Feature เห็ดหูหนู

Playlist ของ อิมเมจ สุธิตา

  • Writer: Teeraphat janejai, Gandit Panthong
  • Photographer: Chavit Mayot

เธอคือหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันรายการเดอะวอยซ์ซีซั่นสามที่ถูกพูดถึงเยอะเป็นอันดับต้น ๆ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นแชมป์ประจำซีซั่น แต่ด้วยความสามารถทางการร้องเพลงสากลที่โดดเด่น มีเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงความสดใสน่ารักจึงทำให้เธอครองใจผู้ชมทั่วประเทศ

พ้นจากกระแสของรายการ ก็มีช่วงที่เธอเงียบหายไปเพราะกำลังวุ่นวายกับการเริ่มต้นชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัย และกลับมาพร้อมกับซิงเกิลด้วยฝีมือการแต่งเพลงของ ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ถัดมาก็คือซิงเกิลที่เธอแต่งด้วยตัวเอง และล่าสุดกับเพลง มองฉันที เพลงประกอบภาพยนตร์กระแสแรงเรื่อง ฉลาดเกมส์โกง เรากำลังพูดถึงอิมเมจ – สุธิตา ชัยชนะสุวรรณ

head1

ไหน ๆ เธอก็เผยตัวและเปิดโอกาสให้เราได้มองเห็นเธออีกครั้ง Fungjaizine ก็ไม่พลาดที่จะไปพูดคุยอัพเดทชีวิตของเธอพร้อมกับเพลย์ลิสต์ที่เธอโปรดปราน

Playlist

STRFKR – Kahlil Gibran

มันลอยมาก มันเท่มาก หลับตาฟังแล้วมันเรื่อย ๆ ดี ฟังไปเดินไปก็เพลิน 

Ryan Adams – Style (Original by Taylor Swift)

เขาเป็นคนแต่งเพลงให้เทย์เลอร์ แล้วเขาก็เอามาทำเป็นอีกเวอร์ชัน มันมีความดิบกว่า มีกลิ่นเก่าๆ ผ่านกระบวนการน้อยอย่าง พอฟังเวอร์ชันนี้แล้วเราแทบไม่ได้กลับไปฟังของเทย์เลอร์เลย

ไปส่งกู บขส.ดู๊ – ถังน้ำแข็ง

1462355002555316

(กดรูปภาพเพื่อฟังเพลง)

เราร้องได้ทั้งเพลงเลยนะ เราชอบพวกเขามาก เวลารู้สึกแย่ ๆ เราจะฟังแล้วก็ขำอยู่คนเดียว

The Black Skirts – Wait More (OST. Another Oh Hae Young)

วงอินดี้ของเกาหลี นักร้องเป็นคนที่มีอายุแล้วเท่มาก ประกอบซีรีส์ที่เราอินมาก ๆ

Gabrielle Aplin – Shallow love

เลือกยากเหมือนกัน เพราะชอบเพลงของเขาทุกเพลง เขามีเสียงร้องที่มีสไตล์มาก อยากให้เขามาเล่นที่ไทยมาก ๆ ด้วย

Exclusive Talkimg_9819

ชีวิตตอนเรียน เป็นนักเรียนแบบไหน

ก็เป็นเด็กที่โกงบ้าง อย่างที่โรงเรียนก็จะไม่ให้เอาโทรศัพท์เข้าห้องสอบ แต่ถ้าใครพกเข้าไปก็จะให้เอาวางที่พื้นข้าง ๆ โต๊ะตัวเอง เราก็จะพกโทรศัพท์ไปสองเครื่อง เอาเครื่องเก่าวางไว้ที่พื้นหนึ่งเครื่อง แล้วก็จะพกอีกเครื่องไว้ แล้วที่โรงเรียนจะมีช่วงพักครึ่งของการสอบเพื่อให้ไปเข้าห้องน้ำ เราก็จะจำคีย์เวิร์ดข้อที่เราทำไม่ได้ แล้วก็ใช้มือถือที่พกเสิร์ชหาข้อมูลในห้องน้ำ

พกมือถือเข้าห้องสอบแล้วไม่เคยใช้ส่งโพยให้กันบ้าง?

เคยส่งโพย แต่แค่ใช้นิ้วบอกเลขคำตอบเฉย ๆ เรานั่งหน้าสุดแล้วก็จะยื่นมือบอกคำตอบไปให้คนข้างหลัง แล้วเพื่อนก็จะส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ พอได้ครบทุกคนแล้วก็จะเอาเท้าสะกิดเก้าอี้คนข้างหน้าเป็นสัญญาณว่าให้ไปข้อต่อไปได้แล้ว

เคยโดนจับได้ไหม?

ไม่เคยค่ะ ถ้าจับได้เราอาจจะไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้ (หัวเราะ) นี่ถ้าครูมาอ่านต้องโกรธแน่ ๆ เลย เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนะคะ อย่าทำตามเลย

มีวิธีเตรียมตัวก่อนสอบอย่างไร

ตอมเรียนมัธยมฯ เราจะเป็นคนที่ชอบท่องบทสรุปของเพื่อนหน้าห้องสอบ เราค้นพบว่าความจำเราจะแม่นยำแค่ประมาณ 10 นาทีแรกหลังจากอ่าน ถ้าเราอ่านมาล่วงหน้านาน ๆ ส่วนใหญ่ก็จะลืม เราก็จะอ่านมาคร่าว ๆ แล้วค่อยมาอ่านโพยสรุปของเพื่อนที่หน้าห้องสอบ ก็จะจำได้แม่นกว่า เรียกได้ว่าเป็น 5 minute miracle (หัวเราะ) ตอนเด็กๆ ยังไม่มี One night miracle อ่านก่อนสอบคืนเดียวไม่เคยทำมาก่อนเลย นอนหลับสบายใจมาก แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยเราก็ต้องปรับตัวใหม่หมดเลย เพราะแรก ๆ ก็ยังติดนิสัยเดิม ๆ ซึ่งเอามาใช้กับการสอบในมหาวิทยาลัยไม่ได้เลย ก็ต้องเริ่มอ่านหนังสือล่วงหน้าบ้าง แต่ก็จะอ่านกับเพื่อน อ่านคนเดียวแล้วมันจะเปื่อย ๆ ไม่มีแรงจูงใจ

img_9837

การทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยถือว่าหนักแค่ไหน รับมือกับมันอย่างไร

เราก็ไม่ได้มีงานเยอะขนาดที่ว่าจะไม่มีเวลาเรียนเลย ถ้ามีงานติดต่อเข้ามาแล้วเวลาตรงกับวิชาที่ไม่สามารถโดดได้จริง ๆ เราก็ต้องขอไม่รับงานนั้น ปัญหาของเรื่องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยคือเราขี้เกียจเอง

ขี้เกียจเรียนหรือทำงาน

ขี้เกียจเรียน (หัวเราะ)

ถ้าเป็นหนึ่งในนักแสดงของฉลาดเกมส์โกงอยากเป็นคนไหน

คงเป็นคนที่รอคำตอบจากพระเอกนางเอกอยู่ที่เมืองไทย จ่ายเงินเรียบร้อยก็รอคำตอบอย่างเดียว

แล้วถ้ามันมีขบวนการแบบนี้จริง ๆ เราจะเข้าร่วมด้วยหรือเปล่า

เราอาจจะไม่มีเงินไปเปย์เขาเยอะขนาดนั้น อาจจะขอต่อราคาก่อน ไม่ก็หาเพื่อนแชร์ แต่พอมันเป็นการสอบระดับโลกมันดูน่ากลัวนะ ถ้าพลาดก็คงเรื่องใหญ่ แค่ในระดับมหาวิทยาลัยก็น่ากลัวมากแล้วถ้าโดนจับได้

1

คิดว่าฉลาดเกมส์โกงจะเป็นอย่างไรและจบอย่างไร

เราว่ามันต้องเท่มาก ๆ เราอยากเข้าไปดูกระบวนการโกง อยากรู้ว่ามันจะน่าตื่นเต้นขนาดไหน เราอยากไปดูความฉลาดของตัวละครที่น่าจะทำให้เราเผลออุทาน ‘เชี่ยยย’ ออกมาได้ แต่ตอนจบเราเดาว่าโดนจับได้ หนีกลับประเทศ เริ่มต้นใหม่แบบคลีน ๆ  แล้วก็ตัดจบ แต่ก็ยังคิดว่าหนังเรื่องนี้น่าจะเซอร์ไพรส์คนดูมาก ๆ อาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดเลยก็ได้

อยากลองเป็นนักแสดงบ้างไหม?

ก็อยากนะ มันน่าจะสนุกดีที่เราได้ลืมตัวเองแล้วไปสวมบทบาทเป็นคนอื่น 

ถ้า GDH ชวนไปแสดงอยากรับบทบาทแบบไหน

อยากเล่นบทบาทที่หักมุม อาจจะดูโง่ ๆ ในตอนแรก แต่ตอนท้ายกลายเป็นคนฉลาด มีพัฒนาการของตัวละครที่น่าสนใจ

ปกติชอบดูหนังแนวไหน

ชอบดูโรแมนติกคอเมดี้ที่จบไม่สวย 500 days of summer หรือไม่ก็ Blue valentine ซึ่งก็ไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไหร่ ตอนดูจบเราดิ่งมาก สงสัยเลยว่าแล้วคนเราจะแต่งงานกันไปทำไม หนังซูเปอร์ฮีโร่ก็ชอบดูนะ แต่ที่จะไม่ดูก็คือหนังผี เพราะกลับบ้านมาเห็นอะไรแวบไปแวบมาก็จะหลอนไปเอง แค่แม่ตากผ้าเช็ดตัวก็นึกว่าผีแม่ชี (หัวเราะ)

ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องการแต่งงาน มองเรื่องความรักกับการแต่งงานอย่างไร

เราคิดว่าถึงจะแต่งงานกันแล้วก็ยังมีโอกาสที่จะหย่ากันอยู่ดี ผู้หญิงส่วนใหญ่คิดว่าการแต่งงานจะสามารถผูกมัดชีวิตกันและกันได้ร้อยเปอร์เซนต์ แต่จริง ๆ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะไหนก็สามารถเลิกกันได้อยู่ดี ถ้าคนจะอยู่ด้วยกันได้ ถึงจะไม่แต่งงานก็ยังคงใช้ชีวิตร่วมกันได้อยู่ดี แต่ถึงเราจะไม่อินกับการแต่งงานแต่ชอบไปนะ อาหารอร่อยดี (หัวเราะ) เราเชื่อเรื่อง soulmate แต่ในความหมายของเรามันไม่ได้จำกัดเฉพาะแฟนหรือสามีภรรยา มันรวมถึงเพื่อน คนในครอบครัว

แล้วคนที่ถ่ายรูปคู่กันตอนนี้คือใคร

ก็คบกันอยู่ค่ะ อยู่ด้วยกันก็แฮปปี้ดี ถึงเราจะไม่เชื่อเรื่องการแต่งงาน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เชื่อเรื่องความรัก เรามองว่าการแต่งงานเป็นการเสียเงินโดยไม่จำเป็น เราเคยคิดว่าถ้าเกิดต้องแต่งงานจริง ๆ เราจะใส่ชุดอยู่บ้าน และฤกษ์ที่ดีที่สุดสำหรับการแต่งงานคือช่วงที่พิซซ่ามีโปรโมชันซื้อ 1 แถม 1 แล้วเราก็จะสั่งมาเลี้ยงทุกคน คิดดูว่าถ้าเราลงเงินกับการแต่งงานหลายแสน แล้วถ้าวันหนึ่งเราเลิกกัน เราก็คงเสียดายเงินก้อนนั้นมาก

img_9834

แล้วเป็นมาอย่างไรถึงได้มาร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องฉลาดเกมส์โกง

เริ่มจากพี่แสตมป์ อภิวัชร์กับพี่บาส – นัฐวุฒิ พูนพิริยะ (ผู้กำกับ) อยากให้เรามาร้องเพลงประกอบหนังเรื่องนี้ พี่แสตมป์เป็นคนโทรมาหาเราเองเลย เล่าให้ฟังคร่าว ๆ แล้วก็บอกให้เราเก็บไปคิดก่อนก็ได้ แต่เราตัดสินใจรับตั้งแต่ตอนนั้นเลย ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นการนำเพลง Why can’t you see ของวง Fwends มาดัดแปลงเนื้อร้องให้เป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยโดยพี่แสตมป์ กับ เมย์ ชูชีวา นักร้องของวง Fwends ก่อนหน้านี้ก็เคยฟังเวอร์ชั่นเดิมมาบ้างแล้ว โจทย์ของเราก็คือต้องสื่อสารอารมณ์ของหนังด้วย ทีมงานเล่าให้ฟังว่านางเอกเป็นคนฉลาดมาก และก็รู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เป็นคนที่มีความเป็นเจ้านายก็เลยสั่งให้ทุกคนมองฉันทีสิ ทั้งที่รู้ว่าวันหนึ่งทุกคนต้องมอง แต่อยากให้มองตอนนี้เลย ในขณะที่เพลงนี้ก็มีจังหวะเร็วซึ่งเราเองก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ เพราะเราจะเป็นคนเนือย ๆ ก่อนจะอัดเราต้องกระโดดตบก่อนเพื่อที่เสียงออกมาจะได้ดูแอคทีฟขึ้น

ในเอ็มวีเปลี่ยนลุคไปเยอะเลย ยากมั้ยกับการปรับสไตล์ของตัวเองครั้งนี้

ก็สนุกดี เขาบรีฟให้เราแสดงออกเหมือนเป็น diva มั่น ๆ ทั้งที่จริง ๆ เราเดินห่อไหล่ เป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง แต่ตอนนั้นก็ง่วงแล้วด้วย ก็ใส่ให้สุดเลย พยายามคิดว่าตัวเองเป็นมาดอนน่า แต่ตอนนี้ยังไม่กล้ากลับไปดูเอ็มวีเลย (หัวเราะ) แล้วก็มีบางคนอาจจะยังไม่คุ้นกับการที่เราถอดแว่น แต่จริง ๆ เราถอดแว่นมาสักพักแล้ว เราไม่ชอบใส่แว่นด้วยซ้ำ แต่งตัวก็ยาก พออยากจะเปลี่ยนลุคบ้าง อยากใส่เสื้อลายดอกแต่พอใส่แว่นด้วยก็กลายเป็นคุณป้าเลย แต่คนส่วนใหญ่ก็ชอบจำเราในภาพนั้น แถมคิดว่าเราต้องเป็นเด็กเรียนเก่งด้วย

ผลตอบรับหลังจากเอ็มวีถูกปล่อยออกไปเป็นอย่างไร

เพื่อนแท็กมาในเฟสบุ๊กเต็มเลย มีแต่คนพูดถึงชุดที่เราใส่ ไม่มีใครพูดถึงเสียงร้องเลย (หัวเราะ) แต่ทุกคนก็ชอบทั้งเอ็มวีทั้งเพลง

img_9827

ก่อนที่จะมีเพลง มองฉันที ก็มีซิงเกิลที่ถูกปล่อยไปก่อนหน้านี้แล้วด้วย?

ชื่อเพลงว่า Not a goodbye แต่งเมื่อตอนเรียนอยู่ปีหนึ่ง แต่งเป็นของขวัญสำหรับงานบายเนียร์ให้พี่ ๆ ปีสี่ พอไปเปิดในงาน พี่ ๆ เขาก็ชอบกัน เราก็เลยคิดว่าก็น่าจะเอามาทำให้เป็นเรื่องเป็นราว ก็ได้ความช่วยเหลือจากเพื่อนของพี่แสตมป์ และก็ได้พี่วุฒิกับพี่ต๋องจากเดอะวอยซ์ ช่วยหานักดนตรีมาเล่นให้ด้วย อันที่จริงเราก็มีเพลงที่แต่งเก็บไว้เรื่อย ๆ แต่แค่ไม่ได้ไม่มีเวลาทำ อีกส่วนหนึ่งก็เพราะยังไม่ค่อยมั่นใจว่าเพลงของเรามันโอเคจริง ๆ หรือเปล่า ยิ่งทำเพลงที่มีเนื้อร้องภาษาอังกฤษด้วย ก็ไม่รู้ว่าคนจะตอบรับแบบไหน

หลังจากจบรายการเดอะวอยซ์ ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะแค่ไหน

อาจจะแตกต่างจากพี่คนอื่น ๆ ที่พอจบรายการแล้วก็มีทำเพลงกับค่ายบ้าง ทำของตัวเองบ้าง แต่เราไม่มีเวลาเลย เพราะช่วงนั้นก็ตรงกับการสอบแอดมิดชัน เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิตเลย เพราะช่วงจบรายการก็จะเป็นช่วงที่เราป๊อปที่สุดแล้ว งานเข้ามาเยอะ แต่เราก็ต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ในมหาวิทยาลัยด้วย ตอนนั้นก็เอ๋อไปเลย กลับกลายเป็นเราเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า เรากำลังทำอะไร ไปแข่งเพื่ออะไร หลังจากนั้นพอเราจะทำอะไรสักอย่างก็จะหาจุดประสงค์ของการทำให้แน่ชัด พอมันชัดเจนเราก็จะมีแรงผลักดันให้ทำต่อไป

เห็นจากในเฟสบุ๊กว่าชอบดูฟุตบอลแล้วก็เป็นสาวกปืนใหญ่อาร์เซนอลด้วย

เราเป็นแฟนบอลประเภทที่ไม่กล้าดูเวลาทีมแข่ง เพราะถ้าดูก็จะแพ้ ถ้าไม่ดูชนะทุกที จุดเริ่มต้นที่เชียร์ก็คือ เริ่มจากดูฟุตบอลโลกก่อน เราเชียร์ฝรั่งเศส แล้วอาร์เซนอลก็เป็นทีมที่ใช้นักเตะจากฝรั่งเศสแทบทั้งทีม เราก็เลยตามมาเชียร์ด้วย แล้วเราก็เกิดปี 1998 ปีที่ฝรั่งเศสได้แชมป์ฟุตบอลโลก เราก็ฝังใจว่าฝรั่งเศสจะต้องได้แชมป์อีกแน่ ๆ ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้สักที พ่อแม่ก็เชียร์ลิเวอร์พูล จะให้ไปชอบแมนยูก็ไม่อยาก เพราะเรารู้สึกว่าคนในชีวิตเราที่เชียร์แมนยูชอบทำตัวน่าหมั่นไส้ (หัวเราะ) ล้อเล่นนะคะ แฟนผีอย่าโกรธกัน เหตุผลสุดท้ายคือ อาร์เซนอลมีนักเตะหล่อเยอะด้วย จริง ๆ เราไม่ได้ดูแค่บอลอังกฤษนะ บอลลาลีกาสเปนก็ดู เราเชียร์เกตาเฟ่

เดี๋ยวนะ แล้วทำไมถึงไปเชียร์ทีมที่จะตกชั้น

เราเปิดทีวีมาเจอบอลลาลีกาสเปนพอดี ก็คิดว่าถ้าทีมไหนชนะเราจะเชียร์ทีมนั้น ปรากฎว่าเกตาเฟ่ชนะ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ชนะอีกเลย (หัวเราะ)

สุดท้ายนี้ คิดว่าอาร์เซนอลจะได้แชมป์เอฟเอคัพไหม?

คือเราไม่อยากพูดถึงเลย รู้สึกว่าเราเป็นตัวซวยที่พูดอะไรแล้วผลลัพธ์จะออกไปอีกทาง (หัวเราะ) ก็ได้แต่เป็นกำลังใจให้ถึงที่สุด ทีมมีเงินก็เยอะ ก็ซื้อตัวบ้างเหอะ

img_9910

Facebook Comments

Next: