Article Import

Jane Birkin และ Charlotte Gainsbourg ศิลปินแม่ลูกที่รับส่งพลังสร้างสรรค์ซึ่งกัน

  • Writer: Montipa Virojpan
  • Photographer: Paco Amate

นอกจากที่เราจะมีโอกาสได้ไปเก็บภาพบรรยากาศของเทศกาลดนตรี Primavera Sound 2018 ที่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปนมาเล่าให้ทุกคนได้อ่านกันช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาแล้ว Fungjaizine ยังได้เป็นส่วนหนึ่งของงานแถลงข่าวที่พิเศษสุด เพราะนี่คือการปรากฏตัวของสองแม่ลูกผู้เป็นไอคอนของแวดวงภาพยนตร์ฝรั่งเศสและภาพยนตร์ทางเลือก ที่หนนี้มาในฐานะศิลปินที่จะแสดงในงานเดียวกันเป็นครั้งแรก Jane Birkin และ Charlotte Gainsbourg ผู้เป็นแรงบันดาลใจของ Serge Gainsbourg ศิลปินคนสำคัญของโลกได้สร้างสรรค์ผลงานทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา และสิ่งที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้คือเรื่องราวที่นอกเหนือไปจากเพลงของพวกเธอ แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกที่คอยส่งพลังสร้างสรรค์ในการถ่ายทอดงานศิลปะซึ่งกันและกัน ในงานแถลงข่าวครั้งนี้ก็มีสื่อจากทั่วโลกเข้าร่วมถามตอบประเด็นดังกล่าวตลอดครึ่งชั่วโมง

รู้สึกยังไงที่ฮอลลิวู้ดให้ความสำคัญและตระหนักถึงประเด็น sexual harassment มากขึ้น

ชาร์ล็อต: เราจะเริ่มกันที่คำถามนี้จริง หรอคะ (หัวเราะ) จะให้คนจากสอง generations มาถกกันเรื่องนี้จริงหรอฉันรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นค่ะ แต่ในมุมของฉันเอง ฉันอาศัยอยู่ที่นิวยอร์กแค่สองสามปี ดังนั้นสิ่งที่ฉันทำได้ก็ยังคงเป็นการมองด้วยทัศนคติแบบคนฝรั่งเศส ซึ่งดูเหมือนว่ามันเป็นมาตรการที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ เพราะการประนามผ่านทางโซเชียลมีเดียมันก็สามารถทำลายโอกาสของใครหลายคนได้เหมือนกัน แต่ขณะเดียวกันมันก็จำเป็นเพื่อให้สังคมการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นกับทุกฝ่าย แต่แน่นอนค่ะ การได้ออกมาพูดสิ่งที่เกิดขึ้น หรือทำให้สังคมรับรู้ว่าสิ่งที่คุณถูกกระทำมันไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับกันได้ ก็ยังเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่

เจน: ฉันคิดเหมือนกันนะคะ เหมือนว่าตอนนี้มันคือการปฏิวัติของยุคสมัย ซึ่งต้องขอบคุณความกล้าหาญของหลาย คนที่ลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง ชาร์ล็อตพูดถูกเรื่องที่ถ้าคุณอาศัยอยู่ในอเมริกา มันจะเป็นคำถามที่หลาย สื่อถามในช่วงนี้เพราะมันมีเรื่องที่ว่าเกิดขึ้นอยู่ตลอด คนที่ถูกกระทำก็เป็นคนที่ฉันรู้จักเยอะมากเหมือนกัน แล้วคนที่เป็นฝ่ายกระทำก็ถูกทำให้เสียโอกาสทางอาชีพกันเยอะมาก สำหรับสื่อมวลชนก็ต้องระมัดระวังการนำเสนอข่าวมากขึ้นเพราะอาจจะทำให้เกิดการเสียหายของทั้งสองฝั่ง เพราะอันที่จริงก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้ประสบกับเหตุการณ์นี้กับตัวเองโดยตรง คือมันไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนสามารถพูดได้ว่า โอ้ มันเกิดขึ้นกับฉันเหมือนกัน เขาก็จะมีเรื่องความเป็นส่วนตัวของเขาอยู่ แต่ที่แน่ การแบล็กเมล์คนที่อยู่ใต้อำนาจเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ ทำให้เขาไม่ได้รับโอกาสในงานที่เกิดจากความสามารถของเขา อีกเรื่องที่สำคัญมาก คือเราต้องสอนลูกหลานผู้ชายของเราว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ อย่างเรื่องในโรงเรียน เด็กผู้หญิงบางคนก็โดนเด็กผู้ชายแกล้งส่องกระโปรงหรือแซวอะไรต่าง ฉันว่าเราควรให้ความรู้อย่างจริงจังเรื่องการให้เกียรติซึ่งกันและกัน

นี่เป็นครั้งแรกหรือเปล่าที่พวกคุณได้เล่นงานเฟสติวัลเดียวกัน รู้สึกยังไงบ้าง

เจน: ใช่ค่ะ ดีใจมากที่เราจะได้ดูโชว์ของกันและกัน เป็นโอกาสที่ดีค่ะ ขอบคุณที่ชวนเรามาเล่นนะคะ

ชาร์ล็อต: ฉันหวังว่าจะได้ดูโชว์ของแม่ แม่เล่นพรุ่งนี้ ส่วนฉันเล่นคืนนี้ค่ะหวังว่าจะมีคนมาดูพวกเรานะ (หัวเราะ)

เจน: แล้วฉันก็จะไปดูโชว์ของชาร์ล็อตคืนนี้ค่ะ (ยิ้ม)

คุณเคยคิดว่าจะทัวร์คอนเสิร์ตร่วมกันไหม

เจน: ไม่น่านะคะ คือเพลงของชาร์ล็อตมีความหลากหลาย เป็นดนตรีสมัยใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่งฉันชอบเพลงของเธอมาก จริง ลูกสาวของฉันอีกคน ลู (Lou Doillon) ก็มีงานเพลงของเธอเองนะ ก็จะเป็นดนตรีที่หม่นกว่า แล้วสองคนก็เคยขึ้นไปร้องเพลงที่งานเดียวกัน ฉันว่าแค่นั้นก็เพราะมากแล้ว (ชาร์ล็อต: ขอบคุณค่ะ) แต่ถ้าได้เล่นด้วยกันทั้งหมดก็คงสนุกดี

ชาร์ล็อต: ใช่ น่าสนุกนะ คือครอบครัวฉันมีอะไรที่ค่อนข้างซับซ้อน ไม่ใช่แค่เรื่องเพลง แต่ก็มีเรื่องหนังด้วย คือเวลาเราจะไม่ค่อยตรงกัน หรือสิ่งที่จะถ่ายทอดผ่านงานของพวกเราก็ไม่ได้ไปทางเดียวกันซะทีเดียว ก็คงต้องรอโอกาสพิเศษจริง

คุณสองคนเคยวิจารณ์งานของกันและกันบ้างไหม

ชาร์ล็อต: มีบ้างค่ะ แต่ฉันก็ไม่ได้เอาคำแนะนำของแม่มาปรับแก้เพลงเยอะขนาดนั้นนะเพราะฉันก็มีเรื่องที่อยากจะเสนออยู่แล้ว

เจน: อันที่จริงเราไม่ค่อยวิจารณ์งานกันเท่าไหร่นะ อาจจะเพราะฉันเขินมั้ง ค่อนข้างเก็บเรื่องงานไว้เป็นส่วนตัว ไม่ค่อยคุยกับที่บ้าน ชาร์ล็อตก็คงเหมือนกัน ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรที่ลูกไม่ได้มาปรึกษา คนอื่นอาจจะคิดว่าแปลก แต่ฉันคิดว่าเรื่องพวกนี้เดี๋ยวคนฟังข้างนอกเขาก็ตัดสินเอง อีกอย่างคือฉันจะดีใจมากถ้าครอบครัวโดยเฉพาะลูก มาดูโชว์ของฉัน คือฉันก็กลัวจะทำให้คนดูรู้สึกไม่ประทับใจโชว์หรือเบื่อเพลงของฉันเหมือนกันนะ แต่พอเจอหน้าชาร์ล็อตเวลาเธอมาดูเนี่ย ฉันจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ยิ่งถ้าเธอบอกว่าชอบโชว์ของฉัน ฉันก็จะดีใจมากค่ะ ตอนที่ลูกบอกว่าชอบหนังที่ฉันแสดง ฉันดีใจยิ่งกว่าเวลาที่คนอื่นชมฉันอีก

ชาร์ล็อต: ฉันได้ดูโชว์ของแม่แบบจริงจังมาสามครั้ง แล้วแต่ละครั้งก็มีความพิเศษต่างกันไป แต่มันทรงพลังมากในแต่ละครั้ง แบบ โอ้ ฉันไม่อยากร้องไห้ตรงนี้นะ (หัวเราะ)

เชื่อว่าลูกสาวมักจะมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับแม่ของพวกเธอ คุณทะเลาะกันบ่อยไหม เลิกเป็นลูกสาวเจ้าอารมณ์ตอนไหน

ชาร์ล็อต: ต้องมีบ้างอยู่แล้วค่ะ (หัวเราะ) แต่ทุกวันนี้ฉันรู้สึกเข้าใจแม่มากขึ้นกว่าแต่ก่อนนะ

เจน: สิ่งที่เราจะรู้ได้ก็คือ เมื่อไหร่ที่เราแก่ขึ้น แบบฉันเนี่ย เราจะเหมือนแม่ของเรามากขึ้นเท่านั้น ผิวเหมือนแม่ หน้าเหมือนแม่ ทำตัวเหมือนแม่ แล้วเราก็จะเข้าใจแม่ของเราจนพอมานั่งคิด ดูแล้วก็อยากจะร้องไห้ แต่ว่าตอนนู้นฉันไม่ได้นึกถึงแม่มากขนาดนั้นนะ ฉันนึกถึงพ่อมากกว่าว่าเขาต้องรับมือกับอะไรบ้างเนี่ย (หัวเราะ) ท่านก็เป็นคนหัวเก่าแหละ จนวันนึงพ่อฉันเสียชีวิต แล้วฉันก็มีช่วงเวลาแค่ประมาณสิบปีเต็มที่ได้ดูแลแม่ ได้ใช้เวลาด้วยกัน มีความสุขกัน ฉันก็ได้รู้ว่าที่ผ่านมาแม่ของฉันต้องเข้มแข็งขนาดไหน ตอนนี้ฉันอายุเท่าแม่ของฉัน เวลานั้น ฉันยิ่งรู้สึกคิดถึงแม่มาก ก็ได้มานั่งทบทวนว่าแม่ต้องผ่านความเจ็บปวดอะไรมาบ้าง แม่เคยทะนุถนอมฉันยังไง อะไรที่เราเคยขัดใจแม่ แม่ไม่เคยติอะไรที่ฉันทำมีแต่ฉันเอาแต่บ่นไม่พอใจ แม้แต่เรื่องสุขภาพของแม่แม่ยังไม่เคยมาพูดให้เราต้องกังวล ตอนฉันกลับไปลอนดอน แม่โชว์ภาพของฉันจากสื่อต่าง ที่แม่ตัดเก็บไว้ให้ฉันดู ทำอาหารอร่อย ให้ฉันกิน แล้วก็ได้รู้ว่าแม่คิดถึงฉันมาก อยากใช้เวลาอยู่กับฉันตลอดเวลา ตอนนั้นฉันก็เสียใจนะที่ฉันนึกถึงแต่พ่อของฉันโดยมองข้ามความห่วงใยของแม่

ชาร์ล็อต คุณเขียนเนื้อเพลงเองเป็นครั้งแรกในอัลบั้มใหม่ซึ่งเนื้อหาค่อนข้างพูดถึงความอ่อนแอของคุณ คุณคิดว่าระหว่างการแสดงกับการเขียนเพลง มันมีความยากง่ายต่างกันยังไง

ชาร์ล็อต: จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันไม่อาย หรือว่าไม่คิดมาก ไม่กังวลกับอะไรอีกแล้ว แต่ฉันก็รู้สึกว่าลึก มันมีเรื่องราวที่ฉันยังดูอ่อนแอหรือแสดงออกมาไม่ได้อยู่นะ ก็เลยเลือกจะเล่าผ่านเพลง มันเลยเป็นขั้นตอนที่ได้เรียนรู้ตัวเองมากขึ้น ค่อนข้างเป็นเรื่องที่ส่วนตัว หรือลึกซึ้งมาก เมื่อก่อนฉันเป็นคนชอบตัดสินทุกอย่าง เวลาที่ผลงานของฉันออกมาฉันก็จะวิจารณ์ว่ามันยังไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด จนฉันรู้สึกแย่กับคนที่ต้องร่วมงานด้วย ฉันก็พยายามจะเพลา ลงแล้ว แต่นั่นแหละ มันเป็นงานที่ขึ้นอยู่กับฉันเป็นหลักฉันเลยไม่สามารถเปรียบเทียบการเขียนเพลงกับการแสดงได้หรอกค่ะ แปลกมั้ยที่เวลาแสดงฉันกลับชอบที่จะอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้กำกับ

เจน คุณเคยมีเพลงที่ดังมาก แล้วก็เซ็กซี่มาก ที่ Serge Gainsbourg แต่งไว้ อยากให้คุณลองรีวิวเพลงนี้หน่อย

เจน: ฉันไม่ได้ร้องเพราะคิดว่ามันเป็นเพลงที่เพราะหรืออะไร เพราะจริง แล้วก่อนหน้านี้ Brigitte Bardot เป็นคนร้อง ซึ่งฉันก็เคยฟัง แล้วแซร์จก็บอกว่าอยากให้ฉันร้อง ฉันก็ตกลงทันทีเพราะไม่อยากให้นักแสดงสวย คนอื่นมาร้องแทนฉัน แต่ฉันไม่คิดว่าพอมันออกมาแล้วคนจะวิจารณ์ความวาบหวิวของมันมากขนาดนั้น คือตอนนั้นฉันก็ยังเด็กมากน่ะค่ะ นานมาแล้วคุณเอ๋ย พอเราอัดเพลงเสร็จตอนหลังเขาก็มีแผ่นเสียงอันนั้น เอาไปที่โรงแรมโรงแรมนึง เหมือนจะเป็นที่ซื้อขายเพลงกันแล้วมีคนกินข้าวไปด้วย แซร์จเอาแผ่นนี้ไปให้ดีเจเปิด พอเพลงเล่นนี่คนหยุดกินข้าวกันหมดเลย ไม่รู้ว่าเพราะเพลงมันสยิวหรือเพราะมันเพราะกันแน่ แต่ตอนนั้นฉันคิดว่ามันจะต้องเป็นเพลงที่ดังชัวร์ (หัวเราะ) แค่นั้นเลยค่ะ จนมาถึงทุกวันนี้ น่าจะเป็น The Guardian มั้งที่บอกว่า Je t’aime… moi non plus เป็นเพลงที่เซ็กซี่ที่สุดที่เคยมีมา แต่แล้ววันนึงฉันเลือกที่จะไม่ร้องเพลงนั้น เพราะฉันต้องร้องมันกับวงออเคสตาน่ะ คือจะให้ไปทำเสียงเซ็กซี่ก็ไม่ใช่ ก็เลยให้วงเล่นแต่พาร์ตดนตรีไป บางคนคงชอบแต่บางคนคงจั๊กจี้กับเพลงนี้นะ แต่มันก็มหัศจรรย์อีกแหละ อะไรถึงทำให้เพลงเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้วยังอยู่จนถึงตอนนี้และเป็นที่รู้จักของทุกคน

อะไรคือความพิเศษของโชว์ในวันพรุ่งนี้นอกจากที่เราจะได้ฟังเพลงของคุณที่ถูกบรรเลงโดยวงออเคสตรา

เจน: เป็นเกียรติมากค่ะ บนเวทีนี้จะมีนักดนตรีกว่า 60 ชีวิต เพลงออเคสตราของวงนี้เรียบเรียงโดยคุณ Nobuyuki Nakajima มันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก ฉันขอเล่าว่า ฉันเคยเสียงหายไปช่วงนึง ฉันคิดว่าฉันจะร้องไม่ได้แล้ว แต่ฉันก็คิดว่ายังไงก็ต้องร้องให้ได้ ให้คู่ควรกับบทเพลงที่มันไพเราะมาก การที่วงดนตรีสามารถเชื่อมเพลงหนึ่งเข้าสู่อีกเพลงหนึ่งอย่างแนบเนียน และคนฟังสามารถจำเพลงนั้น ในแบบต้นฉบับได้เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมจริง ให้ฉันทำเองฉันคงทำแบบพวกเขาไม่ได้ ฉันเคยบ่นว่าฉันอยากทำให้มันเป็นมิวสิคัล อยากทำเป็นเหมือน ‘The Phantom of the Opera’ แล้วเพื่อนของฉันคนนี้เขาก็บอกว่า งั้นเธอต้องใส่หน้ากากแล้วก็ร้องเป็นแฟนท่อมนะ ฉันก็ตกลงทันทีเลย ทุกครั้งที่ฉันมาซ้อมฉันมีความสุขมาก ได้เห็นคนเล่นเครื่องดนตรีต่าง เชลโล่ ไวโอลิน เสียงของมันมีความพิเศษ ฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากจริง

Jane Birkin

น่าเสียดายที่เวลาของงานแถลงข่าวมีเพียงเท่านี้ แต่จากบรรยากาศที่ Jane Birkin และ Charlotte Gainsbourg ตอบคำถามสื่อต่าง อย่างเป็นกันเอง รวมถึงคำตอบของพวกเธอก็ทำให้เรารู้สึกประทับใจทั้งสองคนมากขึ้น ตอนนี้ทุกครั้งที่เปิดเพลงของสองแม่ลูกฟังเราก็อดจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปด้วยไม่ได้

Facebook Comments

Next:


Montipa Virojpan

อิ๊ก เนิร์ดดนตรีที่เพิ่งกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นนักเขียนตอนอายุ 25 ชอบเดินเร็ว นอกจากขนมปังกับกาแฟดำแล้วก็สามารถกินไอศกรีมกับคราฟต์เบียร์แทนมื้อเช้าได้