Feature home_feature เห็ดหูหนู

Playlist ของ Jan Chan

Jan Chan’s Favorite

Frank Sinatra – Fly Me To The Moon

เพลงนี้มันเป็นเพลงแรก ๆ ที่ทำให้หนูเข้าไปสู่ดนตรีแนวนี้เลย เป็นเพลงที่น่าจะดังมาก ๆ อยู่ ซึ่งครั้งแรกที่เราฟังเพลงนี้ เราไม่เคยรู้เรื่องสไตล์ดนตรีมาก่อนเลยนะ ฟังแล้วมันรู้สึกผ่อนคลายสบาย เราชอบ เราก็ฟังดนตรีแนวนี้มากยิ่งขึ้น หนูก็ไม่รู้ว่าเขาเรียกว่าอะไรนะตอนนั้น

Tony Orlando – Tie a Yellow Ribbon Round the Ole Oak Tree

เพลงนี้เป็นเพลงสนุก ๆ ที่หนูเต้นได้ตลอดเวลาเลยตอนฟัง เพลงมันจะอารมณ์เก่าๆ หน่อยฟังสบายๆ ฟังครั้งแรกตอนรายการ The Voice เขาร้องได้น่ารักมาก เราก็ไปตามฟังซึ่งก็ชอบทั้งเวอร์ชันที่เขาคัฟเวอร์และเวอร์ชันเก่าด้วย ตัวแจนเองก็จะชอบฟังเพลงแนว ๆ นี้เลย

Phum Viphurit – Lover Boy

ชอบเพลงนี้ค่ะ อยู่ดี ๆ เปิด YouTube แล้วเจอเลยได้ฟัง ตอนที่ไปงาน Cat T-Shirt พี่เขาก็ไปแสดงนะ คิดในใจ ทำไมไม่ไปดูพี่เขาแสดง เพิ่งมารู้จักเพลงนี้หลังจากงานนี้เลย เขาเป็นคนไทยที่โตต่างประเทศด้วย เขาร้องเพลงภาษาอังกฤษเหมือนเราเลย ตอนนี้คิดว่าพี่เขาน่าจะได้ไปไกลมาก ๆ หนูก็เป็นคนนึงที่เห็นเขาเป็นไอดอล

ชรินทร์ นันทนาคร – เรือนแพ

เกิดมาหนูไม่เคยซื้ออัลบั้มของใครเลยนอกจากผู้ชายคนนี้ ชรินทร์ นันทนาคร คือตอนนั้นเรียนอยู่ประมาณช่วงมัธยมศึกษาแล้วอาจารย์เขาให้ฟังเพลง เรือนแพ แล้วให้วาดรูปเรือนแพ เป็นชั่วโมงศิลปะเขาให้วาดรูปเกี่ยวกับเพลงนี้เลย พอเสร็จแล้วปุ๊ปเราก็ว่า มันเพราะดี เราก็ไปร้านซีดี ตอนเด็ก ๆ มันก็จะมีร้านขายซีดีที่สิงห์บุรีก็ไปซื้อเลย จากนั้นก็ไปฟังเพลงอื่นในอัลบั้มด้วย ชอบมาก ๆ

Talk Talk Talk

ทำไมถึงใช้ชื่อ Jan Chan

นั่นสิ (หัวเราะ) เพราะว่า เราทำงานเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นซะเป็นส่วนใหญ่เลยและคำว่า ‘Chan’ (จัง) มันเป็นคำลงท้ายของผู้หญิงที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย เราก็ลองใส่ความเป็นกลิ่นอายญี่ปุ่นไปให้เข้ากับชื่อของเรา โดยนำคำว่า จัง แล้วก็เอาชื่อเล่นมารวมกันเลย ทำให้ได้มาเป็นชื่อนี้ในที่สุด ตอนเปิดเพจช่วงแรกก็เขินนะ อยู่ ๆ ก็มาเป็น Jan Chan แต่ก็โอเคคนก็เริ่มจำชื่อเราได้

การเป็นศิลปินเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตรู้สึกอย่างไร

รู้สึกว่า ต้องทำหลายอย่างเพิ่มมากขึ้น ต้องมีความเป็นผู้ใหญ่ อย่างตอนเราอยู่ในวงไอดอล เวลาไม่อยากทำอะไรก็ให้เพื่อนตอบคำถามหรือเพื่อนช่วยเราได้ เราจะเป็นคนที่ไม่ค่อยอยู่ข้างหน้าและเป็นคนชอบพูดสักเท่าไร อารมณ์ประมาณเด็กหลังห้อง เราไม่ใช่คนที่จะกล้าออกไปพูด ไม่ใช่คนที่เป็นผู้นำ แต่พอออกมาตัวคนเดียว มันก็เหมือนเป็นการที่จะบังคับ ตัวเองไปด้วยว่า เราโตแล้วนะ เราควรที่จะเป็นผู้นำได้แล้ว เป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว โดยที่ไม่สูญเสียตัวตนไป ตอนนี้ก็พยายามบาลานซ์หลาย ๆ อย่างให้ลงตัวอยู่

ศิลปินเดี่ยวกับการทำงานเกิดความเหงาบ้างไหม

เอาตรง ๆ ก็เหงานะ เรื่องเพื่อน เราไม่มีใครมาคอยยุกยิกกับเรา ไม่มีใครคอยเล่นด้วย การทำงานมันจะดูจริงจังมากยิ่งขึ้น เราไปงานนี้ก็คือทำงาน เราก็ต้องหาอย่างอื่นมาทดแทนด้วยการทำกิจกรรมที่เราชอบ เช่นตอนนี้ก็คือ การเริ่มคัดตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น มันก็เป็นอะไรที่สนุกดี เป็นกิจกรรมที่ทำไปเรื่อย ๆ เราไม่ได้หวังว่าเราจะพูดเก่งได้ภายในไม่กี่เดือน แต่มันเป็นการผ่อนคลายและเพิ่มสกิลให้เราได้ทำไปในตัวมากกว่า

จากเด็กสาวในวันนั้นสู่การเติบโตในวันนี้

จากวันที่ออกจากวงในวันนั้น ทุกวันนี้หนูคิดถึงอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าแล้ว คิดว่า เราจะทำอะไรตอนแก่ตอนนี้เราอายุจะเกือบ 25 ปี หนูก็คิดว่า ต้องเริ่มคิดอะไรแบบนี้ได้แล้ว เพราะว่า ถ้าไปแกรดตอนอายุ 30 ปี เราอยากทำสิ่งที่อยากทำในตอนนี้มันก็แก่เกินวัยไปแล้ว เรื่องราวตรงนี้มันก็มีส่วนอย่างมากด้วยเหมือนกัน การที่คนเราอายุ 30 หนูคิดว่า หนูควรจะมีความมั่นคงได้แล้วและสามารถเป็นเสาหลักของครอบครัวได้ เราเลยคิดว่าอีก 5 ปีชีวิตน่าจะโอเค ถ้าสมมุติเราออกช่วงอายุ 28 ปี ตอนนั้นหนูก็ไม่รู้ว่า หนูจะทำอะไร ตอนอยู่ในวง เราอยู่ในโลกคู่ขนานที่มีความสุขมากๆ แต่เมื่อเราออกมาแล้วเผชิญกับโลกความเป็นจริง ตอนนั้นหนูก็คงคิดว่า หนูจะทำอะไรดีด้วยเหมือนกัน หนูก็คิดตั้งแต่เนิ่นๆ ตอนนี้ไปเลยดีกว่า

การผจญภัยของ Jan Chan ในตอนนี้ได้รับอะไรมาบ้าง

ได้รับความเป็นผู้ใหญ่ ได้รับมุมมองความคิดที่เปลี่ยนไป ปกติหนูก็ไม่ได้คิดนะว่า ตัวเองโตขึ้น อย่างตอนแรก ตอนที่เรียนจบมาคนก็คิดว่าหนูจะเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ แต่หนูทำตามความชอบของตัวเองก็เลยกลายมาเป็นไอดอล อย่างตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้คิดนะว่าชีวิตต้องมีความมั่นคง แต่พอเวลาเราโตขึ้น เราออกมาเป็นแจนจัง เราก็ต้องคิดถึงความมั่นคงแบบผู้ใหญ่ ซึ่งมันก็เป็นอีกทางที่เราชอบอยู่ด้วยเหมือนกัน ตอนนี้ก็ทำสิ่งที่เราชอบหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นร้องเพลงหรืองานออกแบบ เราได้ทำสิ่งที่เรียนมาด้วยและก็ด้านถ่ายแบบหนูก็ไม่คิดว่าจะได้ไปถ่ายแบบที่ญี่ปุ่น สำนักพิมพ์ต้น ๆ ของที่โน้นเลย ได้ทำงานเกี่ยวกับรัฐบาล มันเหลือเชื่อมากว่าคนอย่างหนูเนี่ยจะมาไกลขนาดนี้เลยเหรอ แต่เราก็ได้เข้าไปอยู่ในนั้น ตั้งแต่เด็กหนูไม่คิดว่าหนูจะได้ขึ้นเครื่องบินเลยด้วยซ้ำ มาถึงทุกวันนี้มันเกินความคาดหมายของหนูเลยล่ะ เราได้รับประสบการณ์หลาย ๆ อย่างเลย พอได้ทำเสร็จแล้วเราก็มีเป้าหมายในการที่เราจะทำต่อ ๆ ไปด้วย

กฏของ Jan Chan

หนูจะยังคงคาแร็คเตอร์ไว้แบบเดิม เรายังมีความเป็นไอดอลอยู่นิด ๆ เราแคร์ความรู้สึกแฟนคลับที่อยากสะสมรูป มาเจอเรามาจับมือเรา แต่ก็จะมีความอะลุ่มอล่วยอยู่บ้าง เพราะตอนที่ไปทำงานจริง ๆ คนอื่นเขาก็จะไม่เข้าใจ เขาก็จะมาขอถ่ายรูปด้วยความรู้สึกแบบศิลปินทั่วไป เราก็พยายามที่จะไม่ให้เซลฟี่อะไรแบบนี้ แต่ถ้าเวลาเราไปอีเวนต์ เราสามารถถ่ายรูปเป็น group shot ได้ มันจะได้บาลานซ์กัน อีกอย่างเราก็สามารถที่จะถ่ายรูปกับคนจ้างงานได้หรือภายในงานถ้าเจอเราก็ถ่ายรูปได้ แค่พยายามที่จะไม่ถูกเนื้อต้องตัวไม่ 2 shot ประมาณนี้ อย่างวันแม่ที่ผ่านมาไปเจอแฟนคลับที่จังหวัดอยุธยา หนูหน้าสดมาก ใช้ชีวิตตามปกติเลย (หัวเราะ) ก็มีคนมาข้างหลังมาบอกว่า ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมครับ เราก็งง ถ่ายทำไม เขาจำได้ไงก็เลยต้องบอกเขา ขอโทษเขาหลายรอบเลย ถ่ายไม่ได้จริง ๆ เราก็อธิบายเหตุผลซึ่งเขาก็เข้าใจ แต่ว่าก็ไปเจอข้างนอก หนูรู้สึกดีนะเวลาไปเจอแฟนคลับเพราะเขาไม่มีกฏว่าห้ามพูดคุยกับแฟนคลับ เราก็เลยพูดคุยกันตามปกติเลย มันก็เป็นประสบการณ์ใหม่ด้วย คุยแบบเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น อย่างทุกวันนี้เวลาไปเดินสยามก็ไม่มีใครรู้จักหนูนะ (หัวเราะ) คนส่วนใหญ่ที่รู้จักหนูเขาจะรู้จักแบบเฉพาะกลุ่มเลย จะแบบนั้นมากกว่าหรือว่าบางทีกลับบ้านทางรถไฟฟ้า MRT ข้าง ๆ เรา เราก็สวัสดีเขา แต่พอเขามาทัก เราก็ไม่ได้ตีตัวออกห่าง ก็กลับบ้านพร้อมเขาไปเลย เพียงแค่มีกฏนิดหน่อย แปลกใหม่ดี แต่หนูจะชอบอาย เพราะหนูไม่ค่อยแต่งหน้า

เพลงแรกในชีวิต You Make Me (My Dreams)

เพลงนี้ก็เอามาจากชีวิตจริงเลย ตอนแรกที่เล่าให้พี่โปรดิวเซอร์ฟัง เขาทำเพลงให้เราก็ร้องไห้แบบร้องจริง ๆ เลย คือเราถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เราเจออะไรมาก็เล่าให้พี่เขาฟัง ทุกอย่างมันตรงกับชีวิตเรามาก คำไหนมันจี้จุดเราก็ร้องไห้ออกมา มันมีทั้งด้านดีและไม่ดีก็เลยออกมาเป็นเพลง You Make Me (My Dream) ซึ่งมันเป็นเรื่องราวที่เราอยากมอบให้แฟนคลับทุกคน เพลงนี้มันจะเล่าให้ฟังถึงการเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างนึงมันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่เราจะอยู่ดี ๆ ลุกขึ้นมาเปลี่ยน เราผ่านความคิดมาแล้ว เราตัดสินใจแล้ว แต่คุณยังตามเราอยู่ เราก็ดีใจเหมือนกันนะ เราเลยมอบเพลงนี้ให้แฟนคลับทุกคนที่ตามดูเราห่าง ๆ และก็อยากให้เพลงนี้ออกสู่สาธาณะชนด้วย เพราะเป็นเพลงภาษาอังกฤษฟังสบาย ๆ ด้วย

MV เพลงของตัวเองเพลงแรกในชีวิต

MV นี้จะเป็นตัวที่ทำให้คนทั่วไปรู้จักเพลงหนู มันน่าจะดึงดูดผู้คนให้เข้ามารู้จักหนูมากยิ่งขึ้น เขาจะได้รู้ว่ามีหนูที่ทำเพลงออกมาด้วยนะ เรื่องราวมันจะเป็น 3 พาร์ต สีดำ สีเทา สีขาว เราก็จะสื่อว่า ชีวิตเราต้องพยายามกับสิ่งที่เรารักต่อไป สุดท้ายเรามีแฟนคลับสนับสนุนเราก็จะบินไปได้ไกล เราก็มาดูกันว่าแฟนคลับจะพาเราบินไปได้ไกลขนาดไหน โดยเนื้อเพลงเราจะพุ่งไปที่แฟนคลับเลย เป็นรอยต่อระหว่างไอดอลกับศิลปิน จึงขอเรียกตัวเองว่าเป็นศิลปินฝึกหัดละกัน

โชว์แรกในชีวิตกับ Cat T-Shirt

ตื่นเต้นมาก มันเป็นการออกไปเจอประชาชนครั้งแรกเลยวันนั้น คือทางตัวเราก็เตรียมความพร้อมมาในระดับนึงเท่าที่เราจะทำได้ ตีว่าเลเวลหนึ่งละกัน ยังไม่ถึงขั้นนักร้องที่เก่งขนาดนั้น ขนาด ear monitor ที่ใส่ในหู หนูนี่คิดว่ามันเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับวันนั้นแล้ว มันเป็นงานครั้งแรกที่เราร้องสด เราไม่เคยใส่มาก่อน ก่อนหน้านี้หนูก็คิดนะว่า นักร้องมันต้องทำอะไรบ้าง หนูก็แบบใส่ไม่เข้าหูมันทำยังไงนะ แต่ก็ยังใส่ได้โอเค ปัญหาอันนี้ก็ผ่านไป พอขึ้นเวทีปุ๊ปคนเยอะมาก เหมือนตัวเรามันลอย ๆ เท้าเราเหยียบอยู่บนปุยนุ่นเลย แต่เมื่อมันต้องร้องเราก็ต้องทำให้ได้ ซึ่งผลออกมามันจะดีหรือไม่ดีหนูก็คิดว่าหนูทำมันได้ ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว ตื่นเต้นสุด ๆ เลย อันนี้คือขึ้นมาคนเดียวเลย เรื่องสำเนียงเราก็ไม่มั่นใจ พอเรากลับมาฟังเราก็รู้ล่ะว่า สำเนียงเราก็จะมีแฟนคลับค่อยเตือน เราก็พัฒนาไปพร้อม ๆ กับแฟนคลับด้วยเลย ในทวิตเตอร์จะมี hashtag #JanChan หนูก็จะไปติดตาม รู้สึกดีที่เขาค่อยจะช่วยเราด้วย พัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ แต่ไอ้ตอนพัฒนาเนี่ยจะมีคนมาบอกว่า ยังไม่เข้าใจเรา จะมีคนใช้บรรทัดฐานของศิลปินมาพูดกับเรา แต่ตอนนี้ก็เริ่มเข้าใจแล้ว

อัลบั้มแรกในชีวิตจะมีให้แฟนเพลงฟังเมื่อไร

มีแน่นอน ปลายปีมี 3 เพลง ตอนนี้ซิงเกิ้ลที่ 2 ปล่อยแล้ว เพลง Lanla (La La La) เพลงนี้จะสนุกสนานขึ้น ไปร้องที่แรกที่จังหวัดภูเก็ตเลย เพี้ยนยับ (หัวเราะ) แต่ใน Cat Expo ก็จะมีเพลงที่ 3 ด้วยเลยทำออกมาเป็นเซ็ตให้มันเป็นเรื่องราวเดียวกันเลยและก็น่าจะออกมาเป็นอัลบั้มหรืออะไรก็ต้องรอดูนะ ส่วนเรื่องเพลงไทยจากหนูจริง ๆ ก็น่าจะต้องรอหลังจากเสร็จ 3 เพลงเซ็ตนี้ก่อน แต่มีแน่นอนจริง ๆ

ตัวตนของ Jan Chan ที่อยากให้ทุกคนรู้จัก

หนูเป็นคนที่ไม่มีความเป็นผู้นำในตัวเอง ก็จะพยายามหาสถานการณ์อะไรก็ได้ที่ทำให้ตัวเองกลายเป็นผู้นำสักที เช่น ตอนนี้จะไม่มีใครมาบอกเราว่าต้องทำอะไรแล้ว เราต้องจัดการตัวเองให้ได้ในอาชีพที่เราทำอยู่ ณ ตอนนี้ ส่วนงานอดิเรกหนูชอบนอน (หัวเราะ) แต่มันก็ต้องมีอย่างอื่นบ้างนะ เอาตรง ๆ ตอนนี้ไม่ค่อยว่างเลย มีออกกำลังกาย วิ่งด้วย วันว่างก็จะพยายามออกกำลังกายให้มากที่สุด ช้อปปิ้งบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะช้อปปิ้งออนไลน์ ที่ห้องก็จะมีมุมต้นไม้เล็ก ๆ และก็อ่านพวกเว็บบอร์ดด้วย

สเป็กของผู้ชายที่ Jan Chan ชอบ

ชอบคนที่อยู่ในนิยาย พระเอกหน่อยมันจะมีไหมเนี่ย (หัวเราะ) ส่วนตัวเราเป็นคนไม่เคยได้รับอะไรแบบนั้นเลยก็เลยต้องการรับอะไรแบบนั้นบ้าง จะไม่ฟีลแบบเป็นเพื่อนนะ ส่วนมากที่ทุกคนเห็นมันจะมีใน mv พระเอกนางเอกเล่นกันไรแบบนี้ ของหนูจะชอบแบบ ‘แจนครับ’ อะไรแบบนี้มันทำให้เรารู้สึกเหมือนเจ้าหญิงล่ะ แต่ความจริงก็ค่อยไปว่ากันอีกที เวลาดูซีรีส์อ่านนิยายเราก็เป็นผู้หญิงที่อยากจะเป็นนางเอกแบบนั้นบ้าง ก็เหมือนเด็ก ๆ ทั่วไปที่ชอบล่ะ แต่เรื่องชีวิตคู่ไม่เคยคิดเลยนะ แค่งานทุกวันนี้ก็เยอะมากแล้ว หนูยังไม่เคยคิดเลยว่า ชีวิตคู่ของเรามันจะเป็นยังไง หนูจะคิดเสมอว่า การที่เราอยู่คนเดียว ทำคนเดียวมีรากฐานที่มั่นคงสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ บางทีเรื่องพวกนี้ก็อาจจะไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำ

ความฝันหลังจากนี้

อยากเป็นศิลปินที่ดีกว่านี้ที่เขาเรียกได้ว่า เป็นศิลปินจริง ๆ เอาจริง ๆ นิยามศิลปินตอนนี้ก็เป็นศิลปินฝึกหัด เราเป็น gen ใหม่ อย่างเมื่อก่อนพวกที่เป็นศิลปินเขาก็ต้องมีค่ายมีอะไรใช่ไหม แต่ของเราทีนี้หนูว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้วอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ในตอนนี้ ในเมื่อเรามีความสามารถแล้วเราก็สามารถที่จะปล่อยได้ด้วยตัวเอง เราก็เลยพยายามที่จะฝึกฝนตัวเองให้มันเก่งขึ้นมา ถึงมันจะเก่งช้าหน่อยแต่อย่างน้อยหนูเชื่อว่า เป้าหมายของหนู หนูสามารถร้องเพลงตัวเองได้ หนูคิดว่า หนูจะไปถึงในจุดที่ดีกว่านี้ให้ได้

สุดท้ายนี้กับ Jan Chan

สำหรับคนที่เป็นแฟนคลับก็น่าจะรู้อะไรกันมาหลายเรื่องแล้ว แปรงฟันก็เห็นกันมาแล้ว เราก็เลยมีความใกล้ชิดกัน อยากจะบอกว่า ตอนนี้เรานิยามตัวเองเป็นศิลปินฝึกหัด ยังไงก็ฝากติดตามผลงานของเราด้วยนะ เราขอเป็นตัวเลือกอีกตัวเลือกนึงด้วยสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มติดตาม สัญญาจะทำให้ดีกว่านี้ไปเรื่อย ๆ ขอบคุณมาก ๆ ที่มาทำความฟังเพลงของเรานะ

 

Facebook Comments

Next: