Article Import

Wang Wen ตำนานโพสต์ร็อกจีน บันทึกความรู้สึกของบ้านเกิดไว้ใน Invisible City

  • Writer: Asamaporn Samakphan and Montipa Virojpan
  • Photographer: Maho Rasop Team

แฟนโพสต์ร็อกชาวไทยคงฟินกันเป็นแถบ ๆ หลังจากได้ดูโชว์สดจากตำนานโพสต์ร็อกจีน Wang Wen ที่มาเล่นใน Maho Rasop Festival ที่เพิ่งจบลงไป หลายเสียงที่ได้ดูถึงกับบอกว่า ‘สุดยอด’ แม้จะไม่เคยรู้จักหรือฟังเพลงของวงมาก่อน ซึ่งล่าสุดวงได้ออกอัลบั้ม Invisible City และนำเพลงจากอัลบั้มนั้นมาเล่นให้ฟังกันด้วย ตอนนี้ก็ได้เวลาที่พวกเขาจะมาเล่าเรื่องราวเบื้องหลังอัลบั้มนี้ให้เราได้อ่านกันแล้ว

Wang Wen

คอนเซ็ปต์และแรงบันดาลใจของอัลบั้มล่าสุดคืออะไร

มันมาจากเมืองที่เราอาศัยอยู่ (ต้าเหลียน) มาประมาณ 20 ปีแล้ว แล้วเราก็เริ่มทำวงกันที่นี่ด้วย ดังนั้นชีวิตของเรามีส่วนข้องเกี่ยวกับเมืองนี้มาก แล้วตอนนี้เมืองของเราซึ่งตั้งอยู่ในแถบตะวันออกเฉียงเหนือของจีนกำลังอยู่ในวิกฤติ เด็กรุ่นใหม่ย้ายกันไปใช้ชีวิตที่เมืองอื่นมากขึ้น ก็เลยคิดว่าการทำอัลบั้มนี้ขึ้นมาน่าจะทำให้คนสนใจเมืองนี้มากขึ้น

เมื่อสองปีที่แล้วเราเริ่มคิดว่าการเขียนเพลงคงไม่ใช่แค่การถ่ายทอดเรื่องราวของเราด้านเดียว แต่สามารถนำเสนอไปถึงเมืองของเราได้ในเชิงลึกและมีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ใช่แค่ในเรื่องว่า ตอนนี้เศรษฐกิจของเมืองกำลังเป็นขาขึ้นหรือขาลง แต่เมืองมีความน่าสนใจมากกว่านั้นตรงที่สามารถให้ความรู้สึกบางอย่างกับเราได้เหมือนกัน แล้วนำเสนอความสัมพันธ์ของเมืองกับผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นได้

ส่วนชื่อ Invisible City มาจากหนังสือ ‘Invisible Cities’ ของนักเขียนชื่อดัง Italo Calvino ตอนแรกผมอ่านมันไม่จบหรอก แต่ผมชอบมันนะ ความรู้สึกที่ได้รับจากการที่เขาบรรยายบรรยากาศของแต่ละเมืองและผู้คนในเรื่องนั้นจากจินตนาการของเขา มันเลยต่างจากความเป็นจริงมาก เราเลยเอามาตั้งชื่ออัลบั้มครับ

ชอบเพลงไหนที่สุดในชุดนี้

ผมชอบเพลงที่สอง ชื่อ Mail From the River

แล้วการที่เป็นวงที่มาจากจีน มีวัฒนธรรมจีนอะไรที่ส่งผลกับเพลงของคุณด้วยหรือเปล่า

วัฒนธรรมจีนเป็นอะไรที่หลากหลายมาก เพราะเป็นประเทศที่ใหญ่และมีประชากรเยอะเลยทำให้แต่ละภูมิภาคมีวัฒนธรรมที่ต่างกัน อาหารก็ไม่เหมือนกัน ภาษาที่ใช้ก็ต่างกัน แต่มันเป็นเรื่องยากที่เราจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับประเทศจีนโดยตรงเพราะผมอาศัยอยู่มาตลอด ใช้ชีวิตที่นั่น มีเพื่อนที่นั่น ถ้าผมจะเขียนเรื่องแบบนั้นได้คงต้องเป็นคนที่ท่องเที่ยวบ่อย หรือไปเห็นหลาย ที่และคลุกคลีกับวัฒนธรรมของที่ใหม่ แบบนั้นมากกว่า

วงอยู่มา 20 ปีแล้ว รู้สึกว่าตัวเองต่างจากตอนนั้นยังไงบ้าง

เราว่าไม่ค่อยต่างเท่าไหร่นะ แค่เราแก่ขึ้น (หัวเราะ) แล้วบางคนในวงก็กลายมาเป็นพ่อคนแล้ว อันที่จริงเราใช้ชีวิตแทบจะเหมือนเดิมเลย คิดว่าไม่น่ามีอะไรเปลี่ยนนะ

อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้คุณเขียนเพลงมาได้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

มันขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นประสบการณ์ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในชีวิต คุณเจอกับการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ทุกนาที ทุกวินาที แม้แต่จินตนาการของคุณ อารมณ์ของคุณ มันเปลี่ยนไปตลอด การเปลี่ยนแปลงจะคงอยู่ตลอดไป อย่างในอัลบั้มใหม่นี่ผมก็เขียนเพลงเกี่ยวกับความรู้สึกเมื่อสามปีก่อนที่คุณพบเจอกับความเปลี่ยนแปลงเยอะมาก คุณรู้สึกแตกต่างไป ซึ่งในอัลบั้มนี้มันเหมาะทีเดียวที่จะเล่าเรื่องพวกนั้น

การที่เป็นเพลงโพสต์ร็อกที่ไม่มีเนื้อร้อง พวกคุณคิดว่าจะสื่อสารมันออกมาให้คนฟังได้ยังไง

เพลงของเราไม่มีเรื่องราวที่ตายตัว เพราะสมาชิกแต่ละคนมีไอเดียที่จะบรรเลงออกมาในพาร์ตของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นคนหกคนมาทำเพลงด้วยกันมันเลยไม่มีทางเป็นเรื่องเดียวกันแน่นอน สำหรับพวกเราแล้ว ทุกคนมีเรื่องราวเป็นของตัวเองในการตีความเพลงนั้น เช่นกันกับการที่คนฟังมาฟังเพลงของเราก็จะมีเรื่องราวของตัวเองเหมือนกัน ก็เคยมีคนบอกผมว่า ‘พอได้ฟังเพลงนี้แล้วคิดว่าผมนึกถึงมหาสมุทรแน่ ๆ’ ผมบอกว่า ‘โอ้ เจ๋งมากเลยครับ’ แต่เปล่าเลย ผมไม่ได้คิดแบบนั้น (หัวเราะ)

คุณมีวงโปรดในดวงใจไหม

ตอนเรียนอยู่ .ปลาย ผมฟังเพลงร็อกเยอะมาก แล้วก็ลองหาฟังเรื่อย จนมาเจอ Mogwai, Sigur Ros

ในจีนมีวงโพสต์ร็อกเยอะไหม เป็นที่นิยมหรือเปล่า

เป็นอะไรที่ค่อนข้างยากมากในจีนครับ เพราะไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนที่นั่นด้วย เราตั้งวงตอนปี 1999 ก็ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักจนปี 2003 เราไปเล่นที่นึง มีคนมาดูแค่ 6 คน แต่ตอนนี้คนรุ่นใหม่ ทำวงโพสต์ร็อกออกมาเยอะมาก อย่างวง Glow Curve นี่ก็แนะนำเลยครับ

เคยมาเมืองไทยไหม

ไม่เคยครับ นี่ครั้งแรกเลย ผมได้ยินเรื่องเกี่ยวกับประเทศไทยเยอะมาก แล้วก็ดูหนังไทยเยอะมาก ผมว่าหนังผีที่น่ากลัวที่สุดกว่าผีจีน ผีญี่ปุ่น ผีฮอลลิวู้ด คือหนังไทย เรื่องที่ผมชอบก็มี ชัตเตอร์ แล้วก็เรื่องที่ดูล่าสุดนี่ ฉลาดเกมส์โกง

แล้วฟังวงไทยบ้างหรือเปล่า

ผมรู้จักวงโพสต์ร็อกไทย Inspirative ครับ เคยดูเขาในคลิปเล่นสด เก่งกันมาก

เป้าหมายต่อไปของพวกคุณคืออะไร

คิดว่าก็จะทำเพลงต่อไปเรื่อย ครับ แต่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีกบ้างเพราะชีวิตของเราเริ่มมีอะไรต้องทำเยอะขึ้น แต่ตอนนี้อยากทำให้เพลงของเราไปไกลกว่านี้ ให้คนได้รู้จัก Wang Wen กันมากขึ้นครับ

Facebook Comments

Next:


Montipa Virojpan

อิ๊ก เนิร์ดดนตรีที่เพิ่งกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นนักเขียนตอนอายุ 25 ชอบเดินเร็ว นอกจากขนมปังกับกาแฟดำแล้วก็สามารถกินไอศกรีมกับคราฟต์เบียร์แทนมื้อเช้าได้