ถึงแม้ว่าข้อเท้าผมจะยังเจ็บอยู่ก็ตาม เพราะผมอยากให้วิดีโอนี้มันออกมาดูดีที่สุด” 

ชมวิดิโอ live sessions ของทั้งสองเพลงได้ที่นี่

ชมคลิปอื่น ๆ ใน CINEMA SESSIONS ที่นี่

 

อ่านต่อ
Cinema Sessions ส่งตรงวงไต้หวันสุดเจ๋ง ผ่านโชว์สุดเนี้ยบในสตูดิโอโรงหนังเก่า
‘I Mean Us’ เบื้องหลังจาก YuChen Studio สู่เบื้องหน้าที่คุณจะได้สัมผัสใน Cinema Sessions
เบื้องหลังการทำงานอวลด้วยเสน่ห์ของ The Chairs สู่ดนตรีที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาใน Cinema Sessions

Facebook Comments

Next: