Article Interview

Win Nimman จากกวีสู่นักร้องนักแต่งเพลง และเพลงใหม่สุดอบอุ่นใน Miss Lonely Heart

  • Writer: Nattapat Suthapornpat

จากที่ Win Nimman เคยฝากผลงานเขียนไว้ในหนังสือสองเล่มคือ ‘Romantic!! (ร้าย)’ กับ ‘รองเท้าสีชมพูกับโลกสีเอิร์ลเกรย์’ ล่าสุดเขาได้หันมาปล่อยผลงานทางด้านดนตรีโดยมีสองเพลงใหม่คือ Little Wendy กับ Miss Lonely Heart ที่ทั้งเหงาและก็อบอุ่นในเวลาเดียวกัน และในวันนี้เราจึงขอพูดคุยกับวินถึงที่มาของเพลงและมุมมองในบทบาทใหม่ของเขา

เริ่มเขียนหนังสือตั้งแต่ตอนไหน

ก่อนหน้านี้ตอนอายุ 16 เป็นช่วงที่เรา depressed มาก ผมจะชอบจด ชอบเขียนไดอารี่ แล้วทีนี้พอเราจดเยอะ ๆ เข้า เราก็ลองไปเผยแพร่ในเว็บบอร์ดของสำหนักพิมพ์ไต้ฝุ่นของพี่ ปราบดา หยุ่น ซึ่งพอเราเห็นฟีดแบ็กจากผู้อ่านหลาย ๆ คนว่าอยากเห็นสิ่งที่เราเขียนไปลงเล่มหนังสือ เราก็ลองทำแล้วไปขายที่งาน Fat Festival ดู ตอนนี้หนังสือมีสองเล่มครับ คือ ‘รองเท้าสีชมพูกับโลกสีเอิร์ลเกรย์’ กับ ‘Romantic!! (ร้าย)’ ซึ่งเรื่องหลังนี่เป็นชื่อเพจบนเฟซบุ๊กของเราด้วย แล้วก็เป็นหนังสือที่อยากเกี่ยวกับการอยากให้ผู้หญิงมีความกล้าที่จะใช้ชีวิต เพราะว่าเพื่อนผู้หญิงของเราหลายคนจะมีความไม่มั่นใจบางอย่างสำหรับการอยู่ในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่

ช่วงนี้ชอบอ่านหนังสืออะไรบ้าง

หลัง ๆ จะอ่านพวก non-fiction เยอะครับ คือเรื่องแต่งก็อ่านบ้าง แต่จะเน้นไปที่เรื่องจริงมากกว่า พวก memoir ของนักดนตรี ล่าสุดนี่ก็เพิ่งหยิบประวัติของ Bob Dylan มาอ่านครับ

มีหนังสือที่อยากแนะนำให้ให้ชาว ฟังใจ อ่านไหม 

ขอแนะนำให้ลองอ่านบทกวีของ Leonard Cohen เลยครับ เพราะว่าคนนี้เป็นทั้งนักดนตรีและนักเขียน แล้วงานของเขาจะมีคำที่ deep มาก

แล้วทำไมถึงมาแต่งเพลง

คือจริง ๆ ความชอบเรื่องงานเขียนกับดนตรีเราควบคู่กันอยู่แล้ว แต่ว่าจังหวะชีวิตจะไม่เหมือนกัน ก็คือเราได้ทำงานเขียนก่อน แล้วค่อยมาทำเรื่องดนตรีทีหลัง ซึ่งจริง ๆ แล้วเริ่มเล่นดนตรีตอนอายุ 16 ปีเหมือนกัน ตอนนั้นหัดเล่นเปียโนมาก่อน จากนั้นพออายุ 19 ปี ก็เริ่มมาหัดเล่นกีตาร์

ได้อิทธิพลการทำดนตรีมาไหน

โดยรวมแล้ว ผมจะเป็นคนที่ชอบฟังเพลงเก่า ๆ ถ้าในไทยผมชอบ อพาร์ตเมนต์คุณป้า ครับ ผมมีพี่ ตุล ไวฑูรเกียรติ เป็นแรงบันดาลใจหลักเลย ทั้งในแง่ของการเป็นกวีและการแต่งเพลง แต่ถ้าเป็นศิลปินจากเมืองนอก ผมจะชอบ The Beatles, Bob Dylan กับ Leonard Cohen หลัก ๆ ก็คือคนที่เป็นนักร้องนักแต่งเพลงและเป็นนักกวีด้วย ถ้ายุคใหม่ ๆ ผมจะชอบ Father John Misty ที่เป็นคันทรี่ร็อก

แล้วช่วงนี้ติดตามผลงานของใครอีก

ก็มี Yellow Fang ที่ฟังอยู่เรื่อย ๆ เลยครับ แล้วก็มี The Richman Toy กับ อพาร์ตเมนต์คุณป้า ที่บอกไป ผมจะชอบเพลงที่มีภาษาสวย ๆ สำหรับเราแล้ว เนื้อเพลงนี่สำคัญมาก ๆ

การเป็นนักเขียนมาก่อน ช่วยให้เขียนเพลงง่ายขึ้นไหม

จริง ๆ ต้องบอกว่าเพลงของเรามันต่อยอดมาจากงานเขียนด้วย เพราะว่าหลัก ๆ แล้วผมได้มีโอกาสเขียนกวีมาเยอะที่สุด แล้วบางทีมันจะ material บางอย่างในหัวเราที่ไม่ใช่บทกวี เราก็เลยรู้ว่าเราสามารถเอาสิ่งนั้นมาทำเพลง มาต่อยอดเป็นเพลงได้

เขียนหนังสือเป็นภาษาไทย แต่ทำไมถึงเลือกทำเพลงเป็นภาษาอังกฤษ

คือเราเสพเพลงภาษาอังกฤษเยอะกว่า มันทำให้เรามี material ในหัวมากกว่า คือถ้าให้ผมแต่งเพลง ผมถนัดที่จะแต่งออกมาเป็นภาษาอังกฤษมากกว่า

ที่มาของเพลง Little Wendy

เป็นเพลงที่เราเขียนไว้ตั้งแต่อายุ 20 แต่ว่าเราพักมันไว้ก่อนชั่วคราวเพราะว่าเราขาดท่อนฮุกอยู่ เราคิดท่อนฮุกที่มันสวยงามไม่ได้ แล้วเมื่อปีที่แล้วเราไปติดสนามบินที่ชิคาโก้ ตอนนั้นคือไฟลต์ทุกอย่างแคนเซิลหมด ผมก็เลยต้องนอนที่สนามบินแบบไม่ได้กินอะไรเลย แล้วก็แต่งท่อนฮุกได้ตอนนั้นแหละ คือท่อนฮุกมันร้องว่า ‘Don’t be a sad girl tonight’ มันเป็นเหมือนการพูดกับตัวเองว่าเราต้องผ่านคืนนี้ไปให้ได้ ซึ่งความหมายของเพลงนี้ก็เป็นการให้กำลังใจ คือเศร้าได้แต่อย่าเศร้านาน

ที่มาของซิงเกิ้ล Miss Lonely Heart

มาจากความเพ้อเจ้อของนักเขียนอะไรประมาณนี้ (หัวเราะ) คืองานเขียนของเราได้แรงบันดาลใจมาจากผู้หญิงเยอะ จะเป็นผู้หญิงใกล้ตัวอะไรงี้ ผมเองก็โตมากับแม่ที่เป็นซิงเกิ้ลมัม แล้วเราก็มีเพื่อนผู้หญิงเยอะด้วย เรารู้ว่าเพลงในชีวิตผู้หญิงมีอะไรบ้าง ทีนี้เราก็เลยใช้ material พวกนี้มาเขียนเป็นบทกวี ทีนี้จากบทกวี ผมก็เอามาต่อยอดเป็นเพลง โดยมิวสิกวิดิโอนี้ยังเป็นการร่วมงานกันกับ สอง—ศาศวัต เลิศฤทธิ์ ซึ่งเป็นผู้กำกับคนไทยที่อยู่นิวยอร์ก โดยผมรู้จักกับสองผ่าน งอนงอน—ฏิริรี คณานุรักษ์ เพื่อนของผมที่เป็นนางแบบอยู่ที่นิวยอร์กเหมือนกัน ซึ่งงอนงอนก็เคยแสดงมิวสิกวิดิโอเพลง Change Your Mind ของ COSTLYWOOD ที่สองได้กำกับด้วยครับ

การร่วมงานกับเอก Nursery Sound และ จ้า อพาร์ตเมนต์คุณป้า

ก็สนุกสนานมากครับ คือเรารู้จักกันอยู่แล้วเพราะว่าเราเรียนกีตาร์กับพี่เอกมาสักพักนึงแล้ว ก็เลยกลายเป็นว่าเรียนจนได้ทำงานร่วมกัน พี่เค้าเป็นโปรดิวเซอร์ให้ (หัวเราะ) ส่วนพี่จ้า คือเราเป็นแฟนเพลงอพาร์ตเมนต์คุณป้า แล้วเราก็สนิทกับพี่ตุล ทีนี้พอเจอกันบ่อยก็เลยรู้จักกันกับพี่จ้าด้วย ก็เลยได้พี่เค้ามาอัดกลองให้

เห็นบอกว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในหัวมานานแล้ว เลยตัดสินใจถ่ายทอดออกมาเป็นเพลงและมิวสิกวิดิโอ ช่วยเล่ารายละเอียดหน่อย

คือเรารู้สึกว่าถ้าเทียบเพลงนี้เป็นเมือง เพลงนี้มันจะเหมือนนิวยอร์กมากเลย เพราะเมืองนี้เป็นเมืองที่เหงาแต่ก็มีความสนุกอยู่ด้วย เราก็เลยตั้งโจทย์ขึ้นมาว่าถ้าเราจะแต่งเพลงสักเพลงนึงที่เป็นผู้หญิงและเป็นตัวแทนนิวยอร์กจะเป็นยังไง เราก็เลยเขียนเพลงนี้ขึ้นมา ถ้าสังเกตเนื้อเพลงดูดี ๆ จะเห็นว่ามี reference นิวยอร์กเยอะมาก ๆ เช่น รถไฟใต้ดินสาย L หรือร้านหนังสือ The Strand ซึ่งเป็นร้านหนังสืออินดี้ที่ดังมากในนิวยอร์ก ร้านใหญ่โตมาก มีสามชั้นอะไรประมาณนั้น

คือเพลงของเราเจาะจงไปที่นิวยอร์ก ประกอบกับความบังเอิญที่ สอง กับ งอนงอน เพื่อนของเราก็อยู่ที่นั่น เราก็เลยไปถ่ายมิวสิกวิดิโอที่นิวยอร์กด้วยเลย จากนั้นผมก็ได้คุยกับสอง แล้วสองก็เลยเอาไอเดียของผมไปต่อยอด จนออกมาเป็นเป็นตัวละครผู้หญิงผมม้าเต่อชื่อลูลู่ ซึ่งเธอไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาแต่ว่ามีเวทมนตร์ด้วย นอกจากนี้ผมเองก็เคยไปเรียนที่นิวยอร์กประมาณปีนึง ไปเรียน creative writing แต่ก็ไม่ค่อยได้เรียนหรอก ไปกินไอศกรีมมากกว่า (หัวเราะ) หลังจากนั้นก็ไป ๆ มา ๆ เดินทางไปเที่ยวบ้าง

ในมิวสิกวิดิโอยังมีฉากที่ลูลู่กินไอศกรีมด้วย ดูเป็นคนชอบไอศกรีมนะ

ใช่ครับ คือเราว่ามันเป็นพลังบวก (หัวเราะ) ผมชอบกินรสมินต์ช็อกโกแลต กินแล้วมันคิดถึงช่วงคริสต์มาสที่อากาศหนาว ๆ (FJZ: มีร้านไหนอยากแนะนำไหม?) ถ้าในไทยก็ Guss Damn Good ครับ ชอบร้านนี้ที่เนื้อมันเข้มข้นมาก ถ้าในนิวยอร์กผมชอบรสพีชของ Brooklyn Ice Cream Factory มันอยู่ติดกับสะพานบรู๊กลิน ถ้าใครไปนิวยอร์กผมก็จะไซโคเสมอว่าต้องไปกินร้านนี้ แต่จริง ๆ ผมว่าไอศกรีมที่ชิคาโก้เด็ดกว่า

ใครเป็นคนคิดไอเดียในมิวสิกวิดิโอ

ก็ช่วยกันครับ แต่หลัก ๆ แล้วจะเป็นไอเดียของ สอง ได้ไอเดียมาจากการ์ตูนสมัยก่อนเรื่อง Penny Crayon ซึ่งตอนถ่ายทำนี่ก็อุปสรรคเยอะมาก จริง ๆ แล้วนักแสดงต้องมีอีกคนนึงครับ ซึ่งเป็นผู้หญิงที่สีไวโอลิน แต่ก่อนถ่าย mv เค้าดันเทกระทันหัน ทำให้ต้องปรับบทหน้างานกันเยอะเลย แล้ววันถ่ายที่ Central Park นี่ก็อากาศหนาวมาก ประมาณ 5 องศา แล้วต้องเต้นไปด้วยถ่ายไปด้วย

ถ้ามีความสามารถแบบนางเอกมิวสิกวิดิโอ อยากจะวาดอะไร

อย่างแรกคงวาดไอศกรีมก่อนเลยครับ (หัวเราะ) อย่างที่สองคงวาดลูลู่ขึ้นมาให้เป็นเพื่อนเราในชีวิตจริง เพราะว่าลูลู่เหมือนเราในภาคผู้หญิง ถ้าเกิดมีคนแบบลูลู่ในชีวิตจริงก็น่าจะสนุกดี

มีสถานที่แนะนำในนิวยอร์กไหม

ถ้าพลาดไม่ได้ก็น่าจะเป็นร้านหนังสือ The Strand ครับ ผมชอบถึงขนาดเอามาใส่ในเนื้อเพลง ก็อยากให้ไปดูเชลฟ์บทกวีในร้านนี้ มันเป็นร้านหนังสือที่คัดเลือกหนังสือมาดีมาก

โลกปัจจุบันนี้ดูมีคนเหงาเยอะขึ้น เรามีวิธีจัดการกับมันยังไงเวลาที่เหงา

ดูมิวสิกวิดิโอเพลงนี้เลยครับ แล้วคุณจะหายเหงาทันที (หัวเราะ) ฝาก Miss Lonely Heart ด้วยครับ หายเหงาแน่นอน คือเราชอบเพลงที่เป็นเพื่อนคนได้  เรามองว่าเพลง ๆ นึงมันมีความหมายและมันบันทึกช่วงเวลาไว้ได้ เราก็หวังให้เพลงนี้เป็นแบบนั้นเลยครับ

ตอนนี้ทำอัลบั้มไปถึงไหนแล้ว หรือค่อย ๆ ปล่อยทีละซิงเกิ้ล ดูลู่ทางก่อน

ตอนนี้ผมเลือกเป็นซิงเกิ้ลก่อนดีกว่า ถ้าเป็นอัลบั้มก็อยากทำอัลบั้มที่เป็นเพลงโฟล์กครับ ประมาณเพลง Little Wendy ครับ จะมีเพลงนี้อยู่ในอัลบั้มด้วย แล้วก็มีเพลงโฟลก์อันอื่นสักสิบเพลง

คิดว่าจะมีคอนเซ็ปต์อะไรบ้าง

มันก็คงไม่พ้นประเด็นเรื่องความเหงา เพราะเราเป็นคนเหงาครับ แล้วเราก็ได้อิทธิพลจากเรื่องเฟมินิสต์เยอะ ก็คงจะมีเรื่องนี้ด้วย ซึ่งผมเองก็กำลังแต่งอยู่ ก็คงจะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ สองเรื่องนี้แหละที่น่าจะเป็น core value ของเพลงเรา

ได้ไปเล่นสดที่ไหนบ้างแล้วหรือยัง

ยังเลยครับ แต่น่าจะได้เล่นงานแรกตอนเดือนสิงหาคมนี้แหละ เรากับเพื่อนจะจัด exhibition ที่เป็นภาพวาดกับบทกวี ซึ่งเพื่อนของผมเป็นนักวาดภาพประกอบ ก็จะเอาบทกวีของผมไปตีความในรูปแบบของเขาอีกที  

แล้วมีงานที่อยากไปเล่นไหม

ก็อยากเล่นกับฟังใจนี่ละครับ (หัวเราะ)

ฝากผลงาน

ฝากเพลง Little Wendy กับ Miss Lonely Heart ด้วยครับ สามารถดูได้ทาง YouTube แล้ว

Facebook Comments

Next: