สงคราม สั่งแผ่น: อย่าเพิ่งเปิดพรีจนกว่าคุณจะได้อ่านคอนเทนต์นี้

Article Guru

ขายแผ่นยังไงไม่ให้ดราม่า: รวมแพลตฟอร์มขายของสำหรับศิลปินยุคนี้!

ช่วงนี้ไม่ว่าศิลปินจะเปิดขายสินค้าอะไร ก็ล้วนมีคนแย่งกันเพื่อได้ครอบครอง และแทบทุกครั้ง ก็เกิดดราม่ากันเกือบทุกครั้ง คนอยากซื้อก็ซื้อไม่ทัน เผลออีกทีพ่อค้าลงขายเต็มกรุ๊ปเฟสบุ๊ก ซึ่งวันนี้เราขอมาแนะนำแพลตฟอร์มการขายที่เหล่าศิลปินควรใช้เพื่อตัดปัญหาดราม่าที่จะเกิดขึ้นในการเปิดสั่งสินค้าจ้า

Google Form

ราคา: ฟรี
ระบบสต็อก: ต้องทำเอง
ระบบส่งของ: ไม่มี

Google Form Exampleวิธีตัดปัญหาดราม่าใด ๆ ที่จะเกิดจากกับรับพรีออเดอร์ หรือการขายสินค้าที่มีจำนวนจำกัด เพราะมี timestamp แจ้งชัดเจนว่า สั่งแผ่นเข้ามาเสี้ยววินาทีที่เท่าไหร่ แถมยังไม่ล่ม ต่อให้เปิดสั่งจำนวนเยอะ ๆ ข้อเสียคือยุ่งยากสำหรับลูกค้ามาก ๆ เพราะถ้าให้โอนก่อนสั่งก็ต้องวุ่นวายไปกดโอนแล้วมาแปะ แถมยังไม่สามารถปิดสต็อกได้ทันท่วงที อาจมีคนโอนแล้วของหมด หรือถ้าให้ลูกค้าโอนทีหลังก็ต้องเสียเวลาให้ลูกค้าทักมาหาร้านทางช่องทางออนไลน์ หรือรอตอบเมลยืนยันอีก ถ้าออเดอร์ไม่เยอะ หรือค่อย ๆ ทยอยมาก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นสงครามพรีออเดอร์ละก็​ เลื่อนไปอ่านต่อแล้วเลือกทางอื่นเถอะ

วิธีใช้: เข้าไปที่ forms.google.com จากนั้นสร้างฟอร์มหรือใช้ template ที่มีอยู่ (เช่นด้านบน) แล้วนำข้อมูลจาก google sheets ที่ได้มาสรุปข้อมูล

 

FB Shops

ราคา: ฟรี
ระบบสต็อก: มี
ระบบส่งของ: ไม่มี

ระบบขายของใน Facebook ที่ทุกคนสามารถใช้ได้ฟรี แถมยังลิงก์กับ Instagram Direct, Whatsapp, Messenger ให้สามารถขายได้ง่าย ๆ โดยเมื่อลูกค้าเข้ามาดูหน้าเฟสบุ๊กของเรา พวกเขาก็สามารถเลือกว่าจะกด add to cart หรือทักมาสอบถามผู้ขายได้โดยตรง ซึ่งเรื่องสต็อกก็สามารถคีย์เข้าในระบบของเฟสบุ๊กเอง หรือจะลิงก์จากเว็บภายนอกอย่าง Shopify ก็ทำได้จ้า สำหรับสายไลฟ์ ทั้งเฟสบุ๊กและอินสตาแกรม นี่คือโอกาสทองที่คุณจะขายได้เพิ่ม เพราะลูกค้าสามารถกดซื้อของจากในไลฟ์ได้เลย! นอกจากนี้ก็มีระบบ reward ที่สามารถแจกคูปอง รวมถึงให้ลูกค้าสามารถเก็บสะสมแต้มได้อีกด้วย

อย่างไรก็ดี ระบบนี้จะไม่ครอบคลุมไปถึงพิมพ์จ่าหน้า พิมพ์เลขพัสดุ และแจ้งเลขพัสดุ สำหรับการเปิด สั่งแผ่น ทีละหลายร้อยออเดอร์ก็คงไม่เวิร์กเท่าไหร่ ซึ่งระบบนี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กในสหรัฐอเมริกาสามารถใช้กันได้แล้วตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก็ต้องมารอดูกันว่า เมื่อไหร่จะมาถึงชนชาตินักขายอย่างไทยจ้า

 

Shopee

ราคา: ฟรี ยกเว้น Shopee Mall
ระบบสต็อก: มี
ระบบส่งของ: มี

ร้านค้าออนไลน์ที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคย ซึ่งการสมัครขายก็ทำได้ง่าย ๆ แถมยังฟรี โดยทาง Shopee ก็เป็นพาร์ตเนอร์กับ Kerry, ไปรษณีย์ไทย, J&T Express, DHL, Best Express และ ninjavan ทำให้ผู้ขายจะได้ลดค่าส่งสูงถึง 40 บาท แถมระบบก็เป็นมิตรกับผู้ซื้อที่ต้องให้กดยืนยันรับสินค้าก่อน ผู้ขายถึงจะได้เงิน รวมถึงมีระบบชำระเงินปลายทาง ซึ่งสร้างความรู้สึกมั่นใจให้กับลูกค้า นอกจากนี้ระบบคำนวณราคาค่าส่งก็ช่วยให้ผู้ขายไม่ต้องมาควักเนื้อ และหากเราเปิดพรีออเดอร์ก็สามารถแจ้งว่าเราจะเตรียมจัดส่งนานกว่าปกติได้ด้วย แต่ข้อเสียก็คือผู้ขายจะได้รับเงินสัปดาห์ละครั้งผ่านทางระบบ ทำให้ถ้าอยากได้เงินก้อนไว ๆ ไปหมุนก็จะไม่สะดวกเท่าไหร่

วิธีใช้: สมัครผ่าน shopee.co.th ได้เลยจ้า

 

Fillgoods

ราคา: ฟรี
ระบบสต็อก: มี
ระบบส่งของ: มี

ระบบขายของที่น่าสนใจมากเนื่องจากฟรี แถมยังเป็นพาร์ตเนอร์กับบริษัทขนส่งอย่าง SCG Express และ Flash Express ทำให้ได้ค่าส่งที่ราคาถูกลง อัพเดตสถานะเรียลไทม์ มีเจ้าหน้าที่ตามพัสดุให้เพื่อลดโอกาสตีกลับ ถ้าส่งกับทาง SCG Express ก็มีระบบออก tracking number ด้วย โดยระบบมีการสรุปยอดขาย ยอดสั่งซื้อ ฯลฯ ให้เรา ซึ่งวิธีการขายก็สามารถทำได้จากหลากหลายช่องทาง เมื่อลูกค้าตกลงสั่งซื้อ เราก็สามารถมาสร้างออเดอร์ในระบบ แล้วก๊อปเลขออเดอร์, รายการสินค้า, ยอดรวม, การขนส่ง, วิธีการชําระเงิน และ ชื่อ – ที่อยู่ลูกค้า ส่งให้ลูกค้าเพื่อโอนเงินได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถเปิดระบบตัวแทนเพื่อให้ร้านอื่น ๆ นำไปขายต่อได้ (เหมาะสำหรับการเปิดพรีออเดอร์แผ่นพร้อมกันหลาย ๆ ร้าน) แถมยังแจ้งเตือนถ้ามีการสั่งซื้อซ้ำด้วย

วิธีใช้: สมัครผ่าน fillgoods.co ได้เลย

 

Page 365

ราคา: ฟรี แอดมิน 1 คน / แพคเกจ solo แอดมิน 2 คน 499 ต่อเดือน / แพคเกจ Pro แอดมิน 6 คน 1,199 ต่อเดือน / แพคเกจ SME แอดมิน 15 คน 4,999 ต่อเดือน
ระบบสต็อก: มี
ระบบส่งของ: มี

ระบบที่เชื่อมโยงแชตเฟสบุ๊ก LINE@ รวมถึงคอมเมนต์เฟสบุ๊กและอินสตาแกรม โดยไม่ต้องเปลี่ยนแอปไปมา ทำให้คุณสามารถตอบแชทของทั้งนัก CF ใต้โพสต์, ในไลฟ์ และลูกค้าที่ทักอินบอกซ์ไปได้พร้อม ๆ กัน โดยมีระบบตอบอัตโนมัติที่ตอบตามคีย์เวิร์ดของลูกค้าเช่น สินค้านี้ค่าส่งเท่าไหร่ สินค้าพร้อมส่งไหม ฯลฯ รวมถึงระบบเดาคำตอบที่ช่วยเลือกคำตอบที่ปกติเราต้องตอบซ้ำ ๆ มาให้เราไม่ต้องพิมพ์เอง โดยลูกค้าจะแจ้งการโอนเงินในระบบพร้อมพิมพ์ที่อยู่ แล้วระบบก็จะออกเลขพัสดุให้ ลดภาระของแอดมินไปได้เยอะมาก ๆ และยังสามารถให้ลูกค้าชำระเงินผ่านบัตรเครดิต ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นสำหรับออเดอร์ราคาแพง โดยมีหน้าสรุปสถิติที่สามารถเลือกดูเฉพาะช่วงเวลาได้ ทำให้รู้ว่าตอนนี้ยอดขายเท่าไหร่ อะไรขายดี และสำหรับใครที่อยากเพิ่มช่องทางการขายในเว็บไซต์ ก็สามารถเปิดหน้าร้านผ่านระบบได้เลย ฟรีจ้า

วิธีใช้: สมัครผ่าน page365.net ได้เลย

 

Lnwshop

ราคา: ฟรี / Combo 1 มีโดเมน 1,800 บาทต่อปี / Combo 2 ออกใบส่งพัสดุได้ 4,200 บาทต่อปี  / Combo 3 ขายผ่าน Shoppee, Lazada ได้ 8,800 บาทต่อปี  / Combo 4 ขายใน 5 ภาษาต่างประเทศ 17,500 บาท  / Combo 5 ขายผ่านทุกช่องทางแบบไม่จำกัดจำนวน 23,400 บาทต่อปี
ระบบสต็อก: มี
ระบบส่งของ: มี (มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)

เว็บไซต์ E-Commerce ชื่อดังของไทย ที่ให้คุณเปิดหน้าร้านได้ง่าย ๆ ไม่ต้องมาคอยตอบแชต แถมยังรับเงินได้ทั้งการโอนเงิน, บัตรเครดิต, Counter Service, LINE Pay, PayPal และอีกมากมาย (หมดปัญหา ‘รับวอเล็ตมั้ยพี่’) โดยสามารถจัดการระบบสต็อกของทุกช่องทางขายได้ภายใน Lnwshop เลย ฟรีหมด! แต่ หากจะสร้างใบปะหน้าพัสดุพร้อมบาร์โค้ดจาก ไปรษณีย์ไทย, Alpha fast, CJ Logistics หรือ Flash Express ต้องอัพเกรดเป็นแพคเกจ Combo 2 ปีละ 4,200 บาท แต่ก็นับว่าคุ้มมากเพราะเลือกได้เยอะ แล้วยังมาพร้อมบริการจดโดเมนด้วยจ้า

วิธีใช้: สมัครผ่าน lnwshop.com ได้เลยจ้า

 

Shopify

ราคา: ฟรี 14 วัน / Basic Shopify $29 ต่อเดือน (ประมาณ 910 บาท) แอดมิน 2 คน / Shopify $79 ต่อเดือน (ประมาณ 2,490 บาท) แอดมิน 5 คน มีระบบ report / Advnace Shopify $299 ต่อเดือน (ประมาณ 9,410 บาท) แอดมิน 15 คน และเรตรูดบัตรเครดิตเพียง 2.4% —มีส่วนลด 10% สำหรับการจ่ายรายปี และ 20% สำหรับการจ่ายราย 2 ปี
ระบบสต็อก: มี
ระบบส่งของ: มี

เว็บไซต์ E-Commerce จากแคนาดาที่สร้างระบบสุดซิมเปิ้ลจนคนเลือกไปใช้กันทั่วโลกกว่า 1 ล้านร้าน! โดยสามารถเชื่อมระบบหน้าร้านเข้ากับระบบออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย ผ่านโดเมน .myshopify.com และมีหน้าร้านสุดดึงดูดได้ง่าย ๆ ด้วย template ที่มีให้เลือกเต็มเน็ต หรือจะนำระบบไปใช้กับเว็บของตัวเองที่มีอยู่แล้วก็ได้ ทางระบบไม่จำกัดจำนวนสินค้า สามารถปรินต์จ่าหน้าได้ โดยคุณยังสามารถลิงก์ Shopify เข้ากับ อินสตาแกรม, Facebook Shops, Amazon และ eBay ได้ด้วยจ้า ข้อดีก็คือ ทาง Shopify จะลิงก์ข้อมูลของลูกค้าเอาไว้ ทำให้ไม่ว่าจะซื้อผ่านร้านไหนที่ขายกับ shopify เราก็ไม่ต้องมาเสียเวลาล็อกอินและกรอกที่อยู่ เพิ่มโอกาสในการขายได้มาก แล้วยังมีการเมลมาตามถ้าเราไม่กดซื้อของด้วยนะ ร้าย ๆ

 

ซึ่งนอกจากที่เรากล่าวมาแล้ว ก็ยังมี Zort, Shipnity, Xcommerce, Thaibackoffice ฯลฯ ให้คุณเลือกใช้ตามความเหมาะสมด้วยจ้า คราวหน้าที่เปิดพรีแผ่น ไม่เอาแบบทักอินบอกซ์แล้วทยอยตอบแล้วนะ มันเชยแล้ว!อ่านต่อ

อัลบั้มนี้ขายได้เท่าไหร่? รวมหนทางหารายได้จากแผ่นเสียงวงอินเตอร์ที่เรามี

Merchandise 2.0 พาไปส่องของประหลาดที่ศิลปินระดับโลกทำขาย ภาคสายดุ

เช็คให้ดีก่อนซื้อเสื้อวงมือสอง! เสื้อปลอมไม่ได้ทำร้ายแค่ศิลปิน แต่ยังทำลายวงการดนตรีด้วย

ยอดฟังมีความหมาย! หลากหลายวิธีที่ Music Streaming ช่วยเหลือศิลปินในวิกฤติโควิด

 

อ้างอิง
mark zuckerberg launches facebook shops to help small businesses sell online “Facebook Shops” ร้านค้าออนไลน์ที่จะสั่นสะเทือนแพลตฟอร์ม E-Commerce ทั่วโลก
Facebook Comments

Next:


Malaivee Swangpol

มิว (เรียกลัยก็ได้)​ โตมาข้าง ๆ วงมอชแต่ตอนนี้ฟังทุกแนว ชอบอ่านหนังสือ ตามหาของกินอร่อย ๆ และตอนนี้ก็คงกำลังวางแผนเที่ยวรอบโลกอยู่