Feature Head talk

X0809 : Fxck Romance

  • Writer: Montipa Virojpan
  • Photographer: Nattanich Chanaritichai
  • Stylist: Varachaya Chetchotiros
  • Art Director: Tunlaya Dunnvatanachit

กุมภาพันธ์ นอกจากจะเป็นชื่อหนังรักไทยในตำนานแล้ว ยังเป็นเดือนที่คนมีคู่กากบาทวันวาเลนไทน์ไว้บนปฏิทินกะว่าจะไปจี๋จ๋ากับดาร์ลิ้ง หรือคนโสดก็ตั้งเป้าว่าปีนี้จะไม่ยอมไปดินเนอร์ 14 กุมภา คนเดียวแน่ ๆ แต่จำเป็นไหมที่ทุกคนต้องอินเลิฟหรือวิ่งหาความรักเสมอไป

ก็ไม่นี่หว่า

Fungjaizine เลยจะขอพาทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของวันวาเลนไทน์ที่จะไม่หวานอีกต่อไป เพราะมันจะกลายเป็นวันที่คุณได้ปลดแอกตัวตนและฉีกทุกกฎในวันแห่งความรักไปพร้อม ๆ กับ X0809 อิเล็กทรอนิกดูโอ้ที่เปรี้ยวซ่าที่สุดในขณะนี้ ถ้ายังจำกันได้ เราเคยคุยกับ เยล และ นท ตอนที่พวกเธอปล่อยซิงเกิ้ลเปิดตัวอย่าง -30 ออกมา และในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2017 นี้ X0809 จะกลับมาพร้อมกับ X EP ที่พวกเธอประคบประหงมด้วยความรักและคลั่งไคล้ยิ่งกว่าแฟนคนแรก ไปคุยกับพวกเธอให้รู้เรื่องกันเลยดีกว่าว่างานนี้พวกเธออินขนาดไหน

x0809_09

สมาชิก
นท—นท พนายางกูร
เยล—อัญญา เมืองโคตร

สิ่งที่เราทำมันต้องการความเชื่อเยอะมาก ๆ ถ้าพูดจากมุมนท คือนททิ้งความแมสของตัวเองไปหมดเลย แล้วนทต้องยอมรับว่านทเสียแฟนคลับ เสียทุกอย่าง เสียก้อนเงินที่เราเคยได้จากตรงนั้นไป เพราะเราเลือกที่จะมาทำตรงนี้แล้ว ซึ่งมันก็ยากนะ ก็มีท้อบ้าง แต่โอกาสอะไรหลาย ๆ อย่างที่ได้รับก็ทำให้รู้สึกว่าคนก็เห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ

Part I : Intro to X

-30 เป็นเพลงที่พูดถึงเรื่องอะไร

นท: เป็นเรื่องความรักที่ต้องทนจากการโดนกระทำจนด้านชา ไม่รู้สึกอะไรไปแล้ว -30 คืออุณหภูมิที่คนจะทนได้มากที่สุดก่อนตาย

ทำไมถึงจับมาโยงกันได้

เยล: เพลงนี้เขียนให้เพื่อนที่โดนทิ้งมา ไม่อยากเขียนอะไรตรง ๆ มันจะเกร่อไป แล้วอยากใช้การเปรียบเปรยเพราะน่าสนุกดี ซึ่งคำว่า ‘My heart is colder’ เป็นคำที่นึกขึ้นได้ตอนแรกสุดเลย

พอปล่อยมาแล้วผลตอบรับเป็นยังไง

เยล: ก็งง ๆ เพราะเราไม่ได้โปรโมตอะไรมาก (หัวเราะ) คือตอนนั้นรีบออกมาเพราะจะทำกับ Asiola แอบเสียดายอยู่เหมือนกันว่าถ้ามีเวลาคงจะปั้นเพลงได้เยอะกว่านี้ แล้วเพลงโคตรมินิมอลเลยนะ เบสเสียงเดียว กลองเสียงเดียว แต่พอมองกลับไปก็คิดว่าปล่อยให้เป็นอย่างนั้นมันก็ดีเหมือนกัน เพราะ 5 เพลงใหม่ใน EP ที่กำลัง mastering อยู่ไม่เหมือนกับอันนั้นเลย มันมีรายละเอียดที่เยอะขึ้น อย่างเพลง -30 ใช้เวลาแค่เดือนเดียว อันนี้ใช้ 3-4 เดือนทำ ละเอียดมาก แก้แล้วแก้อีก ใส่เสียงเป็นร้อยแทร็ค เพราะเพลงมันมีหลาย layer พี่ที่เขาช่วยมิกซ์เพลงก่อนหน้ายังทักเลยว่า ทำไม -30 ไลน์น้อยจัง แต่อันนี้มันเยอะจนพี่เขาบอกขอเอาออกได้ไหม (หัวเราะ)

เคยคิดจะเอา -30 มาทำใหม่ให้ได้แบบที่อยากให้เป็นไหม

นท: จะมาทำเป็น re-mix ให้มันเข้ากับเพลงที่เรากำลังจะออกมากขึ้น live set ที่เล่นก็เป็นอีกเวอร์ชันนึง เล่นไปแล้วครั้งนึงที่งาน Ryan Hemsworth แต่คงไม่เอาเพลงมาใส่ใน EP นะ รอทำอัลบั้มเต็มก่อน เพราะ 5 เพลงนี้มันเล่าเรื่องจบพอดีในตัวแล้ว

ไปหา source เสียงที่เอามาใส่ในเพลงจากไหน

นท: ก็มีทั้งในโปรแกรม มีทั้งอัดใหม่

เยล: Samp ไม่ค่อยเยอะ จะมีอยู่ 2-3 layer แต่เสียงส่วนใหญ่จะมาจาก soft synth รายละเอียดง้องแง้ง ๆ ใช้โปรแกรมในคอม คล้าย ๆ ใน Logic Pro ที่เขาใช้ทำเพลงกันทั่ว ๆ ไปเลยแหละ

จาก feedback ที่ได้มาจากเพลงแรกทำให้เราวางแผนทำเพลงต่อไปยังไง

นท: ก็อยากจะให้คนหมู่มากเข้าถึงเพลงมากขึ้น เข้าใจเพลงได้ง่ายขึ้น จริง ๆ แล้วเราคิดแค่ว่า EP นี้จะเป็นการทดลอง เลยใช้ชื่อว่า X ซึ่งมันสามารถเป็นทั้งทั้ง exposure ของ exploration ใน experiment ของเรา คือแต่ละเพลงมันคนละแนวเหมือนกันนะ

เยล: เรากับนทเป็นคนชอบฟังเพลงหลายแบบ แต่งออกมาแล้วมันก็มั่ว ๆ แต่พอมันไม่เหมือนกันมันก็ดี คือมันไม่ได้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง มันจะมีองค์ประกอบบางอย่างที่มีรากฐานมาจากสิ่งเดียวกัน เหมือนเป็นธีม แล้วการโปรดิวซ์เองก็เป็นเรื่องใหม่สำหรับเราเหมือนกันนะ ตอนเพลงแรกสุดอย่าง -30 ความรู้เป็นศูนย์เลย พอตอนนี้เรามีพื้นฐานมาจากตรงนั้นแล้วก็เหมือนโตขึ้นในแง่การทำเพลง เขียนเพลง แต่งเพลง เรียบเรียงเมโลดี้ด้วย

ทิศทางการทำงานของ X0809 เปลี่ยนแปลงไปจากตอนแรกยังไงบ้าง

เยล: ได้ใช้เวลาอยู่กับมันมากขึ้น ใจเย็นขึ้น ให้เวลากับมัน แก้แล้วแก้อีกจนมันช้ำ จนไม่รู้จะแก้ตรงไหนแล้ว แต่ก็รู้สึกดีที่มันไปสุดกว่าอันที่แล้วที่ไปได้แค่ 50% แล้วก็ต้องหยุด แต่อันนี้มันเกิน 100

นท: ได้รู้จักคนมากขึ้น มีกำลังใจในการทำในสิ่งที่เราทำมากขึ้น เพราะรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมันต้องการความเชื่อเยอะมาก ๆ ถ้าพูดจากมุมนท คือนททิ้งความแมสของตัวเองไปหมดเลย แล้วนทต้องยอมรับว่านทเสียแฟนคลับ เสียทุกอย่าง เสียก้อนเงินที่เราเคยได้จากตรงนั้นไป เพราะเราเลือกที่จะมาทำตรงนี้แล้ว ซึ่งมันก็ยากนะ ก็มีท้อบ้าง แต่โอกาสอะไรหลาย ๆ อย่างที่ได้รับก็ทำให้รู้สึกว่าคนก็เห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ

คิดจะหาใครมาช่วยไหม

เยล: อยากนะ แต่เรารู้สึกว่าอยากทำเองตอนเริ่ม มันจะได้เรียนรู้ว่าถ้าอยากได้อย่างนี้แล้วจะพูดกับเขายังไง แล้วในอนาคตถ้าเจอคนที่อยากร่วมงานด้วยก็จะได้ทำงานด้วยได้ง่าย ๆ แล้วเราก็จะได้รู้จักแนวของตัวเองมากขึ้น ตั้งแต่แรกเราไม่รู้เลยว่าเราชอบแนวไหนจริง ๆ จนเราทำออกมา 5 เพลงแล้วเรารู้สึกว่า ใช่อะ เราชอบแนวนี้ คือเราเริ่มจะจับทางตัวเองได้แล้วว่าเราทำแบบนี้แล้วมันเวิร์กหรือไม่เวิร์ก สำหรับตัวเราเองนะ

นท: เราเชื่อว่าถ้าอยากจะให้เป็นตัวเรามากที่สุดก็ต้องมาจากเรา แล้วเราก็อยากทำเองทั้งหมดด้วย

รอบที่แล้วบอกว่าอยากทำเพลงเป็น hiphop จะมีให้ฟังใน 5 เพลงนี้ไหม

นท: ยัง ๆ ฮิปฮอปคิดว่าอยากจะ collaborate กับโปรดิวเซอร์สักคน

 x0809_06

X0809 เป็นวงที่ ‘ทำตามใจฉัน’ ‘โนสนโนแคร์’ ไหม

เยล: ก็ไม่ค่อยนะ ไม่ใช่ไม่แคร์อย่างนั้น คือถ้าเขาชอบก็ดี ไม่ชอบก็ไม่เป็นไรจ้า

เป็นวงที่ขยันทำเพลงไหม หรือต้องรอฟีลมาแล้วค่อยทำ

เยล: ถ้ามันมี deadline แล้วไฟจะมาเยอะมาก (หัวเราะ) มีช่วงนึงที่พูดว่า เดือนนี้ต้องมี 5 เพลงเว่ย แล้วมันก็มา 5 เพลงจริง ๆ คือถ้าไม่มี deadline ก็คงแล้วแต่อารมณ์ ก็ต่อนยอนกันไป แต่ไม่ได้เครียดอะไรนะถ้ามี deadline คือทำเพลงมันสนุก ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ แบบ เฮ้ย มันมีอย่างนี้ด้วยหรอวะ หรือเสียงนี้มันช่วยเรื่องนี้หรอ พวกเราเนิร์ดกันอะ

การทำงานแบบมี deadline มีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง

นท: เหมือนเรามีแรงกระตุ้น

เยล: ถ้ามันไม่เสร็จมันก็ไม่ได้ ไม่งั้นมันก็จะเวิ่นอยู่ แต่ข้อเสียก็อาจจะเป็นความล่ก รีบ ไม่เนี้ยบ ซึ่งเราก็มีความ perfectionist เหมือนกันนะ คือถ้ายังไม่ได้ ยังไม่เนียน ไม่เอา อย่างอันนี้จริง ๆ เราก็กำหนดให้เสร็จตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ก็หยุดพักเบรกกันไป ไปฮ่องกงก็ไม่ได้ทำ

นท: เพราะทุกขั้นตอนเราอยากทำเอง แต่พอไม่ได้อยู่กรุงเทพ ฯ แล้วก็ทำต่อไม่ได้ ก็ต้องเลื่อน ๆๆ ไป

ได้ยินว่ามิวสิกวิดิโอเพลงที่สองจะปล่อยในเดือนนี้

นท: ตอนนี้เรื่องซิงเกิ้ลที่จะปล่อยต้องปรึกษาทาง Apple Music ด้วย แล้วเราก็จะมีพี่ marketing ดูให้ด้วยว่าปล่อยอันไหนก่อนดี คือเขาก็จะมี strategy ของเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่รู้ แต่ตอนนี้ถ้ามีโอกาสก็จะถ่าย mv เก็บไว้ แล้วถ้าพร้อมปล่อยเมื่อไหร่ก็ปล่อยเลย แต่คิดว่าประมาณกุมภาเนี่ยแหละ ส่วน EP น่าจะเป็นปลายกุมภา

เยล: แต่ตอนนี้คงเลื่อนแล้วแหละเพราะเขาอยากให้ปล่อยออกมาสองเพลงก่อน ยังไม่รู้เพลงไหน แต่ซิงเกิ้ลต้องมาแน่ ๆ เดือนนี้

5 เพลงใน EP มีอะไรบ้าง

นท: เพลงแรกเป็นเหมือน introduction อาจจะเป็นเนื้อเพลงที่ไม่ได้มีความหมายอะไรมาก แต่เป็นการบิลด์มู้ดของคนให้เข้ามาในโลกของเรา จะมีฟีลแบบนี้ vibes แบบนี้

เยล: เราใช้เพลงนี้เป็นเพลงแรกตอนเล่นสดด้วย ส่วนเพลงที่สองเป็น R&B เป็นเพลงช้าที่สุดใน EP เพลงที่สามเป็นฟังก์ฟังง่าย ๆ มันจะชิว ๆ ไม่ได้ใส่บีทโหดร้าย เพลงที่สี่จะเริ่มมาละ เป็นป๊อป 80s บีทเร็ว ๆ เต้นได้ เพลงสุดท้ายเป็นเพลงที่มันที่สุด ค่อนข้างเป็น house บีทจะ ตึบ ๆๆๆ แต่ซาวด์โดยรวมของทุกเพลงก็จะมีความเป็น 80s อยู่แล้วด้วยซินธ์ที่ใช้ในทุกเพลงมันเป็นอนาล็อกรุ่นเก่า ตัวที่ใช้หมุน ๆ เชย ๆ ที่เราไม่ได้ไปปรับเสียงอะไรมันเลย เราชอบเสียงนั้นก็คงไว้อย่างนั้น แล้วเอามารวมกับอิเล็กทรอนิกอย่างอื่น พวกกลอง หรือเสียงสังเคราะห์ที่ไม่ได้เกิดจากการตีจริง ๆ ก็คงจะมีซินธ์ตัวนี้ที่เป็นตัวเชื่อมทุกเพลง แต่คาแร็กเตอร์ซาวด์หรือบีทจะมีลูกเล่นต่างกันออกไป มีไดนามิกขึ้นลง เป็น arpeggiator

นท: แต่เพลงมันจะป๊อปขึ้น จะฟังง่ายขึ้นมากจาก -30 

เยล: อันนั้นไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ฟังยากนะ แต่มันก็ดันฟังยาก มีความโหดอยู่ ซึ่งตอนเรากลับไปฟังก็คิดว่าทำไมเราไม่ใส่อันนั้นอันนี้วะ คอร์ดมันก็วนไปวนมา ขนาดตัวเองฟังยังเบื่อเลย แบบมันน่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่ก็เอาเถอะ มาใส่เต็มกับพวกนี้แทน

เพลงใน EP ต้องการพูดถึงอะไรเป็นพิเศษไหม

นท: มัน random มาก บางเพลงก็กวนตีน ๆ บางเพลงก็หาสาระไม่ได้ เอามันอย่างเดียว บางเพลงก็ซึ้ง ความหมายดี อีกอันเป็นเพลงด่าคน อย่างที่บอกว่ามันเป็นการทดลองของพวกเรา

เยล: คือไม่ได้ตั้งใจว่าอยากจะเล่าเรื่องอย่างนี้ เนื้อหาแบบนี้ เราว่าเราเล่าด้วยเสียงดนตรีมากกว่า เนื้อหามันเป็นแค่องค์ประกอบนึง

งานต่อ ๆ ไปจะยังเป็นสไตล์ random อยู่ไหม

เยล: เราคิดว่าคราวหน้าเราน่าจะรู้ direction เรามากขึ้นแล้ว อาจจะมีธีมที่ไม่ได้ random คือเป็นความหลากหลายไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น ไม่กระจัดกระจาย เพราะเราก็เป็นสไตล์แบบ เฮ้ยชอบอันนี้ เอา ๆ

นท: EP ต่อไปนี่อาจจะทำเป็นอิเล็กทรอนิกหมอลำ

เยล: อาจจะไม่ใช่หมอลำ แต่เอาซาวด์ไทย ๆ ลูกกรุง ไทยเดิม ที่เขาจะเอื้อน ๆ แล้วเอามาตัด samp ทำ reverse ไม่รู้สิ อยากทำอะไรอย่างนั้น อิเล็กทรอนิกมันสนุกตรงที่มันไม่จำกัด อยากเอามาทำอะไรก็ได้

เหมือนตอนนี้เป็นเทรนด์ที่ศิลปินหลายคนกำลัง localized งานตัวเอง

เยล: ใช่ ๆ เพราะทาร์เก็ตเราอยากไปเมืองนอก แต่ถ้าเราทำให้เป็นเหมือนฝรั่งไปเลยก็รู้สึกว่ามันไม่ดึงจุดเด่นของเราออกมา เรามีความเป็นไทยของเราทำไมไม่โชว์บ้าง แต่ก็ไม่ได้จะใส่ชุดไทยไปเล่น ไม่ได้เดินหนักทั้งเพลง ไม่ได้ฮาร์ดเซลขนาดนั้น แค่เอาซาวด์มาเป็นแอมเบียนต์บ้าง เป็นกลิ่นให้เขารู้สึกว่า เฮ้ย ซาวด์นี้มันมาจากไหนวะ

x0809_02

ปกติเล่นสดกันแค่สองคน เคยอยากหาเพื่อนมาช่วยเล่นเครื่องอื่น ๆ ด้วยไหม

นท: คิดว่าอยากให้มีมือกลอง พี่จุ Abuse the Youth

เยล: ใช่ คุณจุรีพรตอนนี้ขายรถอยู่ แต่ปีนี้เขาพูดแล้วว่าเขาจะออกจากถ้ำแล้ว เราให้สัมภาษณ์ใน Fungjaizine คือมีพยานแล้วนะ ทุกคนรู้แล้วนะคะว่าพี่จุจะออกจากถ้ำแล้ว

นท: แล้วพี่จุสัญญาว่าจะมาเล่นกับพวกเรา… ไม่ พี่จุขอมาเล่นหนิ ใช่มะ (หัวเราะ) จริง ๆ ก็อยากมีนักร้องหรือแร็ปเปอร์รับเชิญมาด้วย

เยล: ในอนาคตตอนที่รวยแล้วอะนะ คือตอนนี้จนไง ถ้ารวยเราก็อยากมีแบ็กอัพที่เป็นคนคุมเบส มาคุม Moog ดึง ๆ ทำเสียง ฟิ้ว ๆๆๆ แล้วมีคนตีกลองด้วยก็จะมัน เราก็คุมซินธ์กันไป

นท: แล้วเราก็อยากมีแดนเซอร์ อยากมีคนทำ visual lighting ประจำด้วย

ที่บอกว่าไปฮ่องกง ไปทำอะไรมา

เยล: ไปเป็นดีเจในงาน Clockenflap ที่โซน Silent Disco 

นท: คือ Clockenflap เป็นงานดีเจจริงจังงานแรกของพวกเรา Justin Sweeting เป็น music director ของ Clockenflap ก็เห็นพวกเราแล้วชอบมั้ง

เยล: ก่อนหน้านี้ไปเป็นดีเจเล่น ๆ อันนี้ต้องให้เครดิต Channel [V] Asia เลย เพราะเขาติดต่อจะให้ไปเป็น VJ แล้วเขาก็ส่ง profile วงเราไปให้ Clockenflap ทางนั้นก็ตอบกลับมาว่าให้สล็อตมันไปเล่นสิ ก็เลยได้เล่นอย่างงง ๆ แต่สนุกดี งานดีมาก เราเพิ่งเคยไปครั้งแรกแล้วแบบ เหยดดดด

นท: มีวันนึงฝนตกแล้วเราได้ไปอยู่หลังเวทีของ main stage ก็ได้เจอศิลปิน เราก็นั่งนิ่ง ๆ แค่ส่องเฉย ๆ แต่ก็ฟินดี (หัวเราะ)

เยล: แล้วก็อยู่โรงแรมเดียวกับศิลปินหลายคนมาก มี Lucy Rose, Yo La Tengo รู้สึกว่า Blood Orange ก็อยู่เว่ย แต่ว่าเราไม่เห็น ถ้าเห็นนี่คงฉี่ราด ตอนไปกินอาหารเช้าก็จะไปนั่งส่องศิลปินว่า คนนี้วงอะไรน้า แล้วก็ทำเป็นกินกาแฟ (หัวเราะ)

Silent Disco เป็นกิจกรรมที่กำลังมาของเฟสติวัลหลาย ๆ งานในช่วงนี้

เยล: เราว่าคนคิดไอเดียโคตรดีเลยอะ ตอนไปเห็นแล้วมันน่ารักดี คือมันจะมี DJ 2 คน เล่นพร้อมกัน แล้วเราสามารถเลือกช่องได้ว่าจะฟังคนไหน ใส่หูสีเขียวหรือหูสีแดง มันฮาดีที่มายืนดูคนเต้นแบบไม่มีเสียง แล้วเต้นคนละเพลง มันก็จะ move ไปไม่เหมือนกันอะ แล้วก็มีเด็กมาเต้นด้วย เป็นอะไรที่มันดี innovative ดี

ที่ Channel [V] Asia ให้ไปเป็น VJ เราได้ทำอะไรบ้าง

นท: ได้ทำ 4 ตอนให้เขา

เยล: ก็เป็นทริป Clockenflap 2 วัน แล้วก็พาไปดู music scene ในฮ่องกง พาเราไปสถานที่ที่ไม่เคยไป ถ้าไม่ใช่ local นี่จะหายากมาก พวก hidden bar ลงไปใต้ดิน แล้วเราก็ได้ไปเจอคนนั้นคนนี้ เป็นโอกาสที่ดีมาก แล้วเราก็ได้ไปสัมภาษณ์เขาด้วย แล้วก็ทำให้ Marriott เพราะเราไปอยู่โรงแรมเขา กินเบรคฟาสต์ฟรี (หัวเราะ)

เพลงอิเล็กทรอนิกควรเล่นแค่ในที่ปิด หรือต้องชิคถึงจะฟัง จริงไหม

เยล: ใครเป็นคนคิดวะ (หัวเราะ) โน้วววว ใคร ๆ ก็ฟังได้ เรื้อน ๆ เกรียน ๆ อย่างพวกเรายังฟัง 

นท: แล้วมันก็เล่นที่ไหนก็ได้ แต่เราว่าถ้าเล่นตอนกลางคืน มืดแล้ว น่าจะเวิร์คกว่า เพราะมันมีองค์ประกอบจาก visual lighting ที่เสริมกันอยู่ แล้วก็ต้องระบบเสียงดีหน่อย

เยล: เออ ที่ปิดอาจจะเป็นไปได้ว่าเครื่องเสียงมันจะดี ถ้าใช้ PA ไม่ดีเสียงก็จะกากทำให้บางคนอาจจะไม่อยากเล่น เพราะมันทำให้เพลงเราดูถุย เสียงย่านนี้จะไม่ออกบ้าง เสียงแตกบ้าง ดังขึ้นมากก็ไม่ได้เดี๋ยวไมค์หอน วงร็อกเงี้ยเสียงเครื่องดนตรีเขายังออกจากแอมป์ จากเสียงกลองจริง ๆ มันยังโอเค แล้วในที่ปิดสามารถควบคุมเสียงได้ง่ายกว่า มันจะมีระบบทางเทคนิกที่ยากพอสมควรถ้าเป็นงานเปิด แต่ถ้าเป็น festival ก็ผ่านอยู่แล้วเพราะว่าเขาต้องเซ็ตระบบมาให้ดี

เราอาจจะได้ความสนใจจากคนพวกนั้น แต่ในใจเขาอาจจะคิดว่า แกทำไม่ได้หรอก แต่เขาคงไม่พูด มันดูเสียมารยาท มันคงมีเรื่องปัญหาบทบาททางเพศอย่างนี้แหละในทุกแวดวง พวกคนในอุตสาหกรรมที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทั้งหลายก็ต้องเจอ แต่เราก็ต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไป

x0809_01

Part II : Girls in the Industry 

มีวงดนตรีผู้หญิงในไทยน้อยมาก หรือถ้ามี ศิลปินที่ออกมาส่วนใหญ่ก็ทำเพื่อขายให้กับกลุ่มหลัก

เยล: จริงนะ ก็มีที่ออกมาน้อยแหละ แต่เราว่าคงมีคนแบบเราเยอะอยู่แต่ว่าเขายังไม่ได้ออกมาทำจริงจังด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง อย่างเราเองก็ยังไม่คิดเลยว่าจะมาทำจริงจัง แล้วก็จับพลัดจับผลูมา พอมันมาอย่างนี้แล้วเราก็อยากทำให้สุดก่อน เพราะมันไม่ง่ายเลยที่จะตั้งใจมาทำจริง ๆ เพราะเราก็มีงานประจำ หรือต้องใช้เงิน ไม่ได้มีใครมาซัพพอร์ต

นท: โดยเฉพาะในเมืองไทยคนยังฟังเพลงเดิม ๆ ฟังเพลงละคร mv ก็ต้องมีเรื่องราว มีนางเอกพระเอก คนชอบอย่างนี้ไปแล้ว แล้วเขาก็ไม่ค่อยเปิดรับอะไรใหม่ ๆ จะมีก็เป็นกลุ่มน้อยมาก ๆ ที่เปิดรับ ทำให้ดนตรีในไทยยังเดินไปไม่ค่อยเร็ว อย่างตอนปล่อย -30 ก็มีคนมาคอมเมนต์ว่า ตามมาฟังแล้วนะครับ ไม่เข้าใจสักอย่างเลยครับ ขอให้โชคดีนะครับ แค่เนี้ย เขาคงเป็นแฟนคลับเราตอนนู้น คือเราอยู่ในจุดที่มันแมสมาก ๆ มาก่อนเลยรู้ว่ามันเป็นยังไง คนที่เคยชอบเราตอนนั้นเขาจะไม่เข้าใจว่าเราทำอะไรอยู่ตอนนี้ ทั้งตัวดนตรี ทั้งซาวด์ ทั้งวิชวล เขาจะคิดว่า เฮ้ย นทบ้าไปแล้วว่ะ แต่งตัวอะไร ไม่เข้าใจแฟชันเลย แต่เราคิดว่าเดี๋ยวเวลามันจะทำให้เขาเก็ตเองแหละว่าเราทำอะไร

เยล: น้องเคยเห็น Miley Cyrus มั้ย (หัวเราะ) แต่เรื่องศิลปินหญิงเนี่ยเรารู้สึกว่าแค่เขาออกมาทำ คนก็จะเห็นภาพมากขึ้น แต่เราว่ามันก็กำลังมา เป็นจุดเริ่มต้นของการ DIY ทำเองได้ มันค่อย ๆ ออกมา เราว่ามันต้องให้คนเห็น role model เยอะ ๆ หน่อยว่าการทำอย่างนี้มันไม่ยากหรอก

X0809 เคยโดนผลกระทบจากการที่ ‘ฉันเป็นผู้หญิง’ จากวงการนี้ไหม

เยล: เราว่าการเป็นผู้หญิงในสังคมนี้เป็นจุดที่คนให้ความสนใจด้วยซ้ำ แบบ เฮ้ย มันเป็นเด็กผู้หญิงสองคนที่ทำเพลงกันเองว่ะ

นท: รู้สึกว่าเป็นข้อดีมากกว่าที่คนเอ็นดูและให้โอกาสมากขึ้น

เยล: แต่จริง ๆ เราก็ไม่อยากจะอะไรแบบนี้หรอก ก็คิดว่าแอบโชคดีเหมือนกัน ว่าถ้ากูเป็นผู้ชายเขาอาจจะไม่สนใจก็ได้ มันก็แล้วแต่เรื่องอะ คือเราอาจจะได้ความสนใจจากคนพวกนั้น แต่ในใจเขาอาจจะคิดว่า แกทำไม่ได้หรอก แต่เขาคงไม่พูด (หัวเราะ) มันดูเสียมารยาท มันคงมีเรื่องปัญหาบทบาททางเพศอย่างนี้แหละในทุกแวดวง พวกคนในอุตสาหกรรมที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทั้งหลายก็ต้องเจอ แต่เราก็ต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไป ตอนนี้ feminist มันเป็นเทรนด์ที่กำลังมา เวลาเราอ่านบทสัมภาษณ์ศิลปินเขาออกมาพูดเต็มเลย อย่าง Grimes กับ HANA เขาจะมาบ่นว่า วงการนี้น่าเบื่อมากที่มองเห็นผู้หญิงมาอยู่ข้างหน้ากันหมด ไม่เห็นมีใครอยู่เบื้องหลังเลย ซึ่งจริง ๆ ก็มีไง เนี่ย ฝรั่งเขายังมีเลย เราว่าคนไทยต้องยิ่งกว่า ซึ่งมันก็ต้องใช้เวลา แต่ก็นะ เราเชื่อว่ามันต้องมีคนที่ชอบเราที่ความสามารถจริง ๆ

บางคนคิดว่าเพลงที่ผู้หญิงร้องจะมีคนฟังน้อยกว่าเพลงที่ผู้ชายร้อง

เยล:  ไม่จริง เราว่าเท่า ๆ กัน ถ้าเพลงมันดี เขาก็ฟัง ผู้ชายคนไหนร้องเพลงเพราะ เราก็ฟัง

นท: แต่โดยส่วนตัวชอบเพลงที่ผู้หญิงร้องมากกว่า ไม่รู้อะ อธิบายไม่ถูก ความชอบมันเป็นอย่างนั้น หรือลึก ๆ แล้วเราอาจจะสนับสนุนผู้หญิงด้วยกัน เป็น feminist inside (หัวเราะ)

เยล: เออ เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะอยากร้องได้แบบคนนี้มั้ง (หัวเราะ) เราจะชอบเสียงผู้ชายได้ยากมาก ถ้าเราชอบจะต้องเป็นเสียงแบบ James Blake อะไรที่หายาก ๆ แต่ผู้หญิงมันเป็นโทนเสียงที่ไม่ได้แตกต่างกันมาก ดูเกาะกัน

ปัญหาของวงดนตรีหญิงหลาย ๆ วงที่มีความสามารถ ถ้ามีเรื่องหน้าตาดีด้วย แฟนคลับมักจะไม่โฟกัสที่ผลงาน ไปจนถึงมักจะถูกคุกคามทางเพศในทางอ้อม เช่น การพูดแซว หรือพูดถึงแบบลับหลังสองแง่สองง่าม

นท: แย่มากนะ ถ้าเราโดนเองเราคงไม่ทน คงพูดอะไรโต้ตอบ เราไม่ใช่คนยอมคนอยู่แล้ว แต่เข้าใจว่ามันจะมีคนที่ไม่กล้า ต้องปรับทัศนคติของคนที่โดนและคนทำ จริง ๆ คนทำก็ช่างแม่ง เราแก้ที่เขาไม่ได้ เราแก้ที่ตัวเองดีกว่า มีคนสนใจก็ดีกว่าคนไม่สนใจ ทำไมวงเราไม่เห็นโดนอะไรแบบนี้เลยวะ แบบ เราสวยจังเลย ไม่เห็นมี

เยล: เออนั่นดิ มีแต่แบบ วงนี้ทุเรศจัง (หัวเราะ) ก็ปล่อยเขาไป เดินหน้าทำเพลงของเราให้มันดี เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ แต่จริง ๆ แล้วเราว่าอย่าเอาคำพูดมากัดกร่อน มันจะทำให้เราดาวน์ ทำอะไรได้ไม่เต็มที่ อาจจะไม่ใช่ ‘งั้นก็เรื่องของมึง’ ทั้งหมด แต่การไม่เอาเรื่องไม่ดีมาใส่ตัวก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เราก็เคยผ่านจุดนั้นมา คิดมากไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร เราก็ปล่อยมันไป เราไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร แค่นั้นก็พอแล้ว

นท: มันต้องอยู่ที่เราวางตัวด้วยอยู่กับคนกลุ่มนี้เราต้องวางตัวให้เป็น เราต้องแข็งแกร่งพอให้เขาเคารพเรา ให้เขาไม่คิดกับเราอย่างนั้น เขาก็จะไม่สามารถเอาคำพูดเหล่านั้นมาใส่เราได้ ถ้าเราต้องทำงานกับผู้ชายแล้วเราใส่เสื้อกล้ามสายเดี่ยวไปทำงานทุกวันมันก็ไม่ใช่ มันต้องอยู่กับสถานการณ์นั้นมากกว่า อย่างเราเราไม่เคยเจอปัญหาอย่างนั้นเลย

x0809_08

ผู้หญิงต้นแบบที่โนสนโนแคร์โลก แต่ทำงานเก่งมาก มีใครบ้าง

เยล: เยอะนะ ฝรั่งมีเยอะมากเพราะด้วยนิสัยเขาก็ไม่แคร์อะไรอยู่แล้ว แต่กับคนไทยมันมีนิสัยถ่อมตัวอยู่ประมาณนึง จริง ๆ เราก็เป็นนะเพราะกลัวแรงไปอยู่ตลอด คงไม่ใช่โนสนโนแคร์ขนาดนั้น มีความเกรงใจนิดนึง เพราะเรากลัวแม่ด่า (หัวเราะ) แต่เราว่ามันก็ดีตรงที่นี่อาจจะทำให้เราไม่มีอีโก้ว่า ‘กูดีกว่ามึง’ เราจะไม่เป็นคนแบบนั้น แต่ก็แสดงภาพลักษณ์ของเราในแบบที่เราอยากแสดงออกมาแล้วรู้สึกสบายใจดีกว่า เราไม่ได้ต้องการจะเป็นคนแรง แค่อยากนำเสนอสิ่งที่รู้สึกออกไป เราชอบแล้วก็ทำเลย ไม่คิดมากมากกว่า 

นท: ถ้าคนไทยก็นึกถึง Pearypie เป็น make up artist วทานิกา ที่เป็น designer กับ โอ๋—จรรยาพร ทองไทย เป็น jewelry designer

Part III : Fuck Romance

ให้ความสำคัญกับวาเลนไทน์ขนาดไหน

เยล: ไม่เลยอะ ขนาดวันเกิดตัวเองเรายังไม่แคร์เลย

นท: คือลืมไปแล้วว่ามันกำลังจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ จนเพื่อนทักเฟสมาว่า วาเลนไทน์นี้กูมีแฟนแล้วนะ มึงยังไม่มี (หัวเราะ) สำหรับเราถ้าไม่มีแฟนเราก็ไม่แคร์

ถ้าวาเลนไทน์ไม่ใช่วันแห่งความรัก อยากให้เป็นวันแห่งอะไร

เยล: วันแห่งครอบครัว เราควรจะรักคุณพ่อคุณแม่ให้มาก ๆ เราว่าคนไทยยังไม่มีวันหยุดแบบคริสต์มาสที่เขาใช้เวลาอยู่กับครอบครัวจริง ๆ ขนาดนั้น หรือให้เป็นวันรักคนรอบข้างก็ได้ รักเพื่อน รักหมา ให้ spread the love โลกสวย… ไปสมัครนางงามดีกว่า (หัวเราะ)

อยากให้มีวันอื่นอีกไหม

เยล: วันไปถล่มบ้านแฟนเก่ามั้ย

นท: ไม่ดีมั้ง เอาแบบ positive สิเราจะได้ดูสวย ๆ branding วงดี ๆ หน่อย

ของขวัญวาเลนไทน์อะไรที่แหยงที่สุดที่เคยได้

เยล: อุ๊ย เคยได้แต่ดอกไม้กับช็อกโกแลตอะ ไม่เคยได้อย่างอื่นเลย

นท: เคยได้แต่ของดี ๆ อะ ทำคุ้กกี้เป็นรูปหัวใจใหญ่ ๆ เอามาให้ น่ารักมาก ชอบมาก กินหมดเลย

วิธีจีบสาวที่เสี่ยวที่สุดที่อยากฝากบอกหลาย ๆ คนว่ามันไม่เวิร์ค

นท: จีบด้วยมุขเสี่ยว ๆ หรือฝากเพื่อนมาบอกว่าชอบ พวกให้เพื่อนทักเฟส ทักไลน์มาว่า มึง คนนี้สนใจว่ะ (เยล: ทำไมไม่คุยเองวะ) เราว่าเราไม่เอาอะ ไม่ชอบ จะจีบเราก็หาวิธีทำความรู้จักเองเลย

เยล: ถ้าเจอในออนไลน์ก็แปลกนะ ส่วนตัวถ้าเจอตัวตัวก็โอเค

นท: แต่มันจะมีวิธีที่ทำให้ไม่แปลกนะ ซึ่งเขาก็ต้องรู้วิธีนั้นเอง (หัวเราะ)

เครื่องดื่มอะไรที่จะสั่งมาย้อมใจตัวเอง

เยล: ว้อดก้าช็อต เพียว ๆ

นท: คุกกี้แอนด์ครีมมิลค์เช้ก ชอบกินอะไรอ้วน ๆ

กิจกรรมที่ทำแล้วช่วยสมานแผลได้ชะงัด

เยล: ของเราคือฟังเพลงดาร์ค ๆ depressing ๆ ฟัง Daughther ไรงี้ แล้วนั่งร้องไห้ แล้วก็จะหายเองเว่ย ฟังเพลง วาดรูป ทำงานศิลปะ เอางานมาดึงเราจะได้ไม่ต้องไปคิดถึงมัน

นท: ของเราไปเที่ยวกับเพื่อน เที่ยวอะไรก็ตาม อยู่กับเพื่อนเยอะ ๆ อย่าอยู่คนเดียว ทำงานให้มีแรงบันดาลใจ หาสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราอยากจะทำมาตั้งนานแล้ว แล้วมำสิ่งนั้นให้มันเกิดขึ้น โฟกัสกับตัวเอง ไม่ก็พุ่งไป BEAM แล้วไปเต้นซะ

เพลงที่จะวนมาทุกครั้งตอนอกหัก

เยล: Coldplay อัลบั้มตั้งแต่ A Rush of Blood to the Head จนถึง X&Y ฟังวนไปเลยอะ

นท: เพลงไทยเสี่ยว ๆ ให้ได้ปลดปล่อย แบบพอร้องแล้วเราต้องหัวเราะแน่ ๆ ‘ปล่อยให้ไหลไปปปป’ คือเป็นคนไม่ชอบฟังเพลงอกหักตอนอกหัก มันจะทำให้เราดาวน์

x0809_03

วิธีแก้เผ็ดแฟนเก่าที่แสบที่สุดอยากจะทำอะไร

นท: เป็นคนน่ารักไม่ชอบแก้แค้น

เยล: ไม่ชอบเลยยยย แต่ถ้าให้ทำล่ะคะ… เผาบ้านแม่งเลยมั้ย

นท: ไม่ วิธีที่แก้เผ็ดให้ดีที่สุดคือเราต้องสวยและรวยมาก และต้องหาแฟนที่ดีกว่าแม่ง หมายถึงเป็นคนดี ดูแลเราดี ๆ แล้วรักเรามาก ๆ

โสดเป็นความผิด?

เยล: ไม่นะ เราตั้งใจจะโสดด้วยเพราะเราอยากโฟกัสกับงาน ดูตอแหลเนาะ แต่เรื่องจริงนะ คือพอมีแฟนแล้วแม่งดราม่า ไร้สาระ ทำให้ชีวิตยุ่งยากอีก ตั้งใจทำเพลงดีกว่า ชีวิตมันสั้นนะ

นท: ชีวิตวัยรุ่นอะ โสดดีกว่า มันมีข้อดีกว่าเยอะเลย ถ้าเรามีแฟนมันก็จะมีกรอบว่าห้ามทำนู่น ห้ามทำนี่ เวลาที่ต้องเอาไปใช้กับเพื่อน จะไปเที่ยว หรือจะได้อยู่กับครอบครัว ก็ต้องแบ่งมาอยู่กับแฟน

เยล: เอาไว้มีตอนวงดัง วงรวยแล้ว ถ้าวงมีแดนเซอร์แล้วก็มีแฟนเลย แบบ กูพร้อมละ (หัวเราะ)

ตอนนี้มีคนคุยอยู่ไหม

นท: ไม่มีค่ะ (เยล: อะหื๊มมมมมม)

ถ้ามีเข้ามาอยากให้เป็นแบบไหน

เยล: ฝรั่ง

นท: เราขอคนดีว่ะ ข้อแรกเลย คนดี ไม่เจ้าชู้ แล้วก็รักเรามาก ๆ

เยล: เราไม่เปลี่ยนใจ เราขอฝรั่ง

นท: ดี ขอฝรั่งด้วยดิ แต่ไม่เอาแบบข้าวสารนะ

ก็แสดงภาพลักษณ์ของเราในแบบที่เราอยากแสดงออกมาแล้วรู้สึกสบายใจดีกว่า เราไม่ได้ต้องการจะเป็นคนแรง แค่อยากนำเสนอสิ่งที่รู้สึกออกไป เราชอบแล้วก็ทำเลย ไม่คิดมากมากกว่า

 

Part IV : Up Coming

ตอนนี้อินกับการแต่งตัวแบบไหน

เยล: ตอนนี้เป็นเสื้อของพระเอก mv ที่ถ่ายอันล่าสุดไป หลอก ๆ คือเสื้อตัวนี้นทเอาไปให้น้องเขาใส่ เดี๋ยวเห็น mv ก็จะรู้เองว่าคือเสื้อตัวนี้

นท: ไม่ใช่ ช่วงนี้ไม่ค่อยแต่งตัวเลยอะ ชิว ๆ ไม่เยอะ เบา ๆ ซอฟต์ ๆ (เยล: สร้อยนี่น้อยแล้วหรอ) เขาให้เอามาเป็น accessory เลยเอามาเผื่อออ

The Sweet Escape ปาร์ตี้ที่จัดกับ NYLON ที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง

เยล: ดี ๆ lighting สวยมาก

นท: ตอนแรกจะทำเป็นธีสิสแล้วแต่อาจารย์บอกว่า ไม่ได้ค่ะ มันเกี่ยวข้องกับคนเยอะไป แล้วมันมี deadline คือถ้าเอาอาจารย์มาด้วยก็อาจจะยุ่งยาก เลยทำเป็นงานนอกไป ธีสิสก็คือธีสิส (หัวเราะ)

เป็นอีเวนต์แรกในชีวิตที่ทำเลยหรือเปล่า

นท: เป็นการจัดอีเวนต์ใหญ่ครั้งแรก คือเคยจัดอีเวนต์ให้ Bitterman เป็นร้านอาหารที่จะมีจัด art exhibition มี charity concert ตอนวันเกิดร้าน

ได้อะไรจากการทำงานตรงนี้

นท: ได้เยอะอะ เรียนรู้เยอะมาก ทุกอย่างเลยว่ะ ว่าการจะทำอีเวนต์ใหญ่ ๆ ขึ้นมาอันนึงต้องโปรโมตยังไง ขอสปอนเซอร์ยังไง ดีลกับคนยังไง คือรายละเอียดมันเยอะมาก

เยล: ทุกวันนี้มันยังรู้สึกผิดเองอยู่เลยว่าไม่น่าไปเล่นวันนั้นด้วยเลยเพราะเหนื่อยมาก หลายสิ่งสุมหัว ก็เครียด 

คิดไปถึงการจัดอีเวนต์ให้วงตัวเองด้วยหรือเปล่า

นท: ใช่ ก็คงจะมี EP launch party ให้มาชิว ๆ มาปาร์ตี้ ฟังเพลง มาเมากัน ขอเชิญ ๆ

โครงการในอนาคตของนทกับเยลเริ่มทำอะไรไปแล้วบ้าง

นท: ทำธีสิสเทอมสุดท้ายให้จบ ร้านอาหาร Bitterman ก็ทำอยู่ แล้วก็มี Ecotel เป็นคอนเทนเนอร์โฮสเทลที่เชียงใหม่ คุณพ่อเขาอยากทำก็เลยทำให้พ่อ แล้วก็อยากทำโปรเจกต์จัด Sweet Escape ต่อแหละ จัด collab กับอย่างอื่น

เยล: เราอยากทำเฟอร์นิเจอร์ product design แต่เรายังไม่เริ่มเพราะอยากทำวงก่อน ถ้าวงเสร็จปั๊บเราก็จะไปเนิร์ดทำเองเลย ก็รอแดนเซอร์มา รอมีแฟน แล้วเอาแฟนมาช่วยทำ มีโฮมสตูดิโอทำโปรดักดีไซน์ (หัวเราะ) ไร้สาระที่สุด

หลังจากนี้จะได้เห็นอะไรจาก X0809

นท: เราจะเน้นงานอิเล็กทรอนิก หรือ festival แต่เดี๋ยวมีไปเล่นที่ BEAM เราจะไป feat. Quay Record เป็น DJ set ส่วน Wonderfruit เราจะไปทำ sculpture mapping ให้ Taste of Wonder เป็น fashion performance

เยล: ต้องมันมากเพราะทำเองทุกอย่าง เราก็ขึ้น sculpture อินี่ก็เอา visual lighting เอาแดนเซอร์มา เป็นแฟชัน ผสมอาร์ต ผสมดีไซน์ แล้วเราก็จะเล่น experiment sound จาก X0809 เป็นคล้าย ๆ score ประกอบหนัง แต่เราทำสด เล่นอยู่ข้างในเลย ทีมงานก็คนกันเองอะ รุ่นน้องคณะบ้าง (หัวเราะ)

x0809_07

ฝากผลงาน

เยล: อย่าลืมติดตามนะ พวกเรากำลังจะมา เร็ว ๆ นี้ ทั้งซิงเกิ้ลและ EP ตั้งใจทำกันมาก mv ก็คนกันเองนั่งทำกันเอง เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปนั่งคุยกันอีก น่าจะมีสัก 3 ตัว

นท: เราจะออกมาแบบปั้ง ๆๆๆๆ เลย

เยลกับนทการันตีความ ปั้ง ๆๆๆๆ กันขนาดนี้แล้ว ใครที่ตาม ๆ พวกเธออยู่หรือเริ่มที่จะสนใจ X0809 ก็ไม่ควรพลาด ติดตามเรื่องราวของพวกเธอได้ที่ Fanpage และรับฟังเพลงของพวกเธอบนฟังใจได้ ที่นี่

Facebook Comments

Next:


Montipa Virojpan

อิ๊ก เนิร์ดดนตรีที่เพิ่งกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นนักเขียนตอนอายุ 25 ชอบเดินเร็ว นอกจากขนมปังกับกาแฟดำแล้วก็สามารถกินไอศกรีมกับคราฟต์เบียร์แทนมื้อเช้าได้