Story

ดำดิ่งสู่สนามอารมณ์อันไร้ก้นบึ้งไปกับ Ramintra ในอัลบั้ม Stellar Pledge

ตอนเด็ก ๆ เราคงเคยเกี่ยวก้อยสัญญากับใครหลายคนมากมายโดยไม่ได้จริงจังอะไรกับคำสัญญานั้นเท่าไหร่ เพราะเราคงแค่คิดว่ามันคือการละเล่นของเด็ก ๆ เท่านั้น แต่เมื่อเราโตขึ้น เรากลับใส่ความรู้สึกลงไปและเริ่มจริงจังกับเรื่องไม่เป็นเรื่องมากขึ้น แทนที่เราจะก้าวผ่านการละเล่นเด็ก ๆ เหล่านี้ไปได้เสียที เรากลับทำให้การเกี่ยวก้อยกลายเป็นพันธะสัญญาใจแห่งดวงดาวขึ้นมา ซึ่งไม่ได้ความว่าคนอื่นจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเราได้ Stellar Pledge คืออัลบั้มที่ Ramintra รวบรวมบทเพลงไว้ฟังในคืนที่ดาวเต็มฟ้า ซึ่งถ่ายทอดความเศร้า ความกดดัน ความสิ้นหวัง แต่ยังคงมีความเชื่อมั่นเล็ก ๆ อยู่ในสายธารแห่งอารมณ์ว่าอีกฝ่ายจะไม่มีทางผิดสัญญาครั้งนี้

Ramin Maneesiri เป็นดีเจและนักสะสมแผ่นเสียงที่สนุกกับเล่นแร่แปรเสียงดนตรี มิกซ์และผสมบีทกับซาวด์ที่แตกต่างเข้าด้วยกันจนเริ่มสร้างสรรค์โปรเจกต์ Ramintra ขึ้นมา ในที่สุดก็ได้พบกับ Ponnatcha Khummongkol ด้วยความหลงใหลในดนตรีอิเล็กทรอนิกส์หรือ Trip-hop เหมือนกัน โดยที่ก่อนหน้านี้ทั้งสองก็มีความสนใจที่คล้ายกันมาตลอดแถมยังเคยร่วมงานด้วยกันแล้วในอัลบั้มก่อน วันนี้พวกเขากลายเป็นคู่ดูโอที่น่าจับตามอง ในการรังสรรค์ซาวด์อันน่าฉงนชวนค้นหา พาเราด่ำดิ่งไปสู่โลกสังเคราะห์ที่เต็มไปด้วยซาวด์อันแปลกประหลาด จนเกิดเป็นอัลบั้ม Stellar Pledge ปกสีขาวสะอาด ภาพตรงกลางเป็นคนสองคนที่เกี่ยวก้อยสัญญากัน แต่นิ้วของทั้งสองก็ขาดจากกันเหมือนต่างคนต่างต้องแยกจากกันไปด้วยเหตุผลร้อยพัน แต่คำสัญญาจะยังคงเหนียวแน่นอยู่ในจักรวาลไหน ไกลกี่ล้านปีแสงก็ตาม ลองไปฟังกันเลยว่า 11 เพลงในอัลบั้มนี้จะล้ำลึกแค่ไหน

Rumours

เริ่มนวดหูของเราด้วยเสียงสังเคราะห์อันบรรเจิดตั่งต่าง เป็นจังหวะสนุก ๆ ทั้งเสียงผู้หญิงผู้ชายกับประโยคถามตอบถึงเสียงที่พวกเขาจะได้ยินต่อจากนี้ พยายามบอกว่าเรื่องราวที่จะได้ฟังในอัลบั้ม Stellar Pledge จะพิสดารและงดงามแค่ไหน

Back The Dark

เสียงโหยหวนของคอมพิวเตอร์และเสียงอันติดขัดแหบพร่าเหมือนพนักงานต้อนรับที่จะพาเราด่ำดิ่งลงไปในอีกมิติหนึ่งของเสียงดนตรีที่แปลกแยกจากสิ่งที่เราคุ้นเคย ตลอดการเดินทางก็เต็มไปด้วย ambient ที่ชวนหลอกหลอนไม่เป็นมิตรเลย แถมมีความสยองขวัญไซไฟอยู่ในทุกคีย์ที่ถูกบดขยี้ มันจะพาเราไปไหนและปลายทางคือสิ่งใดยากเกินจะหยั่งถึงจริง ๆ

Thown

ซาวด์ที่ฉวัดเฉวียนไปมาข้างหูเราล้อกับเสียงซินธ์ก้องกังวาน ตบแต่งด้วยแซมกลองนุ่ม ๆ พร้อมเนื้อร้องอันข่มขืนถึงความรักที่ไม่สมหวัง แทรกด้วยเสียงสังเคราะห์อันเป็นอื่นและช่วยอธิบายถึงความไม่ชอบมาพากลในความสัมพันธ์นี้เป็นระยะ ๆ ก่อนจะสรุปเรื่องราวความรักครั้งนี้ด้วยโซโล่ในตอนท้ายที่อัดซาวด์อันน่าฉงนมาอย่างมีเสน่ห์ ลากไปจนถึงฮุคสุดท้ายได้อย่างสวยงาม

Alone

เพลงภาษาไทยเพลงแรกในอัลบั้มกับเนื้อที่เสียดแทงใจคนกำลังเหงา อินโทรด้วยเสียงสังเคราะห์ที่ขยี้มาเป็นจังหวะจะโคน เติมด้วยแซมกลองช้า ๆ หน่วง ๆ ท่อนฮุคในน้ำเสียงที่เลื่อนลอยไร้อารมณ์เหมือนหมดสิ้นแล้วซึ่งความหวัง ส่งให้ท่อนเชื่อมที่บดเบียดเสียงสังเคราะห์ให้ดีดเด่นขึ้นมาอย่างดื้นรน ท่อนโซโล่ที่ดรอปแล้วซัดด้วยเสียงเครื่องเป่าสังเคราะห์อย่างโดดเด่น ลงตัวกับจังหวะกลองแน่นและเท่มาก แล้ววนเข้าฮุคอีกรอบเฟดหายไปในค่ำคืนอันเปลี่ยวเหงา

Remember x Beezi Flybynyt

บรรยากาศอันคลี่คลายด้วยเสียงระยิบระยับเป็นแบ็คกราว เซ็งแซ่ไปด้วยเสียง chiptune น่ารัก ๆ เหมือนกำลังส่งสัญญาณความคิดถึงไปสู่ห้วงอวกาศอันดำมืด เปลี่ยนเนื้อร้องคำว่า “remember” ออกไปเป็นรหัสไบนารี่อันเรียบง่ายเพียงหวังให้ปลายทางสามารถปลุกแปลความรู้สึกพื้นฐานอันนี้ให้เข้าใจง่าย เคาะเบา ๆ เป็นจังหวะช้า ๆ แต่มันซับซ้อนไปหมดด้วยซาวด์อันถมึงทึง ช่วงก่อน outro ที่เสียง chiptune ย้ำ ๆ ราวรัวคงมาจากความร้อนใจที่ไม่มีสัญญาณใดตอบกลับมา เพลงนี้น่าสนใจตรงที่ได้ Beezi Flybynyt ศิลปินอิเล็กทรอนิกส์ชาวแอฟริกาใต้ มาช่วยเติมให้เพลงนี้สดใสขึ้นนิดหนึ่ง แต่โดยรวมก็ยังมีกลิ่นอายมืดมนแบบ Ramintra เหมือนเดิม

Venus

วาววับไปทั่วใบหูด้วยเสียงหอนของซินธ์เบา ๆ แล้วเข้าด้วยเสียงไล่ซินธ์เมโลดี้เท่ ๆ กับแซมกลองหนัก ๆ ชดช้อยงดงามไปกับองค์ประกอบทั้งหมดในเพลง ท่อนโซโล่ที่พริ้งพราวไปด้วยเสียงอันละเล็กละน้อยหมุนคว้างไปพร้อม ๆ กัน outro ที่นุ่มนวลซะเหลือเกิน วีนัสอีกนัยหนึ่งคือหญิงสาวคนหนึ่ง เธอก็คงเป็นดาวอีกหนึ่งดวงในวงโคจรที่อยากให้เธอเคลื่อนคล้อยเข้ามาใกล้ชิดกันอีกครั้ง เหมือนวันคืนเก่า ๆ แม้ไม่รู้ว่าจะต้องรอไปอีกกี่ปีแสงก็ตาม

Just You And Me

อินโทรด้วยเสียงแซมกลองแน่น ๆ พร้อมเสียงย้ำว่า “just you and me” ก่อนเข้าเนื้อร้องที่ชักชวนทุกคนวิ่งตามเสียงซินธ์อันล่องลอยที่พาเราไปผ่านค่ำคืนอันโดดเดี่ยวไปด้วยกัน มีคนเคยพูดว่ารักแท้คือการที่คนสองคนไม่มีทางเลือกเหลืออยู่แล้วและต้องมาอยู่ด้วยกัน ก็คงเหมือนเพลงหม่น ๆ เพลงนี้ที่เหมือนจะเป็นเพลงรัก แต่ไม่แน่ใจว่าความรักครั้งนี้คือเรื่องจริงหรือเปล่า วูบวาบด้วยเสียงสังเคราะห์ที่เหวี่ยงอารมณ์ของเราไปมาพร้อมกับเสียงร้องเย็นยะเยือกในเพลง

February Night

คืนเหงาในเดือนแห่งความรักมันขมขื่นแค่ไหน ให้เสียงซินธ์ที่โหยหวนกับบทกวีแห่งความหว้าเหว่ช่วยอธิบาย ซึ่งถูกขับขานผ่านชายหญิงคู่หนึ่งที่เหงาเหมือนกัน แต่ด้วยเมืองที่ซับซ้อนและไม่เป็นมิตรกลับผลักไสให้ทั้งสองคนไม่มีวันหากันเจอ โดดเด่นด้วยบทกวีที่เย็นชา ประดักประเดิด บอกเล่าความเหงาที่ก่อตัวขึ้นจากวิถีชีวิตที่โดดเดี่ยวอย่างงดงาม แถมขยี้เสียงสังเคราะห์ให้คืนนี้ยิ่งสับสนและน่าอึดอัดขึ้นไปอีก

Pain

ลูปเสียงสังเคราะห์บวม ๆ กับแซมกลองกระทบกระทั้งกันไปมาก่อนจะกรีดลึกด้วยเสียงแหลมต่ำชวนขวัญผวา เป็นความกลัวที่ชวนท้าทายเรามากกว่าจะเตือนเราให้อยู่ห่าง ๆ จากความเจ็บปวดนี้ หลายคนอาจมีปฎิกิริยาต่อความเจ็บปวดไม่เหมือนกัน และความเจ็บปวดนี้กลับสร้างความหฤหรรษ์ให้เรากับเราได้

Thown (Dub)

มันโหดร้ายยากยิ่งนัก ฉันจะเก็บรัก ไปให้ใคร
และสิ่งนี้คอยบอกฉัน ให้จับฝันขว้างออกไป ♪ 

ถ้าเพลง Thown ที่ได้ฟังไปยังไม่เฮี้ยนพอ ลองฟังเวอร์ชั่นภาษาไทยอันนี้ดู พร้อมประดับประดาด้วยซาวด์สังเคราะห์แบบจัดเต็มมาก เนืองแน่นด้วยเสียงอันไร้ที่มา แต่เมื่อประกอบเข้าด้วยกันแล้วมันกลับมีมนต์สะกดอย่างน่าประหลาด ยิ่งเสียงร้องของคีย์ที่ทุ้มลงก็ทำให้เพลงยิ่งหลอนหูเข้าไปอีกขั้น แล้วพอเป็นภาษาไทยแล้วทำให้มันกระแทกอารมณ์ยิ่งกว่าเดิม ส่งให้เพลงดาร์กขึ้นแบบเห็นได้ชัด

Frenemy

เคยได้ยินมั้ยว่าคนที่ไว้ใจคือคนที่ร้ายที่สุด สิ่งที่เรารู้สึกกับใครซักคนเขาอาจไม่ได้รู้สึกเหมือนเราเสมอไปก็ได้ เสียงคีย์บอร์ดเป็นจังหวะช้า ๆ ก่อนเติมด้วยเสียงคีย์ที่สูงขึ้นล้อไปด้วยกัน เติมด้วยเสียงสแนร์ นับถอยหลังสู่แนวเพลง spoken words ที่เหมือนระบายความอัดอั้นใจในความสัมพันธ์อันเลวร้ายโดยมีเสียงดนตรี downtempo ล้อเล่นไปตลอดเวลา ปิดอัลบั้มด้วยเพลงดิ่ง ๆ แบบที่พวกเขาถนัด

ถ้าเราฟังผ่าน ๆ จะนึกว่า Ramintra เป็นสายลึกเขย่งฟัง แต่ถ้าได้ลองตั้งใจฟังดูซักครั้งจะรู้ว่าซาวด์ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย แถมยังมีความบันเทิงอันเรียบง่ายอยู่ในซาวด์ที่เรียบเรียงมาอย่างสะอาดสะอ้าน ชวนเราหลบหนีออกจากโลกแห่งความจริงไปได้ซักพักเลย ถ้าใครสนใจก็สามารถไปสั่งซื้ออัลบั้ม Stellar Pledge ได้ที่เพจ Ramintra เลยจ้า

Facebook Comments

Peerapong Kaewthae

แม็ค เป็นคนชอบฟังเพลงเพราะเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้ และก็ชอบแนะนำวงดนตรีหรือเพลงใหม่ ๆ ให้คนอื่นรู้จักผ่านตัวอักษรตลอดเวลา

More Story...

Story

Sundlaugin สตูดิโอที่อยู่เบื้องหลังซาวด์อันเยือกเย็นของ Sigur Rós

เชื่อไหมว่าวงดังจากไอซ์แลนด์ Sigur Rós, Of Monster and Men หรือแม้แต่ศิลปินตัวแม่อย่าง Björk ล้วนเคยมาใช้บริการ Sundlaugin Studios เพื่ออัดเพลงมาหมดแล้ว นอกจากนี้ Damien Rice หรือวงโพสต์ร็อกจีนอย่าง Wang Wen ที่เพิ่งมา Maho Rasop Festival ปีที่แล้วก็เคยแวะเวียนมาที่สตูดิโอแห่งนี้เช่นกัน

15 May 2019

Story

ฟังใจคือผู้คน ไม่ใช่สถานที่ เรื่องราวดี ๆ จากการเป็นเด็กฝึกงานที่ฟังใจ

การเป็นเด็กฝึกงานที่ฟังใจ ตลอด 4 เดือน เป็นอะไรที่ท้าทายตัวเองและมีความสุขมาก ๆ ถึงแม้ก่อนจะมาจะกังวลมากกับการต้องเริ่มต้นใหม่ และกังวลว่าเราจะทำงานออกมาได้มั้ยนะ แต่เมื่อมาถึงก็ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นจนวันสุดท้าย เราก็เลยอยากจะแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ที่เราได้รับจากฟังใจให้ทุกคนได้อ่าน

30 April 2019

Story

‘Coming of Age’ อัลบั้มล่าสุดจาก Pistols99 ที่สอนให้ไม่ย่อท้อต่ออะไรง่าย ๆ

Pistols99 เป็นอีกวงที่อยู่ในซีนดนตรีพังก์บ้านเรามานาน และเมื่อปีที่แล้วพวกเขาก็ได้ปล่อยอัลบั้ม 'Coming of Age' ที่อัดแน่นไปด้วย 10 เพลงครบเครื่องเรื่องป๊อปพังก์ เป็นอีกงานที่อยากให้ลองฟังกัน

25 April 2019