Article ระเห็ดเตร็ดเตร่

เซิ้งให้สุดทาง ส่งท้ายห้องเรียน Fungjai Lab² กับ เขียนไขและวานิช, จุลโหฬาร, TaitosmitH และ The Paradise Bangkok Molam International Band

  • Writer: Tanaphat Kultavewut and Donratcharat
  • Photographer: Tas Suwanasang

เดินทางมาถึงวิชาสุดท้ายของห้องเรียน Fungjai Lab² x ข้าวหอมสุขเพียวๆ เป็นการส่งท้ายปีการศึกษาอย่างครบรสกับ Modern Thai Dance 101: รำวงไทยสมัยใหม่ จัดเต็ม 4 วงดนตรีพาดิ้นที่อยากเห็นพวกเขาร่วมเล่นในงานเดียวกันมากที่สุด เขียนไขและวานิช, จุลโหฬาร, TaitosmitH และ The Paradise Bangkok Molam International Band แค่ชื่อศิลปินก็การันตีความม่วนกันได้แล้ว

 

31 สิงหาคม 2019

ทันทีที่ประตูเปิด บรรยากาศของ Glowfish Office สาทร ก็คึกคักขึ้นมาทันที ในงานยังมีสินค้าจาก What I Wear คอลเล็กชัน Fungjai Music Club มาให้เลือกซื้อแบบคูล ๆ และสิ่งที่ได้รับความสนใจจากคนในงานไม่แพ้กับไลน์อัพวงดนตรี คือกิจกรรม ‘ซุ้มมือปืน’ วัดความแม่นยำของเลือดนักสู้พร้อมชิงรางวัลสุดพิเศษอย่างบัตร Maho Rasop Festival 2019 

fungjailab2-activity-booth

รอบนี้หน้าตาของเวทีจะแปลกตาไปจาก 2 EP ที่ผ่านมา คนที่มาทุกรอบจะรู้ว่าแปลกไปยังไง แถมรอบนี้ยังมี ลานรำวง เอาใจขาแดนซ์แบบสุด ๆ

เวลาหนึ่งทุ่มตรงตามตารางสอน เขียนไขและวานิช พร้อมขึ้นมามอบบทเพลงที่ขับกล่อมแฟนเพลงทุกคนราวบทกวี แถมเซอร์ไพรส์ทุกคนที่รอบนี้ได้ โอ๊ต Itsya มาร่วมโชว์

ด้วยอินโทรจากเสียงกีตาร์โปร่ง พร้อมกับวิดีโอย้อนยุค คือจุดเริ่มต้นบรรยากาศของค่ำคืนนี้ ภาพฝันในจักรวาล เสียงร้องประสานของทั้ง 3 คน ทำให้เพลงนี้สมบูรณ์ พร้อมกับเสียงปรบมือต้อนรับพวกเขา

modern-thai-dance-folk-1

ต่อเนื่องกับ การให้  เพลงที่แต่งไว้นานแล้ว แม้จะเพิ่งปล่อยได้ไม่นาน แต่ก็เรียกเสียงจากคนดูได้ไม่น้อย ตามด้วย ตามกาลเวลา โจ้ บอกว่า “เพลงนี้พูดถึงทฤษฎีใบไม้ ที่สักวันต้องร่วงหล่นลงพื้น

เหมือนกับชีวิตคนที่ต้องหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน” ปิดท้ายเพลงด้วยเสียงฮาร์โมนิก้าของโอ๊ต เติมบรรยากาศธรรมชาติเข้าไป ต่อด้วย ทะเลดาว เพลงที่โอ๊ตแต่งให้คนรัก “เมื่อได้ฟังเพลงนี้ เธอจะรู้ฉันคิดถึงเธอแค่ไหน”

พร้อมกับเสียงคนดูร้องตาม ทำให้ภาพของทะเลดาวในคืนนี้ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม และแน่นอนว่าจะขาดเพลงนี้ไปไม่ได้ นั่นก็คือ หนีห่าง เพลงที่แฟน ๆ ของเขียนไขและวานิชคุ้นหู “ฮู้ฮู ฮูฮู้ฮู”

เสียงร้องไห้ในเพลงที่วันนี้ทุกคนร้องด้วยกัน ใครที่เศร้าคงบรรเทาลงไปบ้าง อย่างน้อยก็มีเพื่อนข้าง ๆ ล่ะนะ

ต่อไปกับ Goodbye Sun เพลงของ Itsya วันนี้ได้ โอ๊ต และ เรย์ มารวมตัวกัน ทุกคนได้ฟังเพลงนี้แบบออริจินัล

its

เดินทางมาถึง 2 เพลงสุดท้าย แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร สมกับเป็นเพลงที่ทุกคนรอคอย เสียงร้องจากทุกคนคือคำตอบว่าเพลงนี้เดินทางมาไกลขนาดไหน 

ส่งท้ายด้วย โลกผู้ให้  จาก เรย์ สุขเสมอ มือกีตาร์ที่เคียงข้างโจ้ในทุกงาน ร่ำลาไปอย่างอบอุ่น 

ต่อเนื่องกับวงดนตรีที่มาแรงการันตีเข้าชิงรางวัล สีสันอะวอร์ดส์ ถึง 4 สาขา ขึ้นเวทีมาพร้อม interlude ที่มีเสียงพิณเป็นพระเอก “สวัสดีฟังใจ Lab จ้าาา” พวกเขามาแล้ว จุลโหฬาร เปิดด้วยเพลงแรกอย่าง ดิ้น เพลงที่ละลายพฤติกรรมคนดูไปกับเสียงดนตรีของพวกเขาทุกคนคึกคักขึ้นมาทันที ต่อด้วย จุลโหฬาร  เป้ วางพิณแล้วหยิบแคนขึ้นมาเป่าพร้อมเสียงร้องแหล่ของ เกม เชื่อว่าทุกคนคงจำท่อน “ช่วยจำชื่อกันจุลโหฬาร” ไปได้อีกนาน

 

เติมสีสันไปกับอีกสองเพลงที่คัฟเวอร์มาจาก อภิรมย์ วงพี่น้องของพวกเขา ผิงไฟ แค่อินโทรขึ้นมา คนดูก็กรี๊ดกั่นสนั่น ต่อด้วย หนีห่าง ของ เขียนไขและวานิช สองเพลงในสไตล์ของจุลโหฬารมีกลิ่นดนตรีอีสานผสมในเพลงเรียกว่าเอาคนดูอยู่หมัด มาถึงเพลงช้าที่สุดของวงอย่าง Time ด้วยเมโลดี้ที่จำง่ายก็ทำให้คนดูฮัมตามได้ ไม่ต้องพึ่งภาพประกอบใด ๆ  แค่แสงไฟนิ่ง ๆ สลัว ๆ กับเสียงดนตรีของพวกเขา ส่งท้ายเพลงด้วยเสียงพิณสูง ๆ ขยี้ ๆ ทำให้เพลงนี้เป็นเพลงช้าที่พีคสุด ๆ ตัดจบพร้อมเสียงเฮจากคนดู

ต่อเนื่องกับเพลงช้าอย่าง แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร ของ เขียนไขและวานิช ที่แอบได้ยินคนดูตะโกนว่า “ร้องเพราะจังวะ” ส่งท้ายค่ำคืนนี้ของจุลโหฬาร เด้ออ้ายเด้อ ที่มีเอกลักษณ์ของเพลงอย่างท่อน ‘ฮึ่ยย่ะ!’ ที่ผสมวัฒนธรรมเพลงพื้นบ้านอีสานเข้าไปแบบเท่ ๆ และ วงโคจร เพลงส่งท้าย กลองตีให้จังหวะคนดู เพลงนี้มีท่อนแก๊งไว้เล่นกับคนดูด้วยนะ เกมพูดขอบคุณทุกคน ขอบคุณฟังใจที่จัดงานดี ๆ แบบนี้ เสียงกรี๊ดของค่ำคืนนี้น่าจะเป็นเชื้อเพลิงในถนนดนตรีของพวกเขาได้ดี 

มาถึงวงที่ทุกคนตั้งตารอให้เลือดนักสู้มันสูบฉีดอย่าง TaitosmitH  ขึ้นมาปรากฏตัวบนเวทีพร้อมซาวด์ดิบ ๆ หลอน ๆ “ฟังใจเอ๋ยยย” จ๋ายพูดพร้อมสาดกีตาร์อย่างดุเดือดบวกกับไฟสีแดงสาดกระตุ้นอารมณ์จนเสียงเฮดังลั่น เริ่มด้วย Amazing Thailand จิกกัดด้านมืดของไทยเบา ๆ เปลี่ยนบรรยากาศขาแดนซ์จากวงที่แล้ว มาเป็นความเดือดพล่าน การร้องสลับกันของทั้งสองคนลงตัวมาก

ต่อเนื่องกับ คางคก เพลงสุดฮิตเล่าเรื่องราวชีวิตเรียกเสียงเฮจากคนดูถล่มทลาย “ไปว่ายน้ำกัน” จัดหนักอีกสามเพลงต่อเนื่องเรียกได้ว่าเอาให้คลั่งตายกับ Pattaya Lover คนดูสนุกไปกับการตะโกนร้องท่อน “I have love in Pattaya” อย่างสนุกสนาน เป็นตะลิโตน ไฟสีชมพูกับดนตรีกลิ่นโซลของเพลงนี้ บรรยากาศแอบมีความเป็นบาร์ริมชายหาดแถมด้วยท่อนโซโล่สุดเร่าร้อน และ แดงกับเขียว เพลงที่แทบจะฮิตติดลมบนที่สุดในชั่วโมงนี้ แค่จั่วหัวเพลงด้้วยการตะโกนว่า “ได้กลิ่นนักเลงโว้ยย” ก็ทำให้เลือดนักสู้ในตัวคนดูมันเดือดจนแทบทนไม่ไหว (ถ้ามีไม้ก็คงหยิบมาตีกันแล้วแน่ ๆ) และเพลงนี้ยังได้ ไม้หมอน วชิรวิทย์ มาร่วมร้องด้วย เดือดแค่ไหนไม่รู้ รู้แต่ทุกคนตะโกนออกไปว่า “พ่อ แม่ มึง!” ดังมากกกกกก

taitosmith

 

เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของ TaitosmitH กับเพลงที่มีเรื่องราวกินใจคนจากบ้านมาไกลอย่าง Hello Mama ที่ได้ เป้ จุลโหฬาร ขึ้นมาร่วมเล่นพิณ ท่อนฮุคภาษาอีสานกินใจที่ฮุคสุดท้ายได้ เกม จุลโหฬาร มาร้อง เป็นตัวแทนแห่งความฝันของคนไกลบ้าน ส่งท้ายด้วย อนัตตา เพลงเนื้อหาแฝงปรัชญากับบรรยากาศแสงไฟหม่น ๆ และเซอร์ไพรส์ด้วยเสียงร้องของ เจ มือคีย์บอร์ด ขนลุกเลยทีเดียว ประกอบกับโซโล่สาดยาว ๆ ให้คนดูได้โดดกันทั้งฮอล แถมยังขอบคุณ ข้าวหอมสุขเพียว ๆ ให้ด้วยอีกแหนะ ลูกค้ารักแย่แล้วจ้า

 

ปิดห้องเรียนค่ำคืนนี้ไปกับ The Paradise Bangkok  Molam International Band วงดนตรีที่ออกทัวร์ไปทุกมุมโลก

แม้ว่าวันนี้จะขาดมือเพอร์คัชชันอย่าง Chris Menis กับ นัท ณัฐพล หมอฉิ่งประจำวง แต่ก็ได้ พี่ต้อม Nylon มาตีเพอร์คัชชันแทน

งานนี้ขนเพลงฮิตพาดิ้นมาครบ เปิดหัวด้วย สาวสะกิดแม่ เสียงพิณของพี่คำเม้าเปิดมาราวกับบอกทุกคนว่าถึงเวลาสนุกแล้ว ผสมกับเสียงแคนของพี่ไสว

เป็นการเปิดโชว์อย่างสมบูรณ์แบบ ต่อเนื่องกับ กวางน้อยเจ้าเล่ห์ ไลน์เบสกรูฟ ๆ กับแคนโซโล่ของพี่ไสว ตบท้ายเพลงด้วยไลน์เบสแบบฟังก์และดิสโก้ ยกความสนุกให้กับเพลงนี้ไปเลย

มาถึงอีกหนึ่งท่าไม้ตายของวงอย่าง สตูดิโอลำเพลิน เสียงพิณนำมาก่อน คนดูปรบมือกันเกรียวพร้อมกับจังหวะสุดโจ๊ะที่พาดิ้นจนขาพัง (ก็เสียงพิณมันกรีดใจนี่เนาะ)

แถมท้ายด้วยการบอกว่าไม่อยากให้เรียกลุง “ขอเป็นพี่ได้ไหมจ๊ะ?”

 

มาถึงโค้งสุดท้าย ยิงยาว ๆ กับเซ็ตลิสต์ ท่าไม้ตายอย่าง ไล่วัว เปิดด้วยเสียงแคนเล่นควบไปกับไลน์เบสสุดกรูฟ นอกจากคนดูจะเปิดฟลอร์ดิ้นไม่หยุดแล้ว พี่คำเม้ายังเต้นควงมือบนเวที
รียกว่าเต้นให้เด็กมันดูเลยงานนี้! ต่อด้วย ลำดิ๊งด่อง ที่ต้องยกให้พิณเป็นพระเอกไปเลย ถึงกับมีคนขี่คอกันเต้นแล้ว ต่อเนื่องด้วยเพลงที่พลาดไม่ได้ สินไทร ไม่มีคำอธิบายใด ๆ นอกจากคำว่า โคตรพีค!

เซิ้งต่อกับ  ไสวลำเพลิน เพลงใหม่ของวงที่ยังไม่ได้อัดเสียง คาดว่าเราจะได้ฟังกันเร็ว ๆ นี้ ปิดท้ายไปกับเพลงสุดท้ายอย่าง โชว์วง พลังของดนตรีบวกกับฤทธิ์ของน้ำเขียวในตำนานทำให้ความสนุกเลยป้ายสุด ๆ (ท่าปะแป้งก็มา รีดผ้าก็มี ขาขวิดกันไปหลายคน) (ขำ) 

มีเหรอที่จะยอมกลับบ้านกันง่าย ๆ

ไม่มีทางหรอก เสียงตะโกน “เอาอีก เอาอีก เอาอีก” ดังซ้ำ ๆ เรียกให้วงขึ้นมาเล่นอีกครั้ง วงเลยจัดเพลงสุดท้าย สั่งลา  เพลงที่เราจะได้ฟังแค่ตอนแสดงสดเท่านั้น เพราะไม่มีการอัดเสียง ทำให้จบค่ำคืนนี้ไปอย่างสวยงาม

 

เป็นการส่งท้ายปีการศึกษาจากห้องเรียน Fungjai Lab² x ข้าวหอมสุขเพียวๆ ที่อัดแน่นไปด้วยความสุข ความสนุกจาก 4 วงดนตรีสายแดนซ์ที่คุ้มค่ากับการรอคอยสุด ๆ ขอขอบคุณ ข้าวหอมสุขเพียวๆ น้ำเขียวในตำนาน ที่หลายคนติดใจพบกันใหม่ได้ที่ Maho Rasop Festival 2019 ขอขอบคุณ Glowfish Office สาทร สำหรับสถานที่และความช่วยเหลือที่ดีตลอดทั้งงาน ขอขอบคุณวงดนตรีที่มาให้ความสนุกและความสุขตลอด 3 ห้องเรียนที่ผ่านมา และขาดไปไม่ได้ ขอขอบคุณคนดูทุกคนที่ร่วมสร้างบรรยากาศของซีนดนตรีให้สวยงามขนาดนี้ ไว้พบกันใหม่นะ

อ่านต่อได้ที่:
เปิดห้องเรียน ​Fungjai Lab² x ข้าวหอมสุขเพียวๆ กับวิชา ‘การบริหารและจัดการน้ำตา’
ซดข้าวหอมย้อมใจใน Fungjai Lab² กับ Zweed N’ Roll, Death of Heather, Inspirative และ Solitude is Bliss

Facebook Comments

Next: