Num Kala ฟังใจซีน Time To Smile

Interview

คุยกับ หนุ่ม กะลา ถึงการปล่อยวางคำว่า ‘ร็อกสตาร์’ และอัลบั้มเต็มที่อาจเป็นชุดสุดท้าย

  • Writer: Malaivee Swangpol
  • Photographer: Genie Records

หลังจากผ่านคอนเสิร์ตครบรอบ 19 ปี หนุ่ม กะลา ก็เหมือนว่าเขาจะยังคงฮอตไม่หยุด มีเดินสายทัวร์และออกเพลงใหม่ให้แฟน ๆ ได้หายคิดถึงตลอด Fungjaizine ได้มีโอกาสพูดคุยกับเขาถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เขากลับมามีไฟในการเป็นนักร้อง การละคำว่า ‘ร็อกสตาร์’ ความสนุกในการขึ้นคอนเสิร์ตและแฟนคลับที่น่าประทับใจ รวมถึงอัลบั้มใหม่ Time To Smile ซึ่งจะมีเพลงอะไรให้เราฟังกันบ้าง ตามเรามาเจาะลึกความคิดของเขากัน

Num Kala สัมภาษณ์ ฟังใจซีน

หลังจากคอนเสิร์ต 19 ปีเมื่อปีที่แล้ว มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปไหมในฐานะนักร้องที่ชื่อ หนุ่ม กะลา 

ดีครับ มันดีใจที่มันเหมือนเราเดินทางมาไกลแล้ว มันเราเรียนไปแล้วสุดท้าย การมีคอนเสิร์ตใหญ่มันก็คือการรับปริญญา มันคือสิ่งที่บอกว่า คุณเดินทางมาถึงจุดที่สำเร็จในระดับนึงแล้ว มันเป็นสิ่งที่ควรมี แล้วมันก็รู้สึกอิ่มเอม คือตอนแรกผมคิดว่าการมีคอนเสิร์ตใหญ่ มีแล้วก็คงจบแล้วมั้ง คือหลังจากนี้เราเฟดลงไปเรื่อย ๆ ดีกว่า ก็อิ่มใจ สุขใจ กลับบ้าน แต่ไม่ใช่ มันกลายเป็นว่าพอมีครั้งนั้นแล้ว ผมก็ยังรู้สึกว่ามันต้องมีอีก ผมยังอยากทำอะไรอีก แล้วพอการมีคอนเสิร์ตครั้งนั้นมันทำให้เห็นว่า เอ้ยมันมีคนรอเราอยู่ รักเราอยู่ จากที่เราเคยคิดว่ามันคงไม่มีใครรอเราแล้ว ไม่มีใครฟังเราแล้ว ไม่มีใครรักเรา พอจบคอนเสิร์ตเรามีไฟกว่าเดิมในการที่จะเดินทางในการที่จะทำงานในวงการนี้ 

ปีนี้ครบรอบ 20 ปี จะมีจัดอะไรไหม

ปีนี้มีอัลบั้มเต็มในรอบ 7-8 ปี ถือว่าเป็นงานชุดเต็มที่ไม่คิดว่าเราจะมีอัลบั้มเต็มอีกแล้ว ต้องบอกตรง ๆ เลยเพราะตัวผมเอง มีงานเดี่ยวของตัวเองมาทั้งหมด 8 อัลบั้มแล้ว ผมรู้สึกมีความสุขที่ได้ทำเพลงแบบซิงเกิ้ล ทีละซิงเกิ้ล ๆ ปล่อยซิงเกิ้ลนี้แล้วไม่ดังไม่เป็นไร เริ่มใหม่ เริ่มใหม่ เริ่มใหม่ แล้วพอเราทิ้งความเป็นวงกะลามาเป็นหนุ่มกะลา มันเป็นช่วงที่ผมกำลังหาอยู่ว่าความเป็นหนุ่มกะลา จุดไหนที่เราพึงพอใจ แล้วจุดไหนที่แฟนเพลงพึงพอใจ มันก็เลยเป็นช่วงที่เรากำลังค้นหา อย่างปล่อยเพลง ปล่อยมือฉัน ปล่อยเพลงนั้น นี้ แล้วมันสนุกกับการได้ทำเพลงอะไรหลายๆ แบบ เป็นเพลงช้าเหมือนกันแต่เป็นเพลงช้า 7 แบบ มันมีความสุข จนวันที่ค่ายมาบอกว่า หนุ่มต้องทำอัลบั้มเต็ม ผมยังรู้สึกแบบ จริงเหรอพี่ คือยังไม่ได้อยากทำ แต่พอคุยกับค่ายด้วยเหตุและผล ก็ โอเค มันก็คงต้องลงมือทำ ที่ค่ายก็ให้เหตุผลว่า บางทีมันอาจจะเป็นงานอัลบั้มสุดท้ายของหนุ่ม แล้วบางทีอาจจะเป็นสุดท้ายของทุก ๆ คนที่ได้ออกอัลบั้มเดี่ยว เพราะว่าหลังจากนี้มันอาจจะไม่มีการทำอัลบั้มแล้ว ก็เลยรู้สึกว่า โอเค มันก็สมเหตุสมผล ถ้าจะมีซัก 1 อัลบั้มไว้ให้ลูกหลานดูว่า “ปู่ก็เคยมีอัลบั้มของตั้วเองนะ ก็เลยลงมือทำ” นี่ผมผ่านทุกยุคเลยนะ เทป ซีดี เอ็มพีสาม โฟร์แชร์ โหลด ยูทูป ผมมาตั้งแต่ซีดีคาราโอเกะยังไม่มีอะครับ แล้วก็มาเป็นซีดีคาราโอเกะรึ่มทั่วเมืองไทย แล้วก็หายไป 

Num Kala สัมภาษณ์ ฟังใจซีน มิน พีชญา

พอแล้ว ซิงเกิ้ลล่าสุด ผลตอบรับเป็นอย่างไร

ดีครับ ส่วนตัวผมผมพอใจ มันคือการทดลองของผม เพราะยุคนี้ผมเดาใจคนไม่ได้เลย และผมเลิกทำเพลงเดาใจคนมาหลายปีละ เพราะว่าพอมันทำเพลงจากการเดาใจคนแล้วมันก็ทิ้งความเป็นตัวตนเราไป เพราะว่าเรามัวแต่จ้องตลาดว่าไปทางไหนนะ เป็นยังไงนะ คือผมเป็นวงแมส มันปฏิเสธไม่ได้ว่ายังไงก็ต้องทำเพลงเพราะให้คนกลุ่มกว้าง ๆ ได้ฟัง ความเพราะยังอยู่ ความฟังง่ายของคนหมู่มากยังอยู่ แต่ผมเริ่มต้นจาก ตัวผมเองชอบ เขียนแล้วชอบ มีคนแต่งมาให้ฟังแล้วชอบ ก่อน แล้วค่อยปล่อยออกไป ผลตอบรับจะดีหรือไม่ดีก็เดี๋ยวค่อยว่ากัน ค่อยเก็บเรื่องนั้นมาวิเคราะห์หลังการปล่อยเพลงว่าเพราะอะไร ถามว่ามันดังแล้วประสบความสำเร็จมั้ย ณ วันนี้ยังตอบไม่ได้ แต่ถามว่าพอใจมั้ย พอใจ ผมรู้สึกว่าได้ทำในสิ่งที่อยากจะทำ แล้วกลุ่มแฟนเพลงที่เป็นคนติดตามเราจริง ๆ ฟังแล้วพอใจ ก็โอเค แฮปปี้ 

ตอนถ่าย mv เป็นอย่างไรบ้าง

ดีใจ บอกก่อนเลยว่าดีใจ เพราะรอนางเอกมาประมาณเดือนสองเดือน รอน้อง มิน พีชญา รอมานาน แล้วดีใจที่เค้ารับเล่นเรา เพราะว่าเค้าไม่เคยเล่น mv ใคร นี่ครั้งแรก แล้วเราก็รู้สึกว่าโชคดีจังเลยที่น้องมาเล่นให้ พอเจอตัวจริงน้องก็สดใสร่าเริงอะ คือเก่ง น่ารัก 

Num Kala สัมภาษณ์ ฟังใจซีน มิน พีชญา

เราจะได้เห็นอะไรในอัลบั้มใหม่บ้าง จะรวมซิงเกิ้ลไหนบ้าง

ชื่ออัลบั้ม Time To Smile มีเพลง เขาจะรู้บ้างไหม ปล่อยมือฉัน อย่าล้อเล่น แล้วแต่ใจเธอ ไม่มีปาฏิหาริย์ แอบ อยากให้รู้ว่าเหงา นี่คือ 7 เพลงที่ผมปล่อยไปแล้ว พาร์ทต่อมาจะเป็น พอแล้ว ซึ่งเพลงที่เหลือจะทำใหม่หมดเลย อีก 8 เพลง เป็นทั้งหมด 15 เพลงที่เราคัดว่าเรารู้สึกชอบ เราแอบทำรีเสิร์ชด้วยการส่งไปให้เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนฟังด้วยว่า ชอบมั้ย โอเคมั้ย จนเมื่อวานเพิ่งเพิ่มไปเป็นเพลงที่ 15 แบบ เอาน่ะ เราไม่รู้ว่าจะมีชุดเต็มอีกมั้ย ฟังกันให้จุใจไปเลย 7 เพลงที่เหลือ พาร์ทดนตรีจะเริ่มบอกว่า ปีหน้าผมจะทำอะไร จะไปประมาณไหน เพราะว่าต้องถูกแบ่งจากสองพาร์ทอย่างชัดเจน พาร์ทแรกก็เป็นพาร์ททดลอง พาร์ทนี้ก็ทดลองเหมือนกันแต่ว่าดนตรีกับเนื้อหาก็จะเป็นอีกรูปแบบนึง รอฟังกันครับ

คอนเสิร์ตเป็นไปได้มั้ย

อาจจะปีหน้า ต้องมาดูกันอีกทีครับว่ายังไง

เห็นไปทัวร์ต่างประเทศมา

ครับ เคยไปทัวร์ยุโรปมา แถบของเราก็ไปทัวร์มา เคยไปญีปุ่่น ไต้หวัน สวิส สวีเดน ที่ ๆ ประทับใจก็บาห์เรน ดูไบ ได้ทิปเต็มกระเป๋า ผมรู้สึกว่าไปเล่นที่ดูไบ ผมจะได้ทิปมาประมาณ 80,000 กว่าบาท ทิปอย่างเดียว (หัวเราะ) ผมเป็นนักร้องที่เขาไม่ค่อยให้สตางค์นะครับ คืออย่างนักร้องลูกทุ่ง มันเป็นธรรมเนียมที่จะยื่นแบงค์ให้ แต่เขาถือแบงค์แล้ว เขาจะให้นักร้องร็อกยังไง? คือมันต่างกัน ถ้าเป็น เบิ้ล ปทุมราช ไปนี่ไม่ต้องห่วง แต่พอเป็นร็อกอะ เพลงสตริง มันแทบจะไม่มีวัฒนธรรมในการรับตังค์แบบนี้ แต่จริง ๆ แล้ว ผมคิดในใจ ส่งมาเถอะ (หัวเราะ) เค้าก็เลยมาให้ตอนเลิก พอผมเล่นคอนเสิร์ตเร็จ ตอนเลิก เขายัดใส่กระเป๋า ๆ จริง ๆ ครับ เค้าประทับใจ อยากให้ 

ประทับใจประเทศไหนที่สุดที่เคยได้ไปเล่น? 

เอาจริง ๆ ผมประทับใจทุกที่ครับ เพราะว่าไปเล่น มันก็มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ และเพื่อนบ้านของเรา แต่ถ้าเป็นที่ที่ผมไปแล้วผมรู้สึกว่า เราเท่เหมือนนักร้องต่างประเทศไปเล่นบ้านเรา คือสวีเดน เพราะว่าการไปทัวร์คอนเสิร์ตของนักร้องไทยส่วนใหญ่ก็จะเป็นเล่นร้านอาหาร แต่การทัวร์คอนเสิร์ตของผมไม่ใช่ ของผมไปแล้วเช่าฮอลจริง ๆ ที่นักร้องระดับโลกมาเล่นจริง ๆ เขาก็จะมีขึ้นรายชื่อจริง ๆ ว่ามีใครมาเล่นบ้าง แล้วเราเป็นหนึ่งในนั้น แล้วการจัดคอนเสิร์ตก็คือการขายบัตรเหมือนคอนเสิร์ตใหญ่ของผมจริง ๆ อะ มีคนเดินทางมาดู ก็เลยรู้สึกว่า เนี่ยแหละ คือการทัวร์คอนเสิร์ต เวิลด์ทัวร์

ชอบอะไรที่สุดในการเล่นคอนเสิร์ต

จริง ๆ ผมมีความสุขกับทุกอย่างบนคอนเสิร์ตเลย ผมรู้สึกว่าเสียงกรี๊ดของคนช่วยเพิ่มพลังงานของเรา แววตาของคนที่มีความสุขกับสิ่งที่เรากำลังเล่นให้ฟัง ยิ้มของเขา ก็เพิ่มพลังงานของเรา เราชอบตัวเองที่อยู่บนนั้น เพราะผมได้เป็นหนุ่ม 100% ได้เป็นตัวเรา 100% เราพูดในแบบที่เราเป็นได้โดยที่ไม่ต้องระวังคำพูด เพราะว่าเราเป็นเราแบบนี้ ไม่ต้องเสแสร้งว่าเราเป็นอะไร มวลรวมในคอนเสิร์ตมันคือความสุขของเราหมดเลย การเล่นดนตรีกับคนที่เราไว้ใจ คนที่เราเล่นเข้าขากันมันมีความสุข แบคอัพที่เล่นกับเราตอนนี้ก็แฮปปี้มาก ๆ ตั้งแต่ออกเดี่ยวมา นี่เป็นช่วงที่ผมมความสุขที่สุดแล้วในการเป็นนักร้อง เราคงผ่านร้อนผ่านหนาว มีวุฒิภาวะมากขึ้นจนถึงจุดที่เราตกผลึกแล้ว แล้วการขึ้นเล่นคอนเสิร์ตแต่ละวันมันมีความสุขมากเลย มันไม่ได้แบกอะไรเลย คือก่อนหน้านี้ตอนช่วงที่ผมดังมาก ๆ ผมรู้ว่าผมดังมาก ผมรู้ว่าคนต้องกรี๊ด มันมีความคาดหวัง ผมรู้ว่าต้องงั้นงี้ ๆ แต่ทุกวันนี้ผมไม่ใช่เลย ทุกวันนี้ผมมีคนก็ได้ จะไม่มีคนก็ไม่เป็นไร ผมมีความสุข เท่ากับคนเยอะ ๆ มันเหมือนมันมีจุดที่เรารู้แล้วว่า เราร้องเพลงทำไม 

Num Kala Time To Smile ฟังใจซีน

เห็นมีคุณยายอายุ 82 ที่มาดูด้วย เป็นอย่างไรบ้าง

ผมเห็นแกเต้นตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้าย แต่หูหนวกนะ เหมือนแกจับท่าทางเราเอา พอจบคอนเสิร์ตผมจะมีให้ถ่ายรูป ผมก็ให้พี่ ๆ ทีมงานไปตามคุณยายมาให้หน่อย คุณยายก็มาถึงแล้วถ่ายรูป แกพูดได้แต่แกจะฟังเราไม่ได้ยิน คือส่ิงที่คุณยายบอกก็คือ เค้าตามผมมาตั้งแต่อัลบั้มแรก แล้วเค้าก็พูดข้อมูลทุกอย่างถูกต้องหมดทุกอย่าง เขาบอกเขาอยากเห็นผมซักครั้งก่อนตาย เขาเลยมาดู พอถ่ายรูปเสร็จแล้วเขาก็ถามว่า แล้วยายต้องจ่ายตังค์กี่บาทลูก จ่ายค่าถ่ายรูปอะ น่ารักมาก ผมก็บอก แพงครับยาย (หัวเราะ) แล้วเต้นคือเต้นยับนะครับ ผมกลัวแกหัวใจวายเหลือเกิน (หัวเราะ) เต้นทุกเพลงเลยครับ  

ปกติมีแฟนคลับอายุมากมาดูอยู่แล้วไหม

จริง ๆ มีคนรุ่นแม่มาดูหลายคนมาก ดีใจครับ แล้วก็กลัวแกจะเต้นมากแล้วจะหอบ ดีใจครรับ ดีใจที่แบบคนรุ่นนั้นจริง ๆ ไม่ควรจะมาฟังผม ถือว่าให้เกียรติเลย แล้วตามดูด้วย คือไม่ใช่แค่ว่าในกรุงเทพตามไปดูนะครับ ไม่ครับ บินตามไปดู ไปที่ไหนก็ไป 

หนุ่มคิดว่าจะร้องเพลงจนแก่เลยไหม 

ถึงครับ ผมรู้สึกว่า อย่างที่ผมว่าตอนนี้ ความรู้สึกผมมันเปลี่ยนไปแล้ว ผมเจอจุดที่มีความสุขในการร้องเพลง ก่อนหน้านี้ผมคิดเกือบทุกวันว่าผมจะเลิกร้องเพลง ผมวางแผนไว้ว่าอีกสามปีผมจะเลิกร้องเพลง อีกห้าปีผมจะเลิกร้องเพลง ตอนนี้ไม่ได้คิดว่าจะเลิกร้องเลย คิดว่าสุดท้ายแล้วมันไปสุดที่ตรงไหนก็สุดตรงนั้นแหละ คือไม่ได้แบก ก่อนหน้านี้ความเป็นนักร้องของผม ช่วงที่ดังมาก ๆ ก็ ลงไปกินข้าวก็อย่าลงไปกินเลย เดี๋ยวคนมันรุม ไปกินข้าวต้มไม่ได้ ไม่พยายามฝากคนในทีมแบบ ผมฝากซื้อของเซเว่นหน่อย ผมลงไปไม่ได้ ทุกวันนี้ผมไม่เลย ไม่แบกอะไรไว้เลย ผมไม่ได้ใช้ชีวิตเยี่ยงสตาร์เลย คือเค้าไปกินเยอะ ๆ ผมก็ลงไปกิน แค่ดูเรื่องความปลอดภัย กับไม่ให้มันวุ่นวายเกินเหตุเท่านั้นพอ เพราะว่า พอความคิดมันเปลี่ยนไปแล้วมันรู้สึกว่าเราแค่เป็นนักร้องเราแค่เป็นคนทำอาชีพนึงที่มีคนรู้จักเยอะ มันต่างจากแต่ก่อน ก่อนหน้านี้เรารู้สึกว่าเราเป็นสตาร์ เรารู้สึกแบบ โอ้ย ดังจังเลย เราทำนั่นนี่ไม่ได้ มีเงื่อนไขเยอะ ตอนนี้ไม่มีเงื่อนไข มันก็ไม่มีจุดหมาย ไม่มีจุดสิ้นสุดของการเดินทาง เหมือนอย่างมีคนมาถามว่า แล้วคุณจะเลิกกินข้าวเมื่อไหร่? มันไม่มีใครตอบหรอกว่าจะเลิกกินข้าวในวันนึง ผมจะกินก๋วยเตี๋ยวตลอดชีวิต ก็คงไม่มี ก็เหมือนกัน เรื่องร้องเพลงก็เหมือนเรื่องกินข้าว จะร้องเพลงจนกว่าจะร้องไม่ไหว 

Num Kala Time To Smile

เห็นไปเรียนเปียโน เป็นยังไงบ้าง 

ครับ (หัวเราะ)​ ยากครับ (หัวเราะ)​ ยากมากจริง ๆ ครับ ถ้าผมมีลูก ผมสัญญากับตัวเองเลยว่าจะส่งลูกไปเรียนตั้งแต่ 3-4 ขวบ เรียนเปียโนเนี่ย เมื่อก่อนผมเคยเป็นคนที่เกลียดเสียงคีย์บอร์ดที่สุด แต่พอโตขึ้นมาเราก็ฟังดนตรีเยอะขึ้น ก็รู้สึกว่าเสียงเปียโน เสียงคีย์บอร์ดมันเพราะ ก็เลยอยากเรียน แต่พอเรียนจริงยากมากครับ ยากมาก (เน้นเสียง) 

เรียนมานานหรือยัง

เพิ่งเริ่มเรียนได้วันเดียวครับ (หัวเราะ)​ รูปในอินสตาแกรมคือวันแรก ตอนนี้กำลังเป็นช่วงเรียน มีเรียนเปียโน การแสดง เรียนจิตวิทยา แล้วก็เรียนภาษา ใช้เวลาช่วงที่ว่าง คือส่วนใหญ่จะให้ครูมาสอนที่บ้านนอนตีสี่ครึ่ง ก็จะว่างตอนเที่ยง ก็จะแบบ งง ๆ (หัวเราะ) จริง ๆ เรียนเปียโนก็เคยเรียนมาก่อนแล้ว แต่ว่าก็ไม่สำเร็จ เพราะว่าพอเรียนแล้วงานเยอะก็หยุด ผมก็เลยปรับแผนเลยแบบ เรียนอะไรก็ตาม ถ้าคุยกับครูได้ ก็ให้ครูมาสอนที่บ้าน เพราะว่าถ้าตื่นนอนแล้วต้องขับรถไปหาครู แล้วเตรียมตัวมาเล่นคอนเสิร์ต โห เสียพลังงานมาก ช่วงนี้ผมกำลังรู้สึกสนุกกับการเรียนรู้ เพราะว่าตอนเด็ก ๆ ไม่ค่อยตั้งใจเรียน ตอนเด็ก ๆ มันเสียโอกาสหลาย ๆ อย่างไปเยอะ ก็เลยอยากมาเก็บเอาช่วงนี้ เรื่องไหนที่อยากรู้ผมเลยทำเลย ไม่รอไว้ก่อน ทำเลย

มีเรียนร้องเพลงด้วยไหม

ตอนนี้ก็มีเรียนร้องเพลงด้วยครับ รอคิวครูว่าง ครูไปเมืองนอก คือจริง ๆ ต้องเรียนไว้ เพราะว่ายิ่งแก่ตัวเราก็ยิ่งหย่อนคล้อยลงเรื่อย ๆ เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็คือ กล้ามเนื้อคอ เส้นเสียงของเรา ก็คล้ายกับกล้ามเนื้อของเรา การออกกำลังกาย มันก็ทำให้ตึงขึ้น แข็งแรงขึ้น เหมือนกัน การเรียนร้องเพลงของผมไม่ใช่ไปเรียนเพื่อให้ร้องเพลงแต่ผมไปเพื่อ exercise คอ ผมไปฟิตเนสให้คอตัวเอง ถ้าน้อง ๆ เห็นว่า เมืองนอก ยิ่งแก่ก็ยังร้องเพลงได้เหมือนตอนเค้าหนุ่ ๆ นั่นเพราะว่าเค้าเรียนหลักสูตรนี้แหละครับ คนไทยจะไม่ค่อยได้เรียนใช่ไหมครับ แก่ตัวก็หย่อนคล้อยไปเรื่อย ๆ เสียงไม่ถึง 

ตอนนี้คดีละเมิดลิขสิทธิ์ถึงไหนแล้ว

ตอนนี้คดีจบแล้วครับ เพิ่งจบเลย เคลียร์กันแล้ว ทางแกรมมี่เค้าลงมาดูแลให้ก็มีการตกลงกันมาประมาณครึ่งปีแล้วว่าจุดไหนที่ทางเค้าโอเค เราโอเค ผมก็เลยไม่ต้องไปเดินทางขึ้นศาลอีกที่ยังเหลืออีกประมาณ 20 ศาล ซึ่งไม่ใช่แค่ที่ละรอบด้วยนะครับ

กิจกรรมการกุศล Sing For Child ที่จัด เป็นอย่างไรบ้าง

สำหรับของปีที่ผ่านมา ได้ไปเจอน้อง ๆ ไปมอบโรงเรียนมาแล้ว แต่เดี๋ยวเรากำลังจะไปมอบโรงเรียน มอบทุกอย่างที่เราทำให้อีกตอนกลางเดือนตุลาซึ่งก็จะสิ้นสุดของปีนี้ จริง ๆ ปีนี้จะต้องเป็นปีที่สี่ แตปีนี้ผมไม่ได้จัดเพราะเงินของปีที่สามยังเหลืออยู่ ผมเลยอยากใช้เงินของปีที่สามมาช่วยเหลือน้อง ๆ ให้หมดก่อน 

ไปเจอน้อง ๆ แล้วเป็นอย่างไร

ที่เคยไปมอบอาคารมาแล้วก็เห็นว่าอาคารของเราที่ทำไปด้วยเงิน 800,000 บาท แต่มูลค่าที่เด็กได้ใช้มันมากกว่านั้นเยอะเลย เด็กทั้งใช้เรียน ใช้เป็นห้องน้ำ ใช้นอนกลางวัน รู้สึกปลื้มใจ 

เล่าเรื่องช่วยเต่าให้ฟังหน่อย

ไปเจอเต่าตอนจบคอนเสิร์ต กำลังกลับโรงแรมแล้วเห็นเต่ากำลังจะเดินข้ามถนน ก็เลยบอกให้รถตู้เค้าลงไปช่วยกัน อุ้มไปข้ามถนน แต่ก่อนจะข้ามถนนก็ขอดูใต้ท้องก่อนว่ามีอะไรบ้าง พออุ้มข้ามไปเสร็จรถออกมาตอนเช้าเพิ่งนึกได้ เอ๊ะ แล้วตกลงฝั่งนั้นที่เราไปส่ง มันจะมาฝั่งไหนกันแน่ (หัวเราะ) แล้วถ้าฝั่งที่เราพาไปเค้าเพิ่งมาจากฝั่งนั้น โอ้โหมันเดินไกลมากเลยนะ (หัวเราะ)​ 

ได้ลาภไหม

ไม่ได้ครับ (หัวเราะ) ดีที่ไม่แทง ถ้าแทงก็โดนแน่ บนตัวเต่าไม่เห็นเลขเลย แต่ก็คาดการณ์เอาบ้างว่าน่าจะเป็นเลขนั้นเลขนี้ ผลที่ออกมาคือไม่มีอะไรที่คิดไว้เลย (หัวเราะ)​ 

ฝากผลงาน

ฝากด้วยครับ ตอนนี้มี mv เพลงพอแล้ว เดือนนี้ปลายเดือนจะมีอีกหนึ่งซิงเกิ้ลชื่อ สบายดีหรือ แล้ววางอัลบั้ม Time To Smile ต้นเดือนตุลา ฝากติดตามงานได้ที่เฟสบุ้ค Num Kala ทุก ๆ โซเชียล

อ่านต่อ

‘ให้ความรักเป็นหนังสือ เพียงแค่เธอค่อย ๆ อ่าน’ เรื่องราวชีวิตจริงของผู้ชายชื่อ ‘หนุ่ม กะลา’

19 ปีที่รอ ‘หนุ่ม กะลา’ ปิดธันเดอร์โดม จัดคอนเสิร์ตใหญ่ 2 รอบ 19-20 พ.ค. นี้

‘หนุ่ม’ บ่อน้ำตาเเตกกลางเวที หลังรอคอนเสิร์ตใหญ่มานาน 19 ปี

Facebook Comments

Next: