Article home_recommend ระเห็ดเตร็ดเตร่

Maho Rasop Festival สุขเพียว ๆ ที่ทุกคนสัมผัสได้

17 พฤศจิกายน 2561

ไหนใครได้ไป Maho Rasop Festival กันมาบ้างยกมือ! ยินดีด้วย คุณได้เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์และตำนานของซีนดนตรีในประเทศไทยไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย เพราะทุกคนจะจำไปตลอดว่าครั้งนึงเราเคยมีเฟสติวัลรวมวงนานาชาติที่เป็นการจับมือสามปาร์ตี้ที่มีใจรักในเสียงดนตรีถึงสามเจ้า ได้แก่ Have You Heard? Seen Scene Space และ ฟังใจ เป็นครั้งแรก รวมถึงเป็นครั้งแรกที่หลายวงดนตรีมาความสามารถ วงดนตรีในตำนาน วงดนตรีที่มาแรงน่าจับตามอง มารวมตัวกันอยู่ในงานเดียวซึ่งหลายวงก็ได้สร้างความทึ่งให้กับผู้ชมแบบไม่คาดคิด ดังนั้นแล้วเราจะขอเล่าบรรยากาศภายในงานแบบคร่าว เพื่อเป็นการทวนความจำและบอกต่อสำหรับคนที่พลาดไปกันสักนิด ไว้มาแก้ตัวใหม่ปีหน้านะ!

(อาจจะเล่าได้ไม่ครบทุกวงเพราะนี่ก็วิ่งไปวิ่งมาน้า ฮือ ยังไงเพื่อน ติดใจวงไหนเป็นพิเศษก็มาแชร์กันได้)

เรามาถึงงานประมาณบ่ายโมงเพราะต้องแสตนบายทำสกู๊ปศิลปิน (รอชมกันด้วยในเพจ Maho Rasop Festival นะจ๊ะ) จริง แล้วก่อนมาถึงที่งานก็มีพี่ ทีมงานกระจายข่าวกันว่าฝนกำลังเทเลย แอบหวั่นใจว่าเฟสติวัลเราจะชุ่มฉ่ำกันจนหมดสนุกหรือเปล่านะ แต่เวลาผ่านไปสักพักฝนก็ซาลง แดดเริ่มออก และผู้ชมก็ได้ทยอยเข้าไปภายในงานเป็นที่เรียบร้อย  จนเวลาประมาณ 2.15 เราก็ได้ยินเสียงจากเวที Maho-Ran เราก็พุ่งออกจากจุดแสตนบายไปยืนดู Solitude is Bliss กำลังแสดงหันหน้าสู้กับแสดงแดดร้อนจัด พอสำรวจรอบ ก็มีผู้ชมมายืนดูให้กำลังใจ รวมถึงบางคนก็โยกแบบสุดตัวไม่กลัวผิวไหม้กันแล้ว

เพลงแรกที่พวกเขาจัดให้ก็คือ สตรี ตามด้วย กระดาษ ที่เป็นเพลงปลุกพลังใจให้ใครหลาย คน ก่อนจะเล่นเพลงล่าสุดอย่าง Luke ซึ่งเป็นสีสันใหม่ ของวงที่ถ่ายทอดออกมาได้ยอดเยี่ยม ตามด้วยเพลงชาติของวง Vintage Pic และเพลงสุดหนักหน่วงเมามาย ระบายกับเสียงเพรียก และ Pigeon Catcher ต่อกันแบบเดือด มัน ใน Rich Man’s War Poor Man’s Blood โห มีคนตะโกนร้องท่อน ‘one one two’ กันดังมาก คือบรรยากาศโชว์ตอนนั้นแดดเปรี้ยง ร้อนระอุ แล้วเนื้อหาในเพลงนี้ก็เดือดดาล ทุกอย่างมันส่งกันไปหมดเลย ก่อนจะบอกลากันไปและส่งท้ายด้วย Don’t Expect Me โอ้โห วิญญาณร็อกสตาร์เข้าสิงทุกคนเป็นที่เรียบร้อย คือต้องบอกว่านี่เป็นโชว์ของ Solitude is Bliss ที่เรารักมาก เป็นเซ็ตลิสต์ที่คาดหวังว่าจะได้ฟังเพลงเหล่านี้ ทุกเพลง พวกเขาจัดมาได้ตรงใจจริง และเล่นออกมาได้สุดยอดมาก ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยสำหรับวงนี้ ถือเป็นการเปิดประเดิมโชว์แรกของวันได้อย่างน่าภาคภูมิ

แม้จะไม่ได้ดูทุกวง ทุกโชว์แบบต่อเนื่องเพราะต้องวิ่งหลบไปสัมภาษณ์วง แต่ก็จะพยายามเงี่ยหูฟังตลอด ระหว่างนั้นเราก็ได้ยิน Gym and Swim กำลังเล่นอยู่ที่เวที Khao Horm ก็ยังคงความสนุกสนานพลังงานล้นเหลือไว้อยู่เหมือนเดิม และได้ยิน Yanin จากเวที Serng Swing กำลังขับกล่อมผู้ชมในเพลง ไม่มีสิ่งใดไม่ชัดเจน แล้วช่วงนี้เองเราก็ได้จังหวะที่จะดูวงแล้ว เป็นช่วงที่โหดร้ายเล็กน้อยว่าต้องเลือกระหว่าง Miami Horror กับ Elephant Gym (แต่เวทีเราจัดไม่ค่อยห่างกันมาก วิ่งได้สบายแบบไม่พลาดอะไรมากนัก หรือถ้าเงี่ยหูฟังแบบแยกประสาทดี ก็อาจจะได้ยินเสียงจากเวทีข้างเคียง) จุดนี้ขอเลือกวงใกล้สุดก่อนแล้วกัน Miami Horror เปิดโชว์ด้วย American Dream แบบพอโยกเบา ต่อด้วย I Look To You แล้วก็จัดเพลงฮิต Real Slow ให้ได้ร้องท่อน ‘ปั๊บปับปาดับปา’ กันเลย คือจะบอกว่าตอนนี้อากาศก็ไม่ได้เย็นลงแม้แต่น้อย ผู้ชมใจสู้ก็มาแดนซ์กันหน้าเวทีแล้ว ส่วนวงก็เล่นแบบสุดตัวท้าแดดแม้เหงื่อจะท่วมไปแล้วก็ตาม ตามด้วยเพลงน่ารัก อย่าง Moon Theory ที่ Joshua Moriarty ฟรอนต์แมนปีนแอมป์ขึ้นไปโซโล่ค่า จากนั้นเขาก็ทักทายคนดูบอกว่าได้มาเล่นที่นี่ครั้งแรก ดีใจมาก ก่อนจะเล่นเพลง Dark Love ต่อด้วย Out of Sight แล้วเขาก็พักคุยกับคนดูนิดนึง บอกว่าอากาศร้อนมาก จนพวกผมจะเป็นบ้าแล้วเนี่ย แต่ต่อไปจะเล่น Leila มาลองดูกันว่าจะเล่นออกมาเป็นยังไงก็เป็นอย่างที่เราเห็นค่ะว่าทุกคนใส่สุดตัวมากจริง ไม่ได้มีท่าทีหมดแรงหรือวูบแต่อย่างใด สู้มาก

แต่เวลานั้นเราก็แว้บไปดูเวทีข้างเคียงที่ Elephant Gym เล่นอยู่สักหน่อย พบว่ามีผู้ชมสายแมธร็อกมาดูกันอย่างหนาตาทีเดียว เราก็เพลินมากกับการดูและฟังเพลงที่มีความเป็นแจ๊สเบา ผสมกับร็อกเท่ สัดส่วนดนตรีฉลาด ชวนให้เท้ากระดิกได้ตลอด ฟรอนต์วูแมนวงนี้เขาก็ขี้อ้อนพูดทักทายคนดูตลอด บอกว่าเอาของมาขายเยอะมากเลยจ้า ไปอุดหนุนกันได้ แต่เพลงต่อไปเธอก็โชว์ฝีมือฟิงเกอร์สไตล์จิ้มคอเบสรัว แบบ เข้ เท่มาก พริ้วมาก เป็นวงที่ไม่ธรรมดาจริง ทว่ายืนดูได้สักพักจังหวะดิสโก้มันก็เรียกร้อง ขอวิ่งไปดู Miami Horror ต่อ

ระหว่างที่กำลังเดินไปหาลู่ทางแบบเข้าที่เข้าทางนั้น สายตาทุกคนก็หันไปทาง front of house และได้พบว่า จอชแกวิ่งมาตอนไหนไม่รู้ ปีนขึ้นไปข้างบนเลยจ้า ปีนไปร้องไป เสียงไม่ตกเลย แล้ววไม่ได้ปีนไปนั่งเฉย ด้วยนะ ลุกขึ้นมายืนแล้วร้องต่อ! โว้ย คนบ้า ถามว่าเหล็กร้อนมือพองไหม ตะวันแยงหัวนี่จะไม่เป็นลมหรอ!!! สปิริตตต แต่ตอนลงก็มีเพื่อนสมาชิกพูดใส่ไมค์มาจากเวทีว่าเฮ้ย ลงมาระวัง นะเว้ยส่วนพี่จอชก็บอกว่าใครช่วยรับไมค์หน่อยสิแล้วโยนไมค์ลงมาแบบไม่ปิดไมค์ หัวใจแม่แทบหล่น ก่อนจะค่อย ปีนลงมาแล้วกลับเวทีไปเล่นเพลง Stranger ตามด้วย Sometimes และ Holidays ดีใจมาก ที่ในที่สุดก็ได้ดูวงที่ตอนวัยรุ่นฟังอย่างบ่อยและอยากได้ดูสด มาตลอด ไม่คิดว่าจะเล่นสดได้ดีและพลังล้นขนาดนี้ (ท้าย งานเจอวงเดินไปเดินมา ให้ถ่ายรูปกับแฟนเพลงอย่างเป็นกันเองด้วย น่ารักมาก)

จากนั้นเราก็ได้วิ่งไปต่อกันที่เวที Khao Horm ซึ่งวงอินดี้ร็อกสามชิ้นสุดเท่ Sunflower Bean กำลังเล่นอยู่ ไปแบบทันเวลาพอดิบพอดีจริง Julia Cummings พูดเปิดโชว์บิลด์อารมณ์ความมันกันตั้งแต่ต้น ‘We’re Sunflower Bean from New York City! How are you doing Bangkok? Let’s make a good one’ แม่สาวเดรสดำซีทรูกับเบสคู่ใจของเธอเริ่มวาดลวดลายความคลั่งกันตั้งแต่เพลงแรก Nick Kivlen มือกีตาร์เองก็เปรี้ยวไม่แพ้กันในชุดสีช็อกกิ้งพิงก์ จัดไปกับเพลงแรก Burn It มาแบบอินดี้ร็อกเก่า เลย ต่อด้วย Twenty Two กับท่าจบเพลงของจูเลียที่เหมือนทำท่าโพสโว้ก น่ารักมาก แล้วจึงเป็นเพลง Tame Impala คือชื่อเพลงก็รู้แล้วว่าต้องมาเป็นนีโอไซคีเดเลียแน่ โคตรรักเพลงนี้ เดือดมาก หน่วงมาก สุดดดดด

ตามด้วย 2013 เป็นอินดี้ร็อกที่ได้กลิ่นแบบหนัง Western มาก ก่อนจะเล่นเพลงฮิตสุดคิ้วท์ Easier Said และ Crisis Fest ที่จูเลียบอกว่าให้ทุกคนชูมือและร้อง ‘no no no’ ออกมา ซึ่งทุกคนก็ให้ความร่วมมืออย่างดี เพลงนี้เวลาเอามาเล่นสด แล้วเท่กว่าในออดิโอ้มาก มันมาก เพราะจูเลียชอบปล่อยพลังแผดเสียงออกมาเรื่อย ตามด้วย Human For ที่คนรอบ เราตอนนี้เต้นและโดดกันอย่างเมามันเป็นที่เรียบร้อย เพลงต่อไปจูเลียบอกว่าเพลงนี้พิเศษมากเพราะเป็นเพลงใหม่ที่เพิ่งปล่อยไป นั่นคือ Come From Me เป็นเพลงที่เราฟังแล้วรู้สึกถึงร็อกเก่า จากยุค 80s ยังไงยังงั้น

และในที่สุดพวกเขาก็เล่น I Was a Fool อีกเพลงโปรดของหลาย คนกับไลน์เบสสุดติดหู ก่อนจะจบโชว์ด้วย I Was Home งานพังก์แต่ได้กลิ่นไซค์ร็อกเดือด โคตรเท่ มีท่อนของเล่นละลานตามาก มันสุด ระเบิดระเบ้อไปเลยโว้ย โอ๊ย /จบจากตรงนี้ขอแว้บไปดูคุณดีนก่อนสัมภาษณ์ต่อให้รู้ว่าสิ่งที่ร่ำลือมานั้นจริงหรือไม่ สุดท้ายก็โดนตกไปค่า (แต่โชว์เขาก็สนุกนะเออ แร็ปเท่มากเด้อว่าไม่ได้)

พอไปทำภารกิจต่อแล้วถึงกลับมาทันดู Oddisee ที่เวทีเดียวกัน ยอมรับว่าเป็นวงที่รู้จักเพลงเขาน้อยมาก แต่คาดหวังมาก เพราะเชื่อว่าฮิปฮอป โซล อาร์แอนด์บี อะไรกรูฟ แบบนี้เวลาเล่นสดต้องดีมากแน่ แล้วก่อนหน้านี้ก็ได้หาคลิปพี่แกดูแล้วคิดว่าคงไม่ธรรมดา แล้วเป็นแบบนั้นจริง ได้ยินทีมงานบอกกันว่าวงนี้เขาไม่มีเซ็ตลิสต์เตรียมมานะจ๊ะ เหวอเลย แต่พอเอาตัวเองเข้าไปอยู่ตรงนั้นแล้ว โอ้ยยยย เต้นไม่ได้หยุดเลยเด้อ สนุกมาก หลายคนถึงกับยกให้โชว์นี้เป็นโชว์ที่ดีที่สุดของงานกันเลยทีเดียว ความที่พี่เขาบิลด์ เรียงอารมณ์โชว์เก่ง ความสนุกมันเลยไม่หายไปเลยแม้แต่ช่วงเดียว แต่เราเนี่ยก็ต้องแว้บไปทำภารกิจอีกครั้ง ฮื่อ เลยไม่สามารถอยู่ดูได้จบโชว์นะค้า แต่ระหว่างนั้นเดินผ่าน Hariguem Zaboy กำลังเล่น เป็นอีกวงที่ควรรับชมรับฟังมาก สำหรับสาย noise, shoegaze, post punk ต้องมาโดนจริง รอบนี้ได้ยินเสียงเมโลดี้กีตาร์หนักหน่วงแต่ไพเราะบาดลึกมาแต่ไกล ก็ฟินแล้ว รู้สึกว่าพวกเขาหยิบเพลงจากอัลบั้มล่าสุดมาเล่นด้วยแหละ อยากให้ติดตามกันไว้ให้ดี

เสร็จงานอีกช่วงนึงก็รีบวิ่งกลับมาที่ Maro-Ran เพื่อดู Washed Out ค่ะ ทุกคนพอจะทราบดีว่าโชว์เลตไปกว่าครึ่งชั่วโมงเพราะเกิดเหตุขัดข้องบางประการที่ทางผู้จัดขออภัยมา ที่นี้เป็นอย่างสูงเนื่องจากเกิดเหตุสุดวิสัยที่ทีมงานไม่สามารถควบคุมได้จริง แต่เราจะไม่พูดอะไรมากเพราะมีคนพูดแทนไปแล้ว แหะ เอ้า มา ก่อนหน้านี้เราจะได้ดูหลายหนละ แต่มันต้องเกิดเหตุการณ์ทำให้คลาดกันตลอด นี่เลยเป็นครั้งแรกที่ได้ดูพร้อม กับทุกคนที่นี่ เลยมีความคาดหวังและตื่นเต้นว่าจะได้ฟังเพลงที่กรี๊ดสมัยสาว แบบสด สักที เป็น exclusive show ที่ไม่มีเล่นที่อื่นด้วย เพลงแรกพี่ Ernest Greene จัดมาเลยกับ Burn Out Blues จากอัลบั้มล่าสุด Mister Mellow ตามด้วย Yeah เพลงกรูวี่สุดเท่ที่เรารักมากจากชุด High Times โอ๊ย เป็นบุญหู และเป็น New Theory ที่แค่อินโทรขึ้นก็ขนลุกแล้วกับเพลงนี้

ต่อด้วย Floating By, Luck และ Zonked เป็นช่วงที่ hypnotic มากตอนนี้ แถมได้ฟีลแบบในคลับไปอีก แต่คือระหว่างนี้ก็ต้องสัมภาษณ์อีกวงไปด้วยเลยไม่ได้ไปเต้นข้างหน้า ฮือ จนในที่สุด น้องก็วิ่งมาทันเพลง Hard to Say Goodbye ค่ะ โอ๊ย ได้ดูแล้ว น้ำตาพริ้ม วิชวลและซาวด์คือส่งกันมาก ทีนี้เขาก็ส่งเพลงทรอปิคัลโยก อย่าง Don’t Give Up มาให้ฟังกันต่อ อยากให้ฟัง It All Feels Right จากชุดเดียวกัน Paracosm มากเลยแง แล้วต่อด้วย Get Up กับ Hold Out แล้วก็ได้เวลาของอีกเพลงฮิต Feel It All Around พี่แกเล่นลุยสามเพลงจาก EP แรก ย้อนวัยมากกก และเป็น Amor Fati ก่อนจะเล่นเพลงจากชุดที่ประสบความสำเร็จที่สุดอย่าง Within and Without นั่นคือ Soft และ Eyes Be Closed เรียกว่าเก็บครบทุกอัลบั้มให้แฟน ได้ฟังฟิน กันเลย

จากนั้นเราไม่รอช้าใส่ตีนผีวิ่งไปดู SOLE ที่เวที Serng Swing กันจ้า เรียกว่าแหวก front row เข้าไปเลย สิ่งที่ชอบมาก ในโชว์ของ SOLE คือจะได้เจอทีมงาน ฟังใจ ไปรวมตัวกันแบบไม่ได้นัดหมาย แล้วความพิเศษของ SOLE ในวันนี้ ที่ปกติก็จะคาดเดากันไม่ค่อยได้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็คือ ได้ อู๋ The Yers, ออม และ นาว Telex Telexs มาช่วยเสริมทัพกันด้วย (ปกติมีแค่ เติ้ล เบ็น อ๋อง The Whitest Crow โบนัส ปอม De Flamingo และแอ๊ป Mattnimare ประจำการ) นอกจากนั้นปัญหาทางเทคนิคบางประการระหว่างโชว์ก็ไม่ได้ทำให้งานกร่อยไปแต่อย่างใด เติ้ลยังสามารถหยิบข้อผิดพลาดมาสร้างความสนุกได้จนจบ ซึ่งในวันนี้เราก็ได้ฟังเพลงอย่าง Bangkok Teenage Renaissance, Call Me และ Like a Magic เต้นได้อยู่แป๊ป ก็ต้องวิ่งกลับไปลุยงานกันต่อ ฮือ แต่เป็นโชว์ที่สนุกมาก อย่างเช่นเคย หันไปเจอคนดูโดดและตะโกนแหกปากอย่างสุดตัวแทบทุกคน (ขออภัยที่สนุกจนแทบไม่คว้ากล้องขึ้นมาถ่ายเลย ฮือ)

แต่ก่อนที่ SOLE จะเล่นจบ เราขอรีบวิ่งกลับไปที่เวที Maro-Ran เพราะวงที่เรารอคอยที่สุดวงนึงในงานกำลังจะเล่น ซาวด์ดนตรีสวยงามเปล่งประกายดังขึ้นพร้อมกับไฟบนเวทีที่สว่างไสว Slowdive ขึ้นมาปรากฏตัวบนเวทีครบห้าคนและเริ่มบรรเลงเพลง Slomo ค่ะ!!! ใครที่ได้อ่านผู้หญิงที่พาดหัวเหมือนจะเป็นมะเร็งตายเพราะจะได้ดู Slowdive ครั้งสุดท้ายคือนี่เองค่ะ ถ้ามีเล่นอีกสิบรอบก็จะตามดูพ่อแม่ตลอดไป แระหว่างที่เกาะขอบรั้วเลยไม่ได้ยินเสียงว่าด้านหลังเป็นอย่างไรบ้าง แต่ได้ยินมาว่าคนบ่นซาวด์ไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางในช่วงแรก แต่พอลงตัวแล้วนี่ก็เป็นอีกสุดยอดโชว์ที่ทุกคนต้องก้มลงกราบจริง

จบจากเพลงนี้พ่อแม่ก็ซัดกันต่อใน Catch the Breeze กับท่อนโซโล่บาดจิตยาวนานให้เราดำดิ่งกันในพายุโหมกระหน่ำ ไม่หยุดความฟินเท่านี้หยิบ Crazy For You มาเล่นเพลงต้น กันเลย แล้วจึงเป็น Star Roving จากอัลบั้มล่าสุดที่ก่อนหน้านี้น่าจะมีคนได้ฟังพวกเขาซาวด์เช็กกันให้ขนลุกเกรียวไปแล้ว รอบนี้ได้ฟังกันตรงหน้าแล้วพี่น้องชาวไทย ฮือออ และอีกเพลงสุดขลังของวงนั่นคือ Souvlaki Space Station ทำเอาเราออกตระเวณไปนอกอวกาศอยู่ช่วงนึง ต่อด้วย No Longer Making Time กับอีกเพลงฮิตที่แฟน ข้างเคียงกันพร้อมใจแหกปากร้องไปกับเราใน Alison

สลับกลับมาที่เพลงอัลบั้มล่าสุด Sugar For the Pills และเพลงสุดรวดร้าวในดวงใจ When the Sun Hits ซาวด์กีตาร์แหลมสูงที่พร้อมบาด กรีดลงไปที่หัวใจของอิฉันช้า และจากกันไปในเพลงไม้ตาย Golden Hair ที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กูตายสำหรับเราเป็นโชว์ที่จบลงไปเร็วมากจริง แทบจะลืมเวลา และดีใจที่ในที่สุดก็ได้ดู Slowdive ที่บ้านตัวเองสักที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่งาน Maho Rasop แห่งนี้

ย่อหน้าข้างบนเขียนอย่างกับว่าจบรีวิวไปแล้ว ยังค่ะยัง เพราะมี headliners อีกสองวงรอเราอยู่อย่าง The Vaccines และ Prep เอ้า ชีวิตต้องเลือกเนาะ เราก็ขอแสตนบายที่เวทีเดิมนี่แล้วกันค่ะ ครั้งล่าสุดที่ดูพวกเขาก็หลายปีมาแล้วเนอะที่งาน GoDung จิตวิญญาณอัลเทอร์เนทิฟร็อกมันเรียกร้องให้มาฟังเพลงของพวกเขาอีกครั้งให้ได้ แถมตอนนี้ยังมีอัลบั้มล่าสุดออกมาแล้ว จะพลาดได้ไง ระหว่างที่ยืนกดเบียร์อยู่นั้น เพลง Dancing Queen ของ Abba ก็ดังขึ้น เรานี่ถึงกับเต้นอุ่นเครื่องรอ

แล้วไม่นานนักวงก็ขึ้นมาพร้อมกับใส่ยับในเพลงแรก Night Club เพลงแรกก็เดือดแล้ววววว โดดยับ พลังวัยรุ่นพุ่งพล่านอีกครั้งนึงเลยอะ จากนั้นก็จัด Wreckin’ Bar (Ra Ra Ra) กับ Teenage Icon ให้เลย แบบ เฮ้ย ใส่ยับเพลงฮิตต่อกันตอนนี้เลยหรอ คือพี่บ้าไปแล้ว เล่นไม่หยุดเลยว้อยยย ตามด้วย Dream Lover และอีกเพลงชาติ Wetsuit โอ๊ย ชอบความ anthem ความ stadium rock มากที่ทุกคนพร้อมใจกันร้องและตบมือ แฟลชแบ็กโชว์เมื่อหลายปีที่แล้วกลับมาเลย ก่อนจะกลับมาที่ชุด Combat Sports กับเพลงสุดเท่ Out on the Street, Your Love is My Favorite Band แต่ตอนนี้ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อวงต้องหยุดเล่นกลางคันและทุกคนยืนงงในความเงียบ เวลาผ่านไปอีกสักพักวงก็ขึ้นมาเล่นต่ออีกท่อนและโดนขอให้หยุดเล่นอีกครั้ง มู้ดตอนนั้นเกินคำบรรยายทั้งผู้ชมและศิลปินจริง

/อะ ข้าม สุดท้ายวงก็สปิริตกลับมาเล่นแบบใส่เต็ม คืนความสุขให้ผู้ชมกับเพลงดัง Post Break Up Sex คือเพลงนี้เป็นเพลงที่ทำให้รู้จักกับวงนี้เป็นครั้งแรกเมื่อสมัยนู้นนน ขอยาดตะโกนแบบคอแตก ตอนนี้เหมือนเราจะภาพตัดแบบวาร์ป จำไม่ได้ปะติดปะต่อ แต่เขาเล่น Norgaard และต่อกันที่ All My Friends Are Falling in Love ซิงเกิ้ลล่าสุดที่พวกเขาเพิ่งปล่อยมิวสิกวิดิโอออกมาเลย ตามด้วย Handsome จากนั้นอินโทรกลองเร้า กับเสียงกีตาร์ฉวัดเฉวียนแบบนี้ก็รู้เลยนะคะว่าต้องเป็นอีกเพลงชาติ I Always Knew แน่ โอ๊ย มีความสุข ยัง ยังเหลือเพลงอะไรอีกที่ยังไม่เล่นคะ If You Wanna ค่ะ!!! ฮือ น้ำตาจะไหล และเพลงสุดท้ายที่พวกเขาเล่นก่อนจะลงเวทีไปคือ I Can’t Quit โฮ ฟินมาก แต่แล้วก็มีช่วงอังกอร์แบบไม่ต้องรอนานค่ะ จัดไปกับ All in White ฮือออ อิ่มเอม ชอบที่ทุกเพลงของ The Vaccines จะต้องมีท่อนให้เราได้ตะโกนร้องแหกปากอย่างฮึกเหิม เป็นการ fullfill ชีวิตอย่างแท้จริง

ระหว่างทางที่จะเดินกลับบ้านเราได้เห็นสีหน้าท่าทางของผู้คนรอบ เฟสติวัล ทุกคนดูมีความสุขแบบรอยยิ้มเปื้อนหน้าที่โชกไปด้วยเหงื่อจากการได้เหยียดแข้งเหยียดขาในวงที่เพิ่งจบไป และก็ได้ผ่านมาเจออีกเวทีเดียวกันที่คนแน่นขนัดซึ่ง Prep กำลังเล่นเพลง Who’s Got You Singing Again ซึ่งทุกคนก็ดูชื่นมื่นร้องตามให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

เราลองมองไปรอบ หลังจากที่ตลอดทั้งวันไม่ได้มีเวลาเดินสำรวจมากนักก็ได้ลองสังเกต installation และการตกแต่งโดยรวมของงาน นั่งร้านสีเขียวที่มีคนปีนป่ายกันอย่างสนุกสนาน ซุ้มดีเจฮิปฮอปที่คนไปวาดลวดลายกันแบบไม่เคอะเขิน บูธเครื่องดื่มที่มีคนโหยหาน้ำแอปเปิ้ลและข้าวหอมที่จะอยู่ในความทรงจำของเราไปอีกนาน จนออกมาที่ด้านหน้าซุ้มประตูซึ่งมีถุงปุ๋ยสีสันสดใสห้อยเรียงรายต้อนรับและรอส่งคนกลับบ้าน เป็นวินาทีที่ได้ตระหนักว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วจริง สิ่งที่หลาย คนรอคอยมาตลอดกับการที่จะมี international music festival เต็มรูปแบบในประเทศไทย กับสิ่งที่น่าชื่นใจสุด คือทุกคนเข้ามาพูดกับเราว่ารู้สึกดีกับงานนี้มาก เรารู้สึกดีใจแทนทีมงานทุกคนที่มีผู้ชมที่น่ารักทุกท่านมาเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ ขอบคุณทุกวงดนตรีที่เต็มที่ และยังสปิริตเต็มร้อยแม้จะเกิดข้อผิดพลาด เพราะทุกคนยังเห็นความสำคัญของแฟนเพลงเป็นหลักและไม่ทำให้เราผิดหวังเลยแม้แต่โชว์เดียว

อีกครั้ง ถ้าไม่มีพวกคุณก็คงจะไม่มีบรรยากาศงานที่น่ารักแบบนี้ ขอบคุณที่ทำให้ Maho Rasop Festival กลายเป็นอีกงานดนตรีที่จะอยู่ในความทรงจำของพวกเราไปอีกนาน หวังว่าจะได้เจอกันอีกครั้งในปีหน้านะคะ 🙂

Facebook Comments

Next: