Article ระเห็ดเตร็ดเตร่

ฟังในใจใครจะได้ยิน ‘Fungjai Borderless 2’ ออกจากเซฟโซนมาโดนของนอก

  • Writer: Natwada Katlangka, Pongtorn Klamdit and Yanabhus Suriyajai
  • Photographer: Fungjai Staff

ดนตรีไม่มีพรมแดน เพราะชายแดนไม่มีคนคุม ไม่ใช่! แต่เพราะยุคนี้อินเทอร์เน็ตทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงทุกอย่างง่ายและรวดเร็วต่างหาก ดนตรีก็เช่นกัน เพลงจากทั่วมุมโลกสามารถเข้าถึงรูหูของทุกคนได้เพียงเสี้ยววิ (ถ้าเน็ตเร็วพอนะ) ทำให้เราได้ยินคำว่าว่า ‘ดนตรีไร้พรมแดน’ มาโดยตลอด

ระเห็ดเตร็ดเตร่ วันนี้เลยจะขอพาทุกคนเปิดโลกทัศน์ในงาน Fungjai Borderless 2 หากใครไม่รู้จักงาน Borderless เราก็ขออธิบายว่าเป็นการรวมวงนอกกระแสจากต่างประเทศพร้อมวงไทยในเวทีเดียวกัน ซึ่งครั้งแรกเป็นวงจากอินโดเนเซียอย่าง Matajiwa และ Riot !n Magenta จากสิงคโปร์พร้อมวงไทยอย่าง Diaries, De Flamingo และ Safeplanet คราวนี้เป็นคิวของ M1LDL1FE และ .gif จากสิงคโปร์บวกกับวงไทยแห่งยุคอย่าง t_047, YENTED และ S.O.L.E.

28 มีนาคม 2562

เริ่มด้วยวิธีการเดินทางกันก่อน Goose Life Space BTS สนามเป้า ซึ่งถ้าใครเคยมาก็คงไม่เป็นปัญหาอะไรแต่คนที่ไม่เคยนะสิอาจจะยากนิดนึงเพราะ Goose Life Space อยู่ที่ชั้น 3 ร้าน WhaB ด้วยความที่เรามาก่อนเวลาเริ่มงานพอสมควร เราก็เดินสำรวจงานไปพลาง ๆ ก่อนพบเข้ากับแบ็กดรอป Borderless ให้ถ่ายรูปกันก่อนเข้าพื้นที่คอนเสิร์ต บรรยากาศในงานตอนแรกดูจะกร่อย ๆ ด้วยความที่คนมาน้อยกว่าปกติก่อนประตูจะเปิดในเวลา 18.30 แต่หลังจากนั้นคนก็เริ่มคึกคักมากขึ้นเพราะวงแรกของวันนี้คือเพื่อนบ้านผู้น่ารักอย่าง t_047

t_047

วงแรกในวันนี้อย่าง t_047 พวกเขายังคงทำโชว์ออกมาได้เป็นกันเองเสมอด้วยการสอดแทรกมุกฮา ๆ ตลอดทำให้คนดูไม่เบื่อเลย วงนี้คงเป็นวงเดียวที่คนดูนั่งฟังเพลง ถือว่าการเริ่มงาน Borderless แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยคราวนี้ทางวงเลือกเล่นเพลง หนังสั้น เป็นเพลงแรก ถือว่าเล่นดีฟังเพลินสุด ๆ เนื่องจากงานนี้มีคนดูเป็นชาวต่างชาติ ตูน จึงพูดภาษาอังกฤษในโชว์มากขึ้น ขนาดพูดเกริ่นถึงเพลงที่สองอย่าง เสียงทะเล ก็พูดภาษาอังกฤษนะ การที่จะรู้ว่าวงไหนดังหรือไม่ดังวิธีสังเกตที่ง่ายที่สุดคงไม่พ้นการสังเกตคนร้องตามนี่แหละ ด้วยความมั่นใจของ ตูน จึงได้บอกกับแฟนเพลงชาวไทยว่าให้ร้องเพลงต่อไปนี้ดัง ๆ คนต่างชาติจะได้รู้ว่า t_047 โคตรดัง เราจึงแอบคิดในใจ แบบนี้ได้ก็ได้เหรอ? ฮ่า ซึ่งเพลงที่จะประกาศความดังให้ต่างชาติได้รับรู้นั่นก็คือ รอสายรุ้ง ซึ่งแฟนเพลงชาวไทยก็ได้ช่วยร้องแบบเขิน ๆ เพลงต่อไปคือ จักรวาลสมมติ ซึ่งพวกเขาเล่นดีไม่มีตกต่อด้วยเพลงช้า จันทร์  ซึ่งความงดงามของเพลงนี้ทำให้คนใน Goose Life Space ตั้งใจฟังเพลงนี้กันอย่างเงียบสงบ จบเพลงนี้ก็ได้พูดคุยกันนิดหน่อยแล้วต่อด้วย เพียงฤดู เป็นเพลงต่อไป โดยคราวนี้ทางวงได้มีการเล่นกับคนดูคือให้คนดูร้องท่อน ‘เป็นแค่เพียงฤดูรึเปล่า’ แทนตัววงเอง ซึ่งบรรยากาศดูเป็นกันเองและน่ารักมาก ๆ แต่สิ่งที่พีคที่สุดของ t_047 ในคราวนี้คือการที่ตูนหันไปคุยกับวง .gif ที่กำลังรอเล่นต่อว่าตัวเองคือร็อกสตาร์ของไทย ใจพี่ตูนโคตรได้เลย ปรบมือ และพี่แกก็พูดอะไรต่าง ๆ อีกสารพัดจนมือเพอร์คัสชั่นต้องพูดขอให้เล่นเพลงต่อไปสักทีและนั่นก็คือเพลงสุดท้าย สีของฟ้า ความพิเศษของโชว์นี้คือการโซโล่ไวโอลินอันเพราะพริ้งต่อด้วยการที่ทุกเครื่องดนตรีเล่นเพลง หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว กันหมด อะไรจะบรรเทิงขนาดนี้ สิ้นสุดโชว์ของ t_047 ถือว่าเป็นโชว์ที่หลากรสมาก ๆ ประทับใจไม่รู้ลืม

.gif

เวลาสองทุ่มกว่า ๆ ก็เป็นเวลาของวงที่สองอย่าง .gif (ดอตจิ๊ฟ) วงอิเล็กทรอนิกจากสิงคโปร์ ก่อนจะมาฟังสด ๆ เราก็ได้ลองฟังเพลงของพวกเขามาก่อนและรู้สึกว่าพวกเขามีเสน่ห์แบบแปลก ๆ เพลงอย่าง Juvenile ให้ความรู้สึกลอย ๆ หวิว ๆ ก็เลยอยากรู้ว่าถ้ามาฟังเล่นสดแล้วจะเป็นยังไง

โดยทางวงได้เริ่มเพลงแรกเป็นเพลงที่น่าทึ่งมาก เพลงนี้มีการสร้างซาวด์แอมเบียนต์เหมือนอยู่ในป่าที่จะมีเสียงสัตว์ป่าร้องกันจอแจ โดยเสียงทั้งหมดเกิดจากเสียงร้องของนักร้องนำสาว Chew Wei Shan เพียงคนเดียว จากเสียงสัตว์ตัวเดียวก็ร้องทับเข้าไปอีกหลายแทร็คจนกลายเป็นเสียงสัตว์หลากหลาย เพลงดังกล่าวคือ Diatribe และเพลงต่อไปเริ่มมานักร้องสาวคนเดิมได้ทำเสียงหายใจ แล้วก็ทำร้องเสียงโหยหวนเป็นอีกแทร็ค โดยเพลงนี้จะค่อนข้างชวนโยกหน่อย เพลงที่ว่าคือ Blanche ส่วนเพลงต่อไปทางวงเล่นเพลงที่มีชื่อว่า Money โดย Chew Wei Shan ได้แร็ปในเพลงนี้ และเธอทำได้เยี่ยมยอดจริง ๆ เพลงต่อไปเป็นเพลงที่เราฟังบ่อยสุดของวงนี้เลย นั่นก็คือ Juvenile ที่เคยกล่าวไปตอนต้น ซึ่งฟังสดแล้วให้ความรู้สึกอิ่มเอมใช้ได้เลย และแล้วมือกลองก็ลงจากเวทีเหลือบนเวทีเพียงสองคน เพลงต่อไปพวกเขาเล่นเพลง Godspeed เพลงนิ่ง ๆ แต่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ ดูได้จากทางวงที่ดูตั้งใจเล่นเพลงนี้มาก ๆ ต่อจากเพลงนี้คือ Nothing To Do และคิดว่ายังไม่มีการปล่อยเพลงนี้ออกมาให้ฟังเพราะลองหาแล้วไม่พบเลย แต่ก็ถือว่าเพลงนี้ยังคงรักษาอัตลักษณ์ของวงได้ดี จบเพลงนี้มือกลองก็กลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง พร้อมพาทุกคนเข้าสู่เพลงสุดท้ายอย่าง Sate ซึ่งเป็นเพลงที่นำมาวางไว้ท้ายโชว์แล้วดูงดงามมาก

สำหรับ .gif บอกเลยว่าเป็นโชว์ที่น่าหลงใหล ตื่นเต้นกับทุกอย่างที่พวกเขาโชว์ออกมาสุด ๆ หลายอย่างที่ได้ฟังมันดูแปลกใหม่สำหรับเราจริง ๆ ถือว่าเป็นแนวดนตรีทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

M1LDL1FE

มาถึงวงที่ใครหลายคนรอคอยโดยเฉพาะสาว ๆ ในงานเพราะแค่หน้าตาของเหล่าสมาชิกก็เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นได้แล้ว เริ่มด้วยเพลง Always Been Right Here ชวนทุกคนโยกย้ายเบา ๆ ก่อนร้องพร้อมกันว่า เอโอ้ว ในเพลง LUNA ตามด้วยอิเล็กทรอนิกสุดเท่สำหรับคนที่กำลังตกหลุมรักอยู่ Super Algorithm ก่อนปรับจังหวะลงด้วยเพลงช้าที่หลายคนร้องตามเป็นเสียงเดียวกันอย่าง How Your Forget โยกกันต่อกับรีฟกีตาร์สุดเท่บวกจังหวะหนึบหนับกับเพลง Neptune’s Eyes ก่อนเราจะสะดุ้งเพราะนึกว่าใครเปิดอินโทรเพลง Octopussy ของ Gym and Swim เพราะอินโทรเพลง Backdoor ชวนเรานึกถึงจริง ๆ หลังจบเพลงวงก็กล่าวขอบคุณคนดูในวันนี้ ถึงตอนนี้เราสามารถยืนยันได้เต็มปากว่าเพลงของ M1LDL1FE ชวนโยกทุกเพลงเพราะเพลงต่อไปคือเพลงที่ทำให้ใครหลายคนรู้จักพวกเขาอย่าง Distraction แม้จะสลับเล่นเพลงช้าต่อแต่เราก็ไม่รู้สึกขัดกับลำดับเพลงแม้แต่น้อย ก่อนทุกคนจะเงียบกริบด้วยเพลงช้ามูดเท่ Plantatioms พวกเขากล่าวขอบคุณอีกครั้งแถมพูดคำว่า ฟังใจ ได้ชัดอีกด้วย ไปกันต่อกับ Ariel นำปรบมือพร้อมกันอย่างสวยงาม ตอนนั้นไม่มีใครสนใจเลยด้วยซ้ำว่าพวกเขาเล่นไปกี่เพลงแล้วเพราะโชว์ของพวกเขาเพลิดเพลินเกินกาลเวลาจนมาถึงเพลงสุดท้ายอย่าง In Your Arms ปิดท้ายโชว์ไปได้อย่างสวยงามพร้อมเสียงปรบมือและคำชมจากคนรอบข้างว่า โคตรดี! แถมหลังเล่นจบพวกเขายังเดินทักทายทุกคนในงานอีกด้วย ก่อนคนจะเริ่มแน่นขึ้นด้วยวงต่อไปอย่าง

YENTED

เมื่อเครื่องเริ่มติดหลังจากโชว์ของวง M1LDL1FE จบลง ความสนุกได้ถูกเสิร์ฟอย่างต่อเนื่องโดยวงป๊อปอย่าง YENTED  เสียงเพราะ ๆ ของเจา (นักร้องนำ) ไม่เคยทำให้คนดูผิดหวัง พวกเขาเปิดโชว์ด้วยเพลงที่ เพลงของใคร  เพลงเนื้อหาออดอ้อนของหนุ่มนักแต่งเพลงขี้น้อยใจในโชคชะตาความรัก เปิดมาอ้อนแฟนเพลงซะขนาดนี้ จะไม่ให้แฟนคลับเพิ่มขึ้นในทุก ๆ คอนเสิร์ตได้ยังไงไหวล่ะเนี่ย โชว์ของ YENTED ดำเนินไปอย่างกลมกล่อมจนถึงช่วงกลางของโชว์ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้นเมื่อ ตูน นักร้องนำวง t_047 ขึ้นไปแจมกันบนเวทีเราจึงได้ฟังเพลง ถ้าหาก  ในเวอร์ชันที่ไม่เคยมีมาก่อนและไม่แน่อาจจะไม่มีอีกแล้วก็ได้นะ พลาดแล้วพลาดเลยแหล่ะ ‘โปรดเถอะบอกฉันที ว่าเธออยู่ที่ใด วันที่เธอหายไป ทรมานเหลือเกิน’ ท่อนหนึ่งในเพลงสุดท้ายที่หนุ่ม ๆ ใช้จบการแสดงของวงพวกเขาในค่ำคืนนี้ เพลงช้ากินใจเนื้อหาบาดอารมณ์ทำให้เหล่าผู้ชมเข้าถึงได้ไม่ยาก เมื่อสิ้นสุดเสียงโน๊ตตัวสุดท้ายเสียงปรบมือโห่ร้องเกรียวกราวจากผู้ชมคือเครื่องการันตีอย่างดีว่าโชว์ของพวกเขานั้นไร้ที่ติจริง ๆ

S.O.L.E.

Borderless

ตอนเห็นไลน์อัพเราก็งงว่าทำไมสองวงจากสิงคโปร์ไม่ใช่วงปิดงานครั้งนี้แต่ทุกอย่างในงานก็ตอบได้ว่าทำไมเพราะสำหรับเราตอนนี้ S.O.L.E คือวงที่เล่นสดได้เดือดมากกว่าวงร็อกหลายวง อุ่นเครื่องด้วยเพลงตอนซาวด์เช็กจาก Bring Me The Horizon ก่อนขึ้นเวทีด้วยสมาชิกคุ้นหน้าอย่าง โบนัส ปอม De Flamingo แอ๊ป Mattnimare และ อ๋อง เบน The Whitest Crow พร้อม Mikey Sent เริ่มด้วย Fckugvrnmnt พร้อมพิพาทประเด็นการเมืองก่อนโปรเจ็กเตอร์จะฉายเวิร์ดเชิดชูชื่อคน ๆ นึงขึ้นมาซึ่งคุณไม่ควรรู้เป็นอย่างยิ่ง My Majesty The King ทุกคนช่วยกันร้อง ‘S.O.L.E’ ก่อนเซิ้งกันในเพลง Bangkok Teenage Ranaissance ต่อกลองรัว ๆ กับ Cyber Punk พาทุกคนในงานอยู่ไม่สุกโดยเฉพาะโซนหน้าเวที (เราก็ด้วย!) ก่อนสิ่งไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นใน When Everyone Is Doing A Moshpit เพราะมอชพิทเกิดขึ้นจริงทุกคนในงานวิ่งชนกันอย่างบ้าคลั่งตามด้วย Psycho Killer ไม่ให้คนดูอย่างเราพักหายใจเลยแม้แต่น้อย จบเพลงก็พูดคุยตามภาษาสุภาพชนก่อนเสียงโทรศัพท์จะดังขึ้นแต่ไม่มีใครโทรมาในเพลง Call Me ที่ทุกคนยังตะโกนร้องตามกันได้อย่างเมามัน Be With Youในเวอร์ชั่นเร็กเกตอน ยังชวนโยกต่อเนื่องพร้อมท่อน ‘Come on Come on Come on Come on’ เสียงดังลั่นก่อนเข้าเพลงสุดท้ายไม่จริงอย่าง Rich คนดูหลายคนก็ทำท่าโปรยเงินราวกับเป็นเศรษฐี ก่อนเล่นเพลงไทยซักเพลงจาก The Whitest Crow อย่าง ไม่เป็นไร เติ้ลลงมาร้องเพลงกับคนดูอย่างเป็นกันเองแถมยังพูดอีกว่าเป็นโชว์ของ S.O.L.E ที่สนุกมากที่สุดซึ่งเราในฐานะคนดูก็คิดอย่างงั้นจริง ๆ มาถึงเพลงสุดท้ายอย่าง Like A Magic เวทย์มนต์ของเพลงนี้ทำให้ทุกคนตกอยู่ในภวังอย่างแท้จริง ก่อนจะมีคนดูบินได้ด้วยวิธีการเซิร์ฟเกิดขึ้นพร้อมคำถามใจว่า ได้ไงวะ เป็นชายร่างเล็กทุกคนเลยช่วยกันยกและลงจอดสู่พื้นอย่างสวยงาม เท้าไม่โดนหน้าใครด้วยนะ เหมือนคืนนี้จะจบลงอย่างสวยงามแล้วแต่คนดูอย่างเราก็ไม่เคยพอกับความสนุกระดับนี้เสียง เอาอีก ๆ ตะโกนจน S.O.L.E หยิบเพลง If You Want To Run, Run Faster มาเล่นก่อนรับโชคจากเบียร์แจกฟรี 20 กระป๋องปิดท้ายคืนนี้ไปได้อย่างสวยงาม

ถือว่าเป็นงานที่เกินคาดมาก ๆ สำหรับ Fungjai Borderless 2ในครั้งนี้ การจัดวันธรรมดาพร้อมสภาพอากาศเสี่ยงฝน แต่สุดท้ายดนตรีก็ดึงดูดให้ทุกคนมาพบกันรวมไปถึงทุกวงดนตรีในงานที่เราขอพูดชื่อพวกเขาอีกครั้งอย่าง t_047, .gif, M1LDL1FE, YENTED และ S.O.L.E พวกเขาทำให้คืนนี้ของทุกคนสวยงามและเต็มไปด้วยโมเมนต์ประทับใจมากมาย แม้จะต่างเชื้อชาติหลากหลายภาษาแต่นี้ถือเป็นอีกครั้งที่คำว่า ‘ดนตรีไม่มีพรมแดน’ เกิดขึ้นจริง ๆ ขอบคุณคนฟังเพลงทุกคนที่มาร่วมสร้างประสบการณ์ในครั้งนี้ หวังว่าเราจะได้พบเจอกันใหม่ในงานครั้งต่อ ๆ จากฟังใจนะ

Facebook Comments

Next: