Article ระเห็ดเตร็ดเตร่

Hippo Campus ประเดิมความมันครั้งแรกในเอเชีย ณ Live RCA เมืองไทย

  • Writer: Yanabhus Suriyajai
  • Photographer: Narinthip Chaichana

Hippo Campus วงอินดี้ร็อกที่กำลังมาแรงจากมินนิโซตาจะมาประเดิมคอนเสิร์ตครั้งแรกที่ประเทศไทย เมื่อเรารู้ดังนั้นในฐานะคนฟังเพลงที่หลงใหลผลงานของพวกเขาคนหนึ่งคงไม่อาจอยู่เฉยได้ และในที่สุดเราก็สมหวัง เราได้รับชมการแสดงครั้งแรกของพวกเขา ณ Live Arena

22 มีนาคม 2562

เวลาประมาณสองทุ่มครึ่งเราก็ได้มาถึงยังหน้า Live Arena ภาพที่เห็นคือมีผู้คนจอแจเต็มไปหมด ในบริเวณหน้างานมีคนจำนวนหนึ่งทำหน้าที่ขอซื้อบัตรหรือบางคนก็เสนอขายบัตรกับเรา ตอนนั้นเราจึงคิดในใจว่านี่ต้องเป็นวงที่หลายคนต้องการจะรับชมมากแน่ ๆ และแล้วผมก็ดึงสติตัวเองกลับมาเพื่อที่จะดำเนินหน้าที่ต่อ ผมมุ่งหน้าไปยังจุดรับบัตรหน้างานและรีบเข้าด้านในทันที

ภายในมืดสนิท แต่สิ่งที่เห็นชัดเจนสุดคือโลโก้วง Hippo Campus ที่เรืองแสงอยู่บนเวที บริเวณหน้าเวทีมีแฟนเพลงมากมายนั่งจับจองพื้นที่เต็มไปหมด คนมาทีหลังอย่างเราก็คงต้องยอมรับกับกติกาสังคมนี้ เราจึงหาพื้นที่ว่างบริเวณใกล้ ๆ sound engineer สังเกตว่าเมื่อเวลาใกล้ ๆ สามทุ่ม ผู้ชมก็เริ่มหลั่งไหลกันเข้ามาในงานจนเริ่มแออัด จู่ ๆ เพลงที่เปิดคลอตลอดงานก็ปิดลงทันที แล้วทุกคนในคอนเสิร์ตก็ร้องเฮกันดังสนั่น พร้อมกับโลโก้วง ๆ หนึ่งก็ได้ปรากฎขึ้นบนจอวิชวล โลโก้วงนั้นคือ Gym and Swim

เสียงเฮยังดังไม่หยุด และแล้ววง Gym and Swim จึงออกมาพบเราทุกคน เมื่อทุกคนในวงประจำตำแหน่งแล้วก็ไม่พูดพร่ำอะไร เมื่ออินโทรเพลง Sunrise ได้ดังขึ้น ทันใดนั้นหลาย ๆ คนจึงเริ่มออกท่าทางเริงระบำต่าง ๆ นานา ต่อด้วยเพลงต่อไปคือ Surfin’ Baby ผู้ชมทั้งหลายยังคงเต้นไม่หยุด หลังจากที่เพลงสองจบ เฉลิมนักร้องนำก็ได้พูดชมวง Hippo Campus ใหญ่เลย แต่ที่เราจำได้แม่นคือชมว่า มือเบสวงนี้หล่อ’ นี่แหละ ทำให้หลาย ๆ คนในงานได้ยินดังนั้นจึงเกิดรอยยิ้มไม่หุบ ไม่รอช้าทางวงจึงพาพวกเราเข้าสู่เพลงที่สามอย่าง What Time is it There บรรยากาศสนุก ๆ ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง แล้วก็มาหยุดพูดคุยกับผู้ชมกันต่อ ทางวงได้บอกกับพวกเราว่าคอนเสิร์ตนี้คืองานแรกของ Gym and Swim ในปี 2019 เลย และอีกอย่างที่หายไปคือพวกเขากำลังทำอัลบั้มใหม่ ผู้ชมรู้ดังนั้นจึงร่ำร้องดีใจกันเกรียวกราว เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อทางวงจึงเล่นเพลงต่อไป Falling แล้วต่อด้วยเพลงที่มีคนร้องดังที่สุดเพลงหนึ่งของวง อย่าง Yuuwahuu แต่เวอร์ชันเล่นสดครั้งนี้ได้มีการปรับแต่งนิดหน่อยทำให้ outro มันสะใจกว่าเดิมทำให้หลายคนเสียแรงไปกับการโยกย้ายในเพลงนี้พอสมควร นึกว่าจะมีแค่เพลงนี้ที่สะใจเพลงต่อไปอย่าง Octopussy ก็มีความเมามันจนนึกว่าวงนี้คือวงร็อกเต็มตัวไปแล้ว หลังจากจบเพลงนี้ก็พักเหนื่อยกันนิดนึง ในระหว่างนั้นทางวงก็ยังแซววง headliner ทำให้หลายคนในงานหัวเราะชอบใจ จากนั้นก็ตัดบทไปเลยด้วยเพลงสุดท้ายของวงคือเพลง Bunny House ช่วงหลัง ๆ ของเพลงได้มีการเอ็นเตอร์เทนให้ทุกคนกระโดดไปด้วยกันเหมือนกระต่าย สิ้นสุดเพลงนี้ Gym and Swim ก็ได้กล่าวลาและขอบคุณผู้ชมทุกคน ทางฝั่งผู้ชมก็ปรบมือส่งเสียงให้กับโชว์อย่างประทับใจ แล้วเพลงที่เคยดับไปก็ดังขึ้นอีกครั้ง

ผู้ชมหลายร้อยคนบางส่วนจึงได้ออกจาก Live Arena เพื่อไปทำธุระส่วนตัวเพื่อทำตัวให้พร้อมกับโชว์ที่พวกเขารอคอย เป็นเวลาประมาณสี่ทุ่มนิด ๆ ไม่นานเสียงเฮที่ดังที่สุดของคอนเสิร์ตจึงเกิดขึ้น หลาย ๆ คนพยายามสังเกตที่ประตูหลังเวทีอย่างไม่ละสายตา แล้วพวกเขาก็ปรากฎตัวออกมา โดยมี Nathan Stocker มือกีตาร์เดินนำออกมา ตามมาด้วยคนอื่น ๆ ในวงอีกสี่คน

เสียงเฮที่ดังอยู่ยังดังต่อไม่หยุดหย่อน ทุกคนในวงต่างตรงปรี่ไปที่เครื่องดนตรีของตัวเอง ทั้งวงมองหน้ากันสักแป๊บเป็นอันรู้กันว่าพร้อมแล้ว ซาวด์สังเคราะห์ที่หลายคนคุ้นเคยก็ดังขึ้น มันคืออินโทรเพลง Bambi คือเพลงที่ส่วนตัวของเราอยากฟังที่สุดของวงนี้ พวกเขายังเล่นและถ่ายทอดออกมาได้ไม่ผิดหวัง พอจบเพลงแรกก็ต่อด้วยเพลงที่สองทันทีนั่นคือเพลง Golden แทร็คที่เก้าของอัลบั้ม Bambi พวกเขาก็ยังคงเล่นดีเช่นเคย และพวกเขาไม่หยุดพัก ทางฝั่งผู้ชมก็แลดูจะอยากสนุกกันต่อนะ อินโทรเพลงเพลงหนึ่งจึงดังขึ้น มันเริ่มด้วยการตีคอร์ดกีตาร์เปล่า ๆ แต่ในเวอร์ชันมาสเตอร์ไม่มีท่อนนี้หรอก แต่ด้วยจังหวะที่คุ้นหูของการตีคอร์ดแบบนี้ทำให้ผู้ชมหลายคนเดาได้ไม่ยากว่ามันคือเพลง Way it Goes แน่นอนว่าหลายคนในคอนเสิร์ตนี้ร้องตามกันดังมาก เครื่องเสียงที่ว่าดังก็ไม่สามารถกลบเสียงร้องของแฟนเพลงได้เลย เมื่อเพลงนี้จบ หลาย ๆ คนจึงส่งเสียงปรบมือและร้องเฮกันอย่างชอบใจ

และแล้วเหตุการณ์ที่มันต้องเกิดกับศิลปินต่างประเทศที่มาเมืองไทยก็คือ พูดภาษาไทย และสองประโยคที่ฮิตที่สุดนั่นก็คือ ‘สวัสดีครับ’ กับ ‘ผมรักคุณ’ ถึงแม้ว่ามันจำเจแต่มันก็ได้ผลตลอด มาต่อที่เพลงต่อไปกันเลย โดยพวกเขาเล่นเพลง Baseball เป็นเพลงต่อไป เพลงนี้มีจังหวะที่โยกสนุกมาก ดูได้จากความน่ารักของ DeCarlo Jackson ที่ถึงแม้จะไม่ได้มีบทบาทกับเพลงนี้มากเท่าไหร่แต่เขาก็คอยเล่นเพอร์คัสชันสลับกับเต้นสนุก ๆ ให้พวกเราดูอยู่อยู่ข้างหลังใกล้ ๆ กับฉากเวที สำหรับเพลงนี้ส่วนตัวเราค่อนข้างอยากดู Zach Sutton เล่นเบสมากกว่าอย่างอื่นในเพลง เพราะเรารู้สึกว่าไลน์เบสเพลงนี้มันฟังเพลินดี และท่อนที่อยากฟังสดที่สุดคือท่อนหลัง ๆ มันจะมีช่วงเวลาไม่มากที่เราจะได้ยินการโซโล่เบสของ Zach ในเพลงนี้ ซึ่งเขาทำออกมาได้ดีและเนียนมาก ๆ หลังจากเพลงนี้ทางวงก็ได้พาทุกคนกลับเข้าสู่อัลบั้ม Bambi อีกครั้งด้วยเพลง Doubt เพลงที่มีซาวด์สังเคราะห์ประดับไปทั้งเพลง และต่อด้วยเพลง Honestly ที่เราจะได้ยินซาวด์กีตาร์มากขึ้นในเพลงนี้ และรู้สึกว่าเวอร์ชั่นเล่นสดจะเร้าใจกว่าเวอร์ชั่นมาสเตอร์อีกนะ จนกระทั่งจบเพลงนี้ ทางวงก็ไม่หยุดพักจึงขอดำเนินต่อด้วยเพลง poems กันเลย สุดยอดจริง ๆ แน่นอนว่าเพลง Poems ท่อนที่จำง่ายที่สุดคือ ท่อนที่ร้องว่า ‘la la la la la la la la la la la la la…’ ซึ่งในตอนเล่นสดเพลงนี้แฟนเพลงจำนวนมากช่วยกันร้องท่อนนี้กันอย่างพร้อมเพรียงมากจนเราแอบขนลุกเบา ๆ จบเพลงนี้จึงต่อด้วยเพลง Monsoon โดยมีการสลับเครื่องดนตรีกันนิดหน่อย คือ Zach จากที่เล่นเบสก็ไปเล่นเปียโนแทน และ DeCarlo ก็ไปเล่นเบสแทนให้ โดยเพลงนี้คือเพลงช้าทำให้ทุกคนในงานได้อยู่นิ่ง ๆ ฟังเพลงกันบ้างถือว่าเพลงนี้ทำให้หลาย ๆ คนได้พักเพื่อเอาแรง และแล้วพวกเขาก็ได้มีโอกาสได้พูดกับแฟนเพลง และคำพูดที่ทำให้คนดูหลายคนชื่นชอบก็คือ พวกเขาเล่นสดที่ไทยเป็นประเทศแรกของเอเชีย ทำให้คนไทยหลายคนได้ยินดังนั้นก็อดรู้สึกดีใจไม่ได้ เมื่ออารมณ์ของแฟนเพลงมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด จู่ ๆ เพลงฮิตของทางวงก็เล่นขึ้นมาอย่างถูกจังหวะอย่างเพลง South แฟนเพลงยังไม่ทันได้หุบยิ้มกับคำพูดก่อนหน้านี้ก็ต้องสนุกกันต่อเสียแล้ว จบเพลงนี้ก็ถึงเวลาที่ Nathan มือกีตาร์ผมสลวยขอร้องเพลงบ้างกับเพลง No Pomegranates ซึ่งทำผู้ชมต่างเต้นไม่หยุด พอจบเพลงนี้ DeCarlo จึงใช้จังหวะนี้โซโล่ทรัมเป็ตอันแพรวพราวแล้วพาพวกเราเข้าสู่เพลง Why Even Try อย่างสวยงาม แล้วจึงต่อด้วย Think it Over เพลงจังหวะช้า ๆ ที่ทำให้ผู้ชมหลายคนรู้สึกเคลิบเคลิ้มได้ไม่ยาก ไม่ทิ้งช่องให้พูดคุยกันเลย พวกเขาจึงเล่นเพลง Bubbles ต่อเลย เป็นเพลงที่มีสองอารมณ์ที่ต่างกันสุดขั้วในเพลงเดียวกัน

พอได้มาฟังสด ๆ บอกเลยว่าพวกเขาได้เล่นได้ถึงมาก แต่พอมาสังเกตสามเพลงที่เล่นไปก่อนหน้านี้ จึงรู้ว่ามันถูกเรียงตามลำดับเพลงในอัลบั้ม Bambi เลยนี่หว่า ตั้งแต่ Why Even Try, Think it Over และ Bubbles จบสามเพลงนี้จึงต่อด้วยเพลงชุดเก่ากันบ้างอย่างเพลง Little Grace และตามต่อด้วยเพลง Suicide Saturday อีกซิงเกิ้ลฮิตของทางวง จบเพลงฮิตพวกเขาก็ขอต่อด้วยเพลงมัน ๆ อย่าง Violet เอาคนดูหลายคนโยกหัวกันหนักหน่วงมาก แล้วก็สามารถจบเพลงนี้ได้อย่างสะใจสุด ๆ

หลังจากนั้นทาง Hippo Campus จึงกล่าวขอบคุณแล้วก็เข้าหลังเวทีไปเลยประหนึ่งว่าจบคอนเสิร์ต ซึ่งเหตุการณ์ต่อจากนี้คิดว่าหลาย ๆ คนคงเดากันได้ ใช่ครับ ผู้ชมจำนวนมากได้ส่งเสียงเรียกร้องให้วงออกมาเล่นอีก แล้วคุณก็เดาถูกอีกว่าพวกเขาก็ต้องออกมาเล่นอีกเสียโดยดี คนดูร่ำร้องดีใจกันเกรียวกราว และเพลงที่ทางวงเลือกเล่นนั้นก็คือ Buttercup เพลงที่หลาย ๆ คนชอบมาก ถือว่าเลือกเพลงได้ถูกเวลาจริง ๆ และพวกเขาก็เล่นเพลงนี้ได้สะใจกว่าเวอร์ชั่นมาสเตอร์เสียอีก จนสิ้นสุดโน้ตสุดท้ายของเพลงนี้ ผู้ชมหลายร้อยคนปรบมือและส่งเสียงให้กับโชว์อย่างประทับใจ ทางวงเองก็ได้กล่าวขอบคุณและบอกคำลากับแฟนเพลงทุกคนอย่างซาบซึ้งใจเช่นกัน

ทุกอย่างในค่ำคืนนั้นช่างเป็นความทรงจำที่หอมหวานสำหรับแฟนเพลง Hippo Campus แล้วก็คิดว่าทางวงเองก็คงประทับใจกับแฟนเพลงเอเชียกลุ่มแรกที่พวกเขาได้ประเดิม ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีในเอเชียของวง ผู้ชมหลายร้อยคนเดินออกจาก Live Arena ด้วยความสุขที่บรรจุอยู่ข้างในจนล้นปรี่ ส่วนเรายังไม่ได้ออกไปไหนยังคงอยู่ภายในงานอีกสักพักเพื่อขอเฝ้ามองสิ่งต่าง ๆ ในนั้นอย่างสงบ พอจำนวนคนในงานเริ่มบางตา เราจึงตัดสินใจออกจากที่แห่งนี้แล้วควบจักรยานยนต์คันเดิมกลับสู่ที่พัก 

ระหว่างขับรถก็คิดไปพลาง ๆ ว่าคอนเสิร์ตในวันนี้มันดีจริง ๆ ตั้งแต่ Gym and Swim จนมาถึง Hippo Campus ศิลปินทุกคนแสดงออกมาได้น่าประทับใจสุด ๆ คิดว่าหลาย ๆ คนที่ซื้อบัตรมาดูพวกเขาในวันนี้ต้องรู้สึกคุ้มค่าอย่างแน่นอน ต่อจากนี้ Hippo Campus คงต้องเดินทางไปเล่นที่อื่นต่อ แต่เราคิดว่ามันต้องมีครั้งหน้าอย่างแน่นอนที่พวกเขาจะคิดถึงแฟนเพลงชาวไทย แล้วกลับมาหาพวกเราอีกครั้ง พวกคุณสุดยอดมาก

็Hippo Campus

 

 

Facebook Comments

Next: