Article Story

เมื่อฉันเป็นเด็กฝึกงานในกอง Fungjaizine

  • Writer: Malaivee Swangpol

เรามีโอกาสได้เป็นเด็กฝึกงานในบ้านฟังใจเป็นเวลาสามเดือน บอกเลยว่าวันแรกที่นั่งทำงานเกร็งมาก เพราะพี่ ๆ เฮฮากันจนรู้สึกว่า เอ๊ะ นี่เด็กเนิร์ด ๆ อย่างเราเราจะอยู่ได้มั้ยนะ แต่ผ่านไปแค่ไม่กี่วันก็รู้สึกสนุกกับการมาทำงานที่นี่มาก ๆ พี่ ๆ ให้เราทำงานจริงทุกอย่าง ทั้งสัมภาษณ์ เขียนบทความ และอีกมากมาย จนรู้ตัวอีกทีก็สามเดือนแล้วจ้า วันนี้ชีวิตเด็กฝึกงานของเราจะจบลงแล้ว ขอมาเล่าชีวิตตลอดเวลาที่อยู่ใน ‘ซิตคอม’ เรื่อง ฟังใจ ให้ทุกคนฟังกันซักหน่อยนึง

อ่านไม่ผิดหรอก ฝึกงานที่นี่เหมือนเป็นตัวละครในฉากซิตคอมโปกฮาไม่มีผิด!

สิ่งที่เราได้ทำ: บทความและสัมภาษณ์ 23 บทความ, ทำแคปชัน album post, เขียนและแปลข่าว pr, ไปงานแถลงข่าว, รับโทรศัพท์ออฟฟิศ 1 ครั้ง, ตีกลองงาน Fungjai Awards, ตามพี่ ๆ ไปถ่ายปก Fungjaizine City Issue, ช่วยพี่ ๆ ออกไอเดีย, ตามพี่อิ๊กไปสัมภาษณ์ศิลปิน, ไปซื้อเบียร์ (นาน ๆ ที), สั่งอาหารออนไลน์

งานที่อยากอวด: Listening Party Whal & Dolph, 10 วงดนตรีจากศาลายา และ Playlistรวมเพลงที่มีกลิ่นอายของยุค 80s ใน พ.ศ. นี้เรียนดนตรีที่มหาลัยไหนดี?อัพเดทวงไทยที่กำลังจะไปบุกตลาดนอก, Heal the Soul 210 สิ่งล้ำ ๆ ในคอนเสิร์ตยุค 2017สงครามการใช้เสียงในอุตสาหกรรมดนตรีอัดเพลงที่วัดถ้ำกระบอก,

สัมภาษณ์

ผ่านมาแล้ว 2 ปีจากซิงเกิ้ลแรก… อะตอม ชนกันต์ กับชีวิตศิลปินในวัยเบญจเพส

atom_header

วันแรกที่มาถึงออฟฟิศ พี่อิ๊ก (บรรณาธิการฟังใจซีน) ก็ให้เราคิดคำถามสัมภาษณ์พี่อะตอม จริง ๆ แอบตัน ๆ เพราะไม่ได้อินมาก แถมตอนนั้นอัลบั้ม Cyantist ก็ยังไม่ออกแถม Fungjaizine ก็เคยสัมภาษณ์ไปแล้วรอบนึงด้วย ก่อนจะไปเราก็นั่งหาข้อมูล จนถึงวันจริงดันเกิดความผิดพลาดทางการสื่อสารกันเองจนดันเกือบไปไม่ทัน แง เลยกลายเป็นตะลุยเมืองจากอารีย์ไปพระรามสี่ด้วย Grab Bike แต่ก็ออกมาเป็นบทสัมภาษณ์ที่เราชอบมากอันนึง แถมพออัลบั้มออกเราก็ชอบอัลบั้มพี่แกมาก ๆๆๆๆ มาอ่านกันได้ ที่นี่

อะตอม: ที่ชอบที่สุด (ในชีวิตศิลปิน) ก็คงเป็นการเล่นเพลงของตัวเองบนเวที การโชว์ในสถานที่ที่ดี ในกลุ่มผู้ฟังที่ดีเป็นสิ่งที่สนุกที่สุดสำหรับผม มันรู้สึกดี เป็นพลังที่อธิบายไม่ถูก โชว์ที่ดีโชว์นึงเติมพลังไปให้เราได้อีกเป็นเดือน

อิ้งค์ วรันธร บันทึกการเดินทางตลอด 2 ปีบนเส้นทางดนตรีลงใน Bliss EP แรกในชีวิต

cover

งานสัมภาษณ์งานที่สองของเรา เรื่องมีอยู่ว่าเราได้ดู mv เกี่ยวกันไหม? แล้วเพลงนี้ก็วนอยู่ในหัวมาตลอด พอ BOXX Music แจ้งคิวมา เราก็เลยรับงานมาสัมภาษณ์เองด้วยความเขิน ๆ  ซึ่งพอไปสัมภาษณ์จริง ๆ พี่อิ้งค์ก็น่ารักมาก ๆ ชอบที่ได้รู้หลาย ๆ เรื่องที่คาดไม่ถึง เช่น พี่อิ้งค์ชอบดูรายการรีวิวของกิน ชอบไปดูหนังคนเดียว เรื่องราวการเป็นดีเจครั้งแรก และอีกมากมาย ได้ถ่ายรูปด้วยแหละ อิอิ มาอ่านกันได้ ที่นี่

อิ้งค์: เคยคิดว่าถ้าพ่อแม่ไม่ได้ส่งเราร้องเพลง เราจะทำอะไรอยู่ แต่ก็คิดไม่ออก เราไม่รู้จริง ๆ ว่าเราจะทำอะไร ตั้งแต่ตอนเด็กเราก็ชอบร้องเพลงแล้ว แต่ไม่ได้คาดหวังจะเป็นศิลปินนะ ถ้าถามว่าอยากทำอะไรก็คงช่วยพ่อแม่ทำงานมั้ง

พล Clash ก้าวสู่ปีที่สามของ BOXX Music และอนาคตของวงร็อกที่ปลุกปั้นมากับมือ

พล Clash

เราใช้เวลาสัมภาษณ์พี่พลไปหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ซึ่งเป็นงานสัมภาษณ์ยาวที่สุดตั้งแต่เราเคยสัมภาษณ์มา แต่เป็นงานที่เราภูมิใจมาก ๆ เพราะพี่พลตอบคำถามเฉียบ เรื่องเล่าก็น่าสนใจ คำพูดต่าง ๆ ที่พี่พลพูดเขาก็ทำให้เราสัมผัสได้จริง ๆ เช่นเรื่องที่สอนน้อง ๆ ศิลปินเรื่องความสุภาพ หรือเรื่องลูกที่ทำให้เราซึ้งมาก ๆ จนอยากแชร์ไปให้คนทุกคนที่รู้จักอ่าน มาลองอ่านกันได้ ที่นี่

พล: เดี๋ยวนี้ถ้าทำเพลงแล้วมันไม่โดน เขาไม่มีกินนะ ผมคิดอย่างเดียวเลย ทำอะไรก็ได้ที่เป็นตัวเขาแล้วเขาสามารถทำมาหากินได้ด้วย คือกลัวน้อง ๆ จะต้องเป็นศิลปินไส้แห้ง นอกจากเขามีพื้นฐานครอบครัวที่ดีอยู่แล้วก็โอเค แต่ถ้าเขามีความคาดหวังเหมือนเรา ผมก็มองตัวเองว่าศิลปินมันเป็นอาชีพ เพราะฉะนั้นผมจะบอกน้อง ๆ ทุกคนที่เป็นศิลปินว่า ต้องมองมันเป็นอาชีพ ถ้ามองมันเป็นอาชีพมันก็จะเลี้ยงดูเราได้ แต่ถ้าเราคิดว่ามันแค่งานอดิเรก มันก็แค่นั้นแหละ

บทความที่อยากเล่า

10 ชื่อเพลงที่ซ่อนยาเสพติดไว้โดยที่คุณอาจไม่เคยรู้

drugs-in-songtitles

งานแรก ๆ ที่เราได้เขียนตอนที่เริ่มฝึกงาน เป็นบทความที่ทำให้เราเข้าใจถึงความสนุกในการค้นคว้าหาข้อมูลมาเขียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ก่อนหน้านี้เราไม่เคยลองทำอย่างจริงจัง หลาย ๆ เพลงคือพอได้รู้เนื้อหาที่ซ่อนอยู่ (ซึ่งในบางเพลงก็เกิดการถกเถียงมาตลอดว่าจริงหรือไม่) ก็ทำให้ฟังเพลงสนุกและเข้าใจมากขึ้น บทความเป็นเป็นอีกงานที่ทำให้เราได้ฟังเพลงเก่า ๆ หลายเพลง ซึ่งนอกจากลิสต์ในนี้ก็มีเพลงมากมายที่ซ่อนชื่อยาเสพติดไว้ ลองไปหาฟังกันได้สนุก ๆ จ้า อ่านเรื่องราวทั้ง 10 เพลงได้ที่ ที่นี่

ที่เราไม่รู้ว่าเพลงฟังสบายอย่างแจ๊สหรือป๊อปพูดถึงยาเสพติด เพราะศิลปินเหล่านี้มีศิลปะในการตั้งชื่อเล่นให้กับ ‘ตัวช่วย’ ของพวกเขายังไงล่ะ

วัดถ้ำกระบอก สถานที่บำบัดยาเสพติดที่ Tim Arnold ศิลปินชาวอังกฤษกลับใช้อัดเพลง

temple

อีกหนึ่งบทความตามธีมเล่ม Drugs ของฟังใจซีน ซึ่งเราค้นเจอในกูเกิ้ลโดยบังเอิญหลังจากลองเสิร์ชคำว่า Wat Tham Kra Bok ผลคือเจอเรื่องของนักดนตรีชาวอังกฤษนาม Tim Arnold ว่าเขาแต่งเพลงทั้งอัลบั้มที่วัดถ้ำกระบอก ซึ่งแทบไม่มีเว็บไหนเล่าอย่างละเอียด เราเลยค่อย ๆ ค้นหาข้อมูลไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกว่าเว็บในภาษาอังกฤษไม่น่าจะมีอะไรแล้ว เลยลองหาเบอร์โทรวัดถ้ำกระบอกแล้วโทรไป สรุปคือเราได้คุยกับพระอาจารย์ วิจิตร อคคฺจิตฺโต วัดถ้ำกระบอก ผู้ดูแล Tim Arnold ระหว่างอัดอัลบั้ม และ Peter Radcliffe sound engineer ของอัลบั้ม ซึ่งเราได้คุยกับคุณแรดคลิฟฟ์ยาวเกือบชั่วโมง เป็นประสบการณ์ที่แปลกดี เพลินและอัพเวลการสัมภาษณ์มาก ๆ อ้อ แล้วถึงทุกวันนี้ที่วัดก็ยังมีห้องอัดอยู่นะ ติดต่อวัดไปได้เลย ลองมาอ่านเต็ม ๆ ได้ ที่นี่

วัดแห่งนี้เป็นที่บำบัดของศิลปินหลายคน รวมถึง Pete Doherty แห่ง The Libertines ที่กลับบ้านหลังจากบำบัดไปได้สามวันแล้วบอกว่ามันไม่ใช่ และ Tim Arnold เจ้าของอัลบั้มที่เป็นผลผลิตจากวัดถ้ำกระบอก ซึ่งเราจะมาเล่าให้ฟังกันในวันนี้

ใครดังกว่าชนะ : สงครามการใช้เสียงในอุตสาหกรรมดนตรี

loudness-war

วันนึงก็เลือกเรื่องนี้มาเขียนด้วยตอนแรกที่คิดว่า เออ เขียนได้แหละ ๆ ไม่ยากมั้ง พอลงมือเขียนจริง ๆ ต้องทักแชตหาเพื่อนที่เป็น sound engineer ให้วุ่นไปหมดเพราะไม่เข้าใจศัพท์บางตัวจนเพื่อนตอบกลับมาว่า ‘ทำไมเลือกเรื่องนี้วะ ยากนะเว้ย’ แต่เราลงมือแล้ว จะปล่อยให้จบลงง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้จ้า เลยลุยเขียนจนเสร็จ ยังไงก็ขอบคุณพี่ ๆ คนอ่านทุกคนที่ช่วยแก้ไขข้อมูลที่มีจุดบกพร่องนะคะ เย้ ๆ อ่านได้ ที่นี่

Loudness War หรือ Loudness Race คือสงครามที่ศิลปินพยายามทำให้เพลงเสียงดังกว่าคนอื่นเมื่อเปิดต่อ ๆ กัน จนเสียงออกมาไม่ธรรมชาติ และดังจนขาดความไพเราะของดนตรีไป สงครามนี้เริ่มตั้งแต่ยุค 40s จนเข้ามาสู่วงการเพลงอย่างจริงจังในยุค 90s-00s โดยที่วันนี้เราจะมาเล่าที่มาที่ไปและผลของ Loudness War

ความติ่ง

10 เพลงจากหนังสือมูราคามิที่อยากให้คุณลองฟัง 

murakami

เป็นบทความที่คิดได้ตอนสุดสัปดาห์ก่อนจะถึงวันเกิดเฮียมู แล้วพอมาวันจันทร์ก็ลุยเขียนแบบกินข้าวแทบไม่ทัน เพราะต้องแกะสัมภาษณ์พี่พล Clash ต่ออีก บทความประกอบไปด้วยเพลงจากหนังสือ 10 เล่มของเฮียมู ซึ่งด้วยความติ่งก็เอาพลังจากที่ไหนไม่รู้เขียนจบภายในเวลาสามวัน แถมยังแบกหนังสือทั้ง 10 เล่มมาจากบ้านแบบเด็กเนิร์ดสุด ๆ ผลออกมาคือปล่อยบทความทันวันศุกร์ที่เป็นวันเกิดเฮียแก แล้วผลตอบรับก็ถือว่าค่อนข้างดีเลย เย้  🙂 อ่านได้ ที่นี่

เหตุผลที่ดนตรีถูกหยิบมาแนะนำเป็นระยะ ๆ ในหนังสือของเขาเป็นเพราะว่ามูราคามิเองมีแผ่นเสียงในคอลเล็กชันส่วนตัวกว่า 10,000 แผ่น ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของเขา เราขอชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ 10 เพลงที่จะทำให้คุณหวนนึกถึงหนังสือเรื่องที่เคยอ่านไปแล้ว

พาไปฟังเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Middle Earth โลกในจินตนาการของ J.R.R. Tolkien

songs-the-inspired-by-j-r-r-article

ที่มาของบทความนี้คือพี่หนุ่ม data analyst ของทีมเสนอว่าเราควรเขียนบทความเกี่ยวกับวรรณกรรมบ้าง เลยได้เป็นอีกครั้งที่เราทำงานด้วยความติ่งหนัก แต่ก็กลายเป็นว่าบทความนี้เป็นอีกอันที่ใช้เวลาทำนานเหมือนกัน เนื่องจากต้องค่อย ๆ คัดเลือกวงจากแนวดนตรีไม่ให้เอนเอียงไปทางเมทัลเยอะจนเกินพอดี และใช้เวลาลองค้นหาข้อมูลลึก ๆ ที่คนอ่านน่าจะสนใจ เป็นอีกงานที่ทำให้เราได้ฟังเพลงใหม่ ๆ  เยอะมาก ๆ เป็นงานเขียนที่มีความสุขมาก ๆ อ่านได้ ที่นี่

ด้วยความยิ่งใหญ่ของเรื่องราว ก็ทำให้มีศิลปินที่ชอบเรื่องราวของจักรวาลมิดเดิลเอิร์ธ นำไปตั้งชื่อวงและแต่งเป็นเพลงมากมาย จนมีการจำกัดความแนวเพลงแนวหนึ่งว่า Tolkien Metal เลยทีเดียว วันนี้ขอเลือกเพลงจากเหล่าศิลปินที่อินสุด ๆ มาให้อ่านกันจ้า

การมาเยือนไทยของ The Clash ในปี 1982 กับที่มาสุดป่วงของปกอัลบั้ม Combat Rock ที่ต้องพัวพันกับพระสงฆ์!

theclash

หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า The Clash โผล่มาใน Fungjaizine ได้ยังไง คือเรื่องนี้เป็นหัวข้อบทความที่เราคิด ๆ ไอเดียบทความทิ้งไว้ แล้วประจวบเหมาะกับเล่มล่าสุดเป็นปก City เลยได้หยิบมาเขียนถึงการมาทัวร์กรุงเทพของเดอะแคลชในปี 1982 ที่เราเคยรู้มาว่าลุง ๆ แกเคยมาทำวีรกรรมอะไรเอาไว้บ้าง แต่ยังไม่ได้มีโอกาสค้นคว้าอย่างจริงจัง การเขียนบทความครั้งนี้เลยทำให้เราได้เห็นรูปเก่า ๆ หลายรูปที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนและตื่นเต้นมาก ๆ เย้ ๆ ซึ่งบทความนี้ไปได้ไกลมาก ๆ ได้เห็นคนมาเมนต์เป็นแฟนคลับเดอะแคลชจริง ๆ เต็มเลย ดีใจ ๆ อ่านได้ ที่นี่

วงได้มาถ่ายปกอัลบั้ม Combat Rock อัลบั้มต่อไปแถว ๆ รางรถไฟในกรุงเทพ ฯ และ Paul Simonon มือเบสของวงดันกระโดดลงบ่อโคลนเล็ก ๆ ที่ทำให้เขาป่วยจนวงต้องอยู่ไทยต่ออีกกว่า 2 สัปดาห์ ทำให้ Joe Strummer ได้สนิทกับพระสงฆ์กลุ่มหนึ่ง และเรื่องราวก็วุ่นวายก็เกิดขึ้นมากมาย


TIPS

1. ตั้งใจทำพอร์ต ตั้งใจเขียน typeform สมัครงาน พี่ ๆ เค้าตั้งใจอ่านจริง ๆ นะ
2. เป็นเด็กฝึกงานฟังใจได้เงินเดือนด้วยนะ
3. ที่นี่เปิดรับเด็กฝึกงานประมาณ 2 รอบ ต้นปีและกลางปี ติดตามให้ดีจ้า
4. มาทำงานได้ 3 เวลา 10 11 12 อยู่ให้ครบ 8 ชั่วโมงแล้วกลับบ้านได้ บ้านไกลไม่ต้องเครียด อาจจะมีพี่ให้ติดรถกลับ
5. ได้ทำงานจริง ๆ พี่ ๆ จะไม่ปล่อยให้อยู่เฉย ๆ แน่นอน และพี่ ๆ สอนงานเราจริง ๆ นะ อัพเวลขึ้นเยอะเลย
6. พี่ ๆ ฟังที่เราพูดจริง ๆ นะ มีอะไรอยากเสนอก็เสนอได้เลย
7. กินข้าวกี่โมงก็ได้ แล้วแต่หิว แต่พี่ ๆ ออกไปกินกันเกือบบ่ายสองเกือบทุกที จะเป็นโรคกระเพาะแล้วค้าบ
8. อยู่นี่ไม่ต้องกลัวอด พี่ ๆ จะชวนไปหาอะไรกินตลอดวัน แถมมีมาม่าเป็นสวัสดิการออฟฟิศด้วยนะ
9. พี่จี แม่บ้านที่ออฟฟิศคือที่สุดแห่งแม่บ้าน จำได้แม้กระทั่งกล่องข้าวไหนเป็นของใคร จำชื่อแฟนพี่ ๆ ในออฟฟิศได้ด้วย
10. พี่ ๆ ที่นี่ฟังเพลงเยอะจริง ๆ วันไหนมีเพลงใหม่จะเปิดฟังกันในออฟฟิศแต่เช้าเลย แถมนักดนตรีเต็มออฟฟิศเลยจ้า คุยได้ทุกเรื่องทุกแนว
11. วันศุกร์ = ปะ ปะ ปะ ปาร์ตี้ แต่ก็มี sharing session ที่เราจะได้ฟังเรื่องใหม่ ๆ จากพี่ ๆ สัปดาห์ละคน สนุกมาก
12. ถึงจะกินเบียร์เป็นหลัก แต่ก็ห่วงใยสุขภาพ เล่นฟุตบอล ชวนกันไปวิ่ง บางวันมีตีปิงปองอีก โต๊ะอยู่ใต้ออฟฟิศนี่เอง
13. ไม่ต้องห่วง เป็นเด็กฝึกงาน โดนแกล้งแน่นอน <3
14. แต่ก็อบอุ่นสุด ๆ อิอิ อยากไปออฟฟิศทุกวันนน

Facebook Comments

Next: