laan-love-life-and-liberty

ระเห็ดเตร็ดเตร่

พื้นที่ของความทรงจำจากการรวมตัวที่ลานจอดรถสู่การเปิดตัวอัลบั้มแรก ‘LOVE, LIFE & LIBERTY’ จาก LAAN

  • Writer: Supakit Natibe

LAAN วงอิเล็กทรอนิก-โฟล์ก ที่น่าจับตามองมาก ๆ ตั้งแต่วันแรกที่เราได้ฟังเพลงจากพวกเขา และในวันนี้ก็ถึงเวลาของ LOVE LIFE & LIBERTY อัลบั้มชุดแรกอย่างเป็นทางการ ที่ GalileOasis (กาลิเลโอเอซิส) ย่านพระราม 6 ไปเมื่อวันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2022 ที่ผ่านมา บรรยากาศที่ตรึงใจ เรื่องราวมิตรภาพ เรื่องเล่าที่หลอมรวมตัวตนและความเชื่อไว้ด้วยกัน งานเปิดอัลบั้มครี้งนี้จึงเป็นอีกงานที่ควรค่าแก่การได้ฟังจริง ๆ 

laan

ภายในงานมีความเป็นกันเองและเข้าถึงกันได้ง่ายสุด ๆ เพราะงานนี้ทางผู้จัดไม่ได้ทำการจำหน่ายบัตรแต่อย่างใด เพราะเป็นการเชิญชวนแทบทั้งหมด ซึ่งผู้ที่พรีออเดอร์อัลบั้ม LOVE LIFE & LIBERTY ก็มีสิทธิ์เข้างานได้เช่นกัน สิ่งแรกที่ประทับใจเมื่อเข้ามาในงานแล้วมีการตรวจผล ATK และเช็คประวัติการฉีดวัคซีนของผู้เข้าร่วมงานทุกท่านทำให้เรารู้สึกปลอดภัยแม้งานจะจัดกันแบบเป็นกันเองแต่ก็ยังมีมาตรการคัดกรองที่ดีอีกด้วย แต่สิ่งอื่นใดในงานเปิดอัลบั้มของวงลานครั้งนี้มี welcome drink ซึ่งเป็นคราฟต์เบียร์สัญชาติไทยรสชาติถูกปากถูกคอกันเลยทีเดียว บอกได้เลยว่าโดนไปแบบพอเหมาะพอดี พร้อมที่จะได้ดื่มด่ำกับบทเพลงและบรรยากาศที่พวกเขาได้มอบให้แล้ว

Visualizer Video

กลับมาในส่วนของงานเปิดตัวอัลบั้มนี้กันบ้าง ในช่วงแรกทางผู้จัดตั้งใจเปิด Visualizer Video ประกอบเพลง เปิดมาด้วยเพลงใหม่ล่าสุดที่เพิ่งปล่อยไปอย่าง LOWE บทเพลงที่เล่าเรื่องความรักในมิติที่ลึกกว่าปกติ และต่อมาด้วย Pareidolia บทเพลงเตือนสติ สำหรับชีวิตที่หวนไปตามกระแสของแรงลม และ 317 บทเพลงที่มีชื่อเป็นตัวเลขแต่ความหมายลึกซึ้งตามมาเป็นลำดับที่ 3 เพลงนี้ว่าด้วยเรื่องของการโกหกจนเป็นนิสัยและเคยตัวหากลองมองเลข 317 ในมุมกลับให้ดีจะเห็นเป็นคำว่า LIE ซึ่งทุกคำร้องในเพลงนี้ได้สื่อออกมาได้อย่างชัดเจน และเมื่อดำเนินมาช่วงสุดท้ายของการเปิดวิชวลประกอบเพลง ก็ส่งท้ายไปด้วย w. เพลงสุดท้ายของอัลบั้มนี้ ซึ่งเป็นตัวเดียวที่มี text ของเนื้อร้องประกอบ เพราะต้องการที่จะสื่อบางสิ่งบางอย่างออกมาผ่านเพลงนี้จริง ๆ 

และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในครั้งนี้คือส่วนประกอบหลักของวิดีโอแต่ละชิ้น ที่เป็นประติมากรรมรูปปั้นมนุษย์เพศชายในยุคกรีกลักษณะครึ่งอกที่ถูกจัดวางไว้กลางเฟรมอย่างเด่นสง่า อาจจะเป็นนัยยะบางอย่างที่บ่งบองถึงความเป็นอัตลักษณ์ของ LAAN ที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปปั้นนี้ก็เป็นได้

และเมื่อจบการแสดงในส่วนของวิดีโอ Varis หรือ วิน–วริศ คงสุวรรณ ได้กล่าวต้อนรับผู้ชมทุกท่านและเอ่ยความในใจต่อวงลานเล็ก ๆ น้อย ๆ

ผมรู้สึกดีใจ ภูมิใจเป็นอย่างมากกับอัลบั้มนี้ที่เกิดจากเด็กกลุ่มหนึ่งเปลี่ยนห้องเก็บของเป็นห้องอัดเพลง

วินรู้จัก LAAN ครั้งแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้วผ่านเจมส์ (พี่ชายของโจสมาชิกในวง) โดยวินได้เล่าถึงบทสนทนาในวันนั้นเมื่อไปซ้อมดนตรีย่านดินแดงและได้ไปดูวงลานกำลังทำเพลงกัน จากอีพีแรก Outside the box มาจนถึงอัลบั้ม LOVE, LIFE & LIBERTY “โคตรเก่งจริง ๆ เลยว่ะ” Varis กล่าวทิ้งท้าย และไม่นานสมาชิกทั้งหมดก็ปรากฏตัวต่อหน้าผู้ชมและจัดแจงเก้าอี้พร้อมพูดคุยเล่าเรื่องที่มาที่ไปของแต่ละเพลงในอัลบั้มนี้

Track by Track

LOVE, LIFE & LIBERTY เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมีนาคมย่างเข้าเดือนเมษายนในปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่การระบาดของโควิด – 19 อยู่ในขั้นรุนแรงอย่างหนัก และ บางเพลงอยู่ใน EP. Outside the box มาก่อน 

Liberty

ถึงแม้เพลงนี้จะเป็นเพลงเปิดอัลบั้ม แต่จริง ๆ แล้วกลับเป็นเพลงที่ถูกเขียนเป็นลำดับสุดท้ายของอัลบั้มนี้ การตั้งคำถามกับประวัติศาสตร์ที่เรากำลังถูกยัดเยียดบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ต้องการและไม่ยินยอมให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เรากำลังถูกใครสักคนจับมือและเขียนประวัติศาสตร์นั้นโดยที่ไม่สามารถตั้งคำถามกับมันได้ก่อน เราจึงอยากขีดเขียนประวัติศาสตร์ของตัวเราเองขึ้นมาโดยตัวเองจริง ๆ

“เรามาบรรเลง บทเพลงของตัวเอง เรามาขีดเขียน เรื่องราวของตัวเอง”

เนื้อเพลงที่ได้กล่าวถึงการต้องการอิสรภาพในการบันทึกเรื่องราวของตัวเองโดยที่ไม่ถูกบงการจากบุคคลใด ซึ่งขั้นตอนของการอัดของเพลงนี้ ตอนอัดคอรัสใช้ไมค์เพียงแค่ตัวเดียว ให้สมาชิกแต่ละคนไปอยู่แต่ละจุดของห้อง และอัดรวมเป็นแทร็กเดียว เมื่อผิดพลาดก็จะต้องอัดใหม่กันทั้งวงทำให้ใช้เวลาในส่วนนี้ไปค่อนข้างมากแต่ก็ออกมาเป็นสิ่งที่ทางวงภูมิใจกันเป็นอย่างมากจริง ๆ

 

T E L L Me

เพลงที่อยู่ในสภาวะท้อแท้ ซึ่งสมาชิกในวงก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาว่า “อยากทำเพลงป๊อปว่ะ” จนเป็นคอนเซปต์นี้ขึ้นมาในตอนแรก ซึ่งเรื่องราวในเพลงก็กล่าวถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้จะจบลง พอนึกถึงความรักดี ๆ เลยอยากหยุดช่วงเวลาดี ๆ เหล่านี้เอาไว้  ตามเนื้อเพลงท่อนที่บอกว่า

“หยุดเวลาฉันไว้ หยุดฉันไว้แค่เพียงอดีต เก็บเวลาฉันไว้ เก็บฉันไว้แค่เพียงในความฝัน”

Rain

เรียกได้ว่าเป็นบิดาของอัลบั้มนี้ นอกจากถูกแต่งเป็นเพลงแรกแล้ว ทุกอย่างในอัลบั้มนี้ก็ถูกเซ็ตมู้ดและโทนจากเพลงนี้เป็นหลัก หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นแก่นของอัลบั้มนี้เลยก็ว่าได้ เรื่องราวในเพลงนี้เกิดจากเหตุการณ์สำคัญในวันที่ทุกคนนั่งเปื่อย ๆ กันอยู่ที่สตูดิโอ และมีความคิดจะลงมือทำบางสิ่งบางอย่างกันแต่ไม่เริ่มสักทีและเมื่อก้าวขาออกไปก้าวเดียว ฝนเจ้ากรรมดันร่วงหล่นลงมาสะงั้น เลยทำให้กลับเข้ามาเขียนเพลงนี้จนได้ออกมาเป็น Rain ที่ทุกคนได้ฟังกัน 

 

LOWE

‘เพลงนี้เป็นเพลงที่ผมชอบมากเลยครับ’ โจกล่าวเปิดก่อนที่จะบรรยายรายละเอียดของเพลงนี้ให้ฟัง ซึ่งเพลงนี้ถูกทำออกมาเพื่อเล่าเรื่องความรักในมิติที่ลุ่มลึกกว่าปกติโดยใช้ภาษาและมองความรักในสมัยก่อน เมื่อนักรบออกจากบ้านห่างลูกห่างเมียไปรบ การที่พรากจากคนที่รักมักเป็นสิ่งที่เจ็บปวดเสมอแต่ก็ขอให้เชื่อในรักที่ยังคงอยู่ตลอดไป

ซึ่งตัวมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ถูกถ่ายทำที่ทะเล เริ่มกองกันตั้งแต่ 8 โมงเช้า ซึ่งผู้กำกับมิวสิกวิดีโอนี้ก็ได้มาเล่าให้ได้ฟังต่อถึงความรู้สึกและกระบวนการทำงานร่วมกัน เขาได้รับโจทย์มาเป็นบทกวีคร่าว ๆ ที่มีความหมายออกไปในทางนามธรรม ภาพที่ถ่ายทอดออกมาจึงเป็นแนวภาพฝัน เซอร์เรียลมาก ๆ ในมิวสิกวิดีโอ หากได้ดูก็จะเห็นกัน เช่น การดื่มน้ำเถาวัลย์เพื่อทำให้คนเราปลดพันธะบางอย่างจากความเป็นมนุษย์ออก ปลดปล่อยความกลัวและเผชิญหน้ากับมัน ซึ่งก็โดนเส้นทางวงที่ก็ชอบความเป็น Spiritual เช่นกันจึงเป็นผลงานที่ออกมาลงตัว

 

LIFE

อีกหนึ่งเพลงที่ได้เกิดขึ้นในช่วงการระบาดของโควิดระลอก 2 ซึ่งโจรับหน้าที่เป็นคนเขียนเพลงนี้ออกมาเพื่อสะท้อนถึงอารมณ์ ณ ตอนนั้น และตั้งคำถามกับชีวิตว่าทำไมถึงไม่มีความสุข ทำไมถึงแย่ได้ขนาดนี้ หรือจริง ๆ แล้ว สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้ามันคือภาพหลอนกันแน่

 

TLD

เพลงสุดท้ายที่พวกเขาได้พูดถึงในวันนี้ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเด็กสาวผู้ไร้เดียงสาที่ทนต่อการอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้ไม่ไหว จนต้องลาจากไปด้วยการฆ่าตัวตาย จึงขอเก็บเรื่องราวของเธอไว้จนวันสุดท้ายจนจะถึงวันที่ความทรงจำเหล่านั้นจะจางหายไป

ทำไมชื่อวงถึงถูกเขียนว่า  LAAN แบบมีตัว A สองตัว

เพราะตอนนั้นพวกเราชอบเสพงานกราฟิกที่ประหลาด ๆ เรามองว่ามันเท่ดี เลยเบิ้ลเอไปสองตัวในชื่อวงลาน มองอีกแบบเป็นกราฟเสียงมันก็สวยดี

LAAN สำหรับวงมีความหมายว่าอะไร

ลานเป็นที่กว้าง ๆ ลานอาจจะไม่ใช่สถานที่แต่คือผู้คนที่อยู่ด้วยกัน พบเจอกัน สมาชิกในวงเรียนที่เดียวกันและมาเจอกันบ่อย ๆ ก็คือที่ลานแห่งนี้ เราอยากเจอกันอีกครั้งในวันที่เราอยากเล่นดนตรีด้วยกันอีกครั้ง “ลาน” ในที่นี้สำหรับพวกเรามันคือ “พื้นที่ของความทรงจำ”

LOVE, LIFE & LIBERTY และรูปปั้นที่อยู่ในทุกที่

เมื่อตอนแรกที่ทำอัลบั้มนี้เสร็จและยังไม่มีชื่อ มันยังเป็น งู ๆ ปลา ๆ ทุกวันศุกร์, เสาร์ เราจะมานั่งคุยกันจึงได้คำว่า LOVE, LIFE & LIBERTY ขึ้นมาและในช่วงที่เรียนประวัติศาสตร์ศิลปะกรีกก็ได้รับแรงบันดาลใจจากประติมากรรมในยุคนั้น เพราะรูปปั้นมนุษย์ในยุคนั้นบ่งบอกถึงการเป็นมนุษย์ในอุดมคติ มนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ จึงนำความคิดส่วนนี้มาทำเป็นมนุษย์ในอุดมคติของ LAAN แทน

 

Live Performance

และมาจนถึงช่วง Live Performance ที่มาในรูปแบบของอคูสติกเซ็ต แต่ยังคงความครบเครื่องไว้ได้เป็นอย่างดี ทุกโสตประสาทได้รับการตอบสนองอย่างดีต่อบทเพลงของ LAAN ถึงแม้จะเป็นงานเปิดตัวอัลบั้มใหม่แต่ทางวงก็ได้หยิบบทเพลงจากอีพีก่อนมาให้ได้รับดูรับฟังด้วยเช่นกัน โดยได้ฟังด้วยกัน 6 เพลงตามนี้ MBLD (EP. Outside the box), LIBERTY, PAREIDOLIA, TLD, RAYA__ (EP. Outside the Box) และ w.

แม้จะเล่นจนจบลิสต์เพลงที่เตรียมมาแล้ว แต่เสียงของผู้ชมในงานยังคงตะโกนให้ทางวงเล่นอีกจนห้ามคำร้องขอจากผู้คนเหล่านี้ไปไม่ได้ จึงจัด LAAN เป็นเพลงสุดท้ายสำหรับการปิดงานในค่ำคืนนี้ที่แสนจะอบอุ่น และตัวเราเองคิดว่าในการจัดงานครั้งนี้คงเป็น พื้นที่ของความทรงจำ ของ LAAN และ ทุกคนที่เข้าร่วมงานเช่นกัน

 

สั่งอัลบั้ม LOVE, LIFE & LIBERTY ได้ที่นี่

อ่านบทความอื่น ๆ:

Vijit Tawan มอบรักแด่ธรรมชาติ ผู้คน และสายลม ไว้ใน ‘XIX’ อัลบั้มเต็มที่กำลังมาในไม่ช้า!

Facebook Comments

Next:


Donratcharat

นัท ปีนี้พูดกับคนน้อยลงแล้ว เพราะหันไปพูดกับหมามากขึ้น ยังคงรอวันได้กลับไปวิ่งเล่นในคอนเสิร์ตทุกชั่วขณะจิต