SIRPOPPA

Article Interview

‘ขอคุยกับ SIRPOPPA ได้ไหม ในฐานะอะไรก็ได้’ เกี่ยวกับซิงเกิ้ลใหม่ และฮิปฮอปที่เขารัก

หลังจากที่ SIRPOPPA ได้ปล่อย ในฐานะอะไรก็ได้ เพลงน่ารัก ๆ ของเขาออกมา ประกอบกับการได้ฟังแร็ปภาษาอีสานเท่ ๆ ในเพลง คิดฮอดบ้าน ก็ทำเอาเราตื่นเต้นที่จะได้พูดคุยกับแร็ปเปอร์คนนี้ อีกทั้งยังเป็นศิลปินที่มีแพชชั่นอันแรงกล้าถึงขนาดที่ยอมลาออกจากงานประจำเพื่อมาเป็นแร็ปเปอร์ ถ้าอยากรู้เรื่องราวน่าสนใจต่าง ๆ เพิ่มเติมแล้วล่ะก็ ตามมาอ่านบทสัมภาษณ์นี้กันได้เลย

ทำไม SIRPOPPA ถึงเลิกทำงานวิศวกร

ตอนนั้นผมทำวิศวกรมาได้สี่ปี พอเข้าปีที่สี่ผมก็เริ่มรู้สึกไม่แฮปปี้เพราะว่างานมันค่อนข้างที่จะเป็น routine ประกอบกับตอนนั้นผมทำเพลงคู่กันมาด้วย เป็นช่วงที่ J$R เพิ่งปล่อยซิงเกิ้ลที่สาม พอปล่อยออกมาแล้ว ผลตอบรับก็ค่อนข้างดี ผมมีรายได้จาก YouTube เข้ามา และมีงานโชว์ให้ไปเล่นคอนเสิร์ตมากขึ้น ทีนี้พอผมทำทั้งงานทั้งเพลงไปด้วยกันทั้งสองอย่าง อย่างที่คนเค้าเคยบอกกันว่าถ้าทำอะไรทั้งสองอย่างไปด้วยกัน มันจะไม่เวิร์กสักอย่าง แถมสุขภาพผมก็เริ่มแย่ลง ทีนี้ผมก็เลยอยากเลือกสักทางนึง เพราะผมเริ่มรู้ตัวว่าเราชอบการเป็นแร็ปเปอร์มากกว่า บวกกับการที่เราเริ่มหารายได้จากสิ่งที่ชอบได้ ผมก็เลยลองพักงานไปเลย จะได้ไปลุยอีกทางให้มันเต็มที่ เพราะอย่างน้อยผมก็เคยมีประสบการณ์ในการเป็นวิศวกรมาแล้วสี่ปี ถ้าลองมาเป็นแร็ปเปอร์สักปีแล้วมันไม่เวิร์ก ผมค่อยกลับไปเป็นวิศวกรก็ยังไม่สาย แต่ว่าพอเลือกมาทางแร็ปเปอร์มันก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ผมก็เลยเป็นแร็ปเปอร์ยาวมาจนถึงทุกวันนี้เลยครับ

ไม่ได้เรียนดนตรีมาโดยตรง แล้วแต่ก่อนหัดแร็ป หัดทำเพลงยังไง

ศึกษาเองครับ แต่ก่อนผมมีเพื่อนสอนใช้โปรแกรมเบื้องต้นว่าอัดเพลงยังไง ซึ่งมันก็ไม่ใช่โปรแกรมที่เป็นมาตรฐาน เพราะมันเป็นโปรแกรมที่เอาไว้ตัดต่อเสียงหรือริงโทนมากกว่า แต่มันก็สามารถที่จะอัดเพลงได้ ส่วนบีตก็ไปโหลดจากเว็บเมืองนอกที่มีให้โหลดฟรีไม่ติดลิขสิทธิ์ ผมก็เอามาใช้อัดเป็นเดโม่เล่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ฝึกฝนมาจากพวกนี้แหละครับ เพราะแต่ก่อนมันยังไม่มี YouTube ก็เลยลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ จนเริ่มมีพัฒนาการ พอยุคโซเชียลเข้ามา เข้าถึงเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ผมก็ศึกษาเอาเองเพิ่มเติมด้วย จนตอนหลังผมเองก็รู้จักกับโปรดิวเซอร์มากขึ้นด้วย หลัง ๆ ก็เลยไม่ค่อยได้อัดเพลงเองแล้ว ไปทำที่สตูดิโอมากกว่า

ศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจ

ถ้าเป็นฝั่งศิลปินไทยยุคแรกเลยก็เป็นพี่ ๆ Thaitanium กับ โจอี้ บอย ครับ ผมชอบพี่ ขัน ที่สุดเลย ส่วนแร็ปเปอร์ฝั่งต่างประเทศนี่มีเยอะเลยครับ ซึ่งมันก็จะเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย

ชอบฮิปฮอปสไตล์ไหนที่สุด

คือผมคิดว่าผมเป็นคนที่โชคดีหน่อย เพราะว่าผมอยู่ในช่วงยุคกลางของฮิปฮอปครับ ผมทันยุคพี่ ๆ ที่ old school ยังรุ่งเรือง ถ้าฝั่ง Southern hip hop ก็จะเป็น T.I. ที่ยุคนั้นดังมาก ๆ ส่วนฝั่ง East ก็จะเป็นพวก 50 Cent ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีแนว trap เลย จากนั้นพอมาถึงยุคกลางกับสมัยใหม่ก็จะเริ่มมี trap เข้ามาผสมด้วย ที่ผมบอกว่าผมโชคดีก็เพราะว่าผมสามารถเอาความ OG ของ old school มาผสมกับดนตรี trap ซึ่งตอนนี้มันเป็นเทรนด์ดนตรีในปัจจุบัน ผมเอามาผสมผสานให้มันเป็นกลาง และเข้ากับสไตล์ของตัวเองที่สุด ก็จะพยายามทำให้สไตล์ของตัวเองมันไปอยู่ได้ทั้ง old school หรือป๊อปก็ได้ มาเป็น trap ก็ได้ แต่ผมจะไม่ได้ไปทางใดทางหนึ่งสุดจ๋าขนาดนั้น เนื่องจากดนตรี trap อาจจะเข้าถึงยากในกลุ่มคนฟังบ้านเราบางกลุ่ม ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเป็นเทรนด์โลกนะ  ทีนี้ผมก็เอาดนตรีกับจังหวะแบบ trap เข้ามาใช้ แต่พรีเซนต์ออกไปทางป๊อปเพื่อให้มันย่อยง่ายขึ้น

คิดว่าอะไรคือเสน่ห์ของฮิปฮอป

เสน่ห์ของฮิปฮอปก็คือการที่มันพูดเรื่องจริงครับ มันเรียล ลองเปรียบเทียบเป็นคนกับแนวเพลงดูก็ได้ บางคนก็ชอบคนที่พูดจาดี พูดจาเพราะ เหมือนกับคนชอบฟังเพลงป๊อป แต่ว่าฮิปฮอปมันเหมือนกับคนจริงใจ ตรงไปตรงมา ไม่ต้องปรุงแต่งเยอะ อยากพูดสบถก็พูดได้ อยากวิจารณ์การเมืองก็ทำได้ อยากพูดด่าไอนู่นไอนี่ หรืออยากจะพูดถึงชีวิตทั่ว ๆ ไปก็ทำได้ เสน่ห์ของฮอปฮอปอีกอย่างก็คือการเอาเรื่องความคิดส่วนตัวที่มีต่อสิ่งรอบข้างมาพูด ซึ่งแนวเพลงอื่นอาจจะพูดเรื่องคนอื่นเยอะ อย่างเพลงป๊อปที่พูดถึงเรื่องความรัก ก็จะพูดกว้าง ๆ แต่ฮิปฮอปนั้นจะอิงตัวเองเป็นหลัก แล้วอธิบายออกมาเป็นสิ่งที่เรารู้สึก แล้วก็มันพูดได้เยอะด้วย เพราะมันเป็นท่อนแร็ป มันสามารถขยายความให้มันยาวได้ ซึ่งทำให้เราส่งเมสเสจได้เยอะขึ้น

The Rapper SIRPOPPA

เพลงที่สื่อความเป็นตัวเราได้ดีที่สุดตั้งแต่เริ่มเป็นแร็ปเปอร์คือเพลงไหน

จริง ๆ ก็ทุกเพลงตอนยุคที่ผมทำพวกเพลง It’s สระ หรือ Yep Lot นั่นแหละครับ ยุคนั้นจะเป็นสไตล์แท้ ๆ ของผมเลย อย่างเพลง It’s สระ นี่ผมก็ชอบมาก เพราะว่าผมเขียนเพลงนี้ก่อนที่จะลาออกจากงานประจำ ส่วน Weird กับ Yep Lot นี่ผมก็ชอบ ถ้าให้ผมตอบก็คงต้องบอกว่าทุกเพลงแหละครับ เพราะผมตั้งใจทำทุกเพลงอยู่แล้ว

ส่วนใหญ่ได้แรงบันดาลใจในการเขียนเพลงมาจากไหนบ้าง

มีทั้งดูหนัง และหนังสือครับ ส่วนใหญ่ผมจะชอบดูหนังมากกว่า มีบางทีที่ผมได้แรงบันดาลใจมาจากประโยคในหนังที่ชอบ และคิดว่ามันตรงกับชีวิตเราดี อย่างเพลง Weird นี่ก็ได้มาจากหนัง ส่วนหนังสือผมอ่านไม่เยอะครับ ถ้าอ่านก็จะชอบอ่านเป็นแนวทดลอง หรือแนวจิตวิทยา ซึ่งเพลง It’s สระ นี่ผมก็ได้แรงบันดาลส่วนหนึ่งมาจากหนังสือจิตวิทยา นอกจากนี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งรอบตัวครับ เราอินกับอะไรอยู่ก็เอามาเขียน บางทีก็มีเรื่องรัก ๆ อย่างอกหักบ้าง ไปจีบคนแล้วเค้าไม่ชอบบ้าง ช่วงหลัง ๆ นี่ก็มีเรื่องโซเชียลเข้ามาเกี่ยวด้วย ผมเอาประเด็นพวกนี้ไปแต่งในเพลง ใจบาง แต่เพลงของผมส่วนใหญ่จะมาจากเรื่องจริงแทบทั้งหมดนะครับ

พอเป็นนักดนตรีอาชีพแล้วมุมมองการทำเพลงเปลี่ยนไปไหม

วิธีการอาจจะไม่เปลี่ยน แต่ว่าทาร์เก็ตเปลี่ยนครับ อย่างแต่ก่อนสมัยอันเดอร์กราวด์นั้นผมทำเอาความสะใจเป็นหลัก (หัวเราะ) เหมือนทำให้เพื่อนหรือคนฟังเฉพาะกลุ่ม ซึ่งตอนที่ผมไปโปรโมตเพลง เค้าก็จะมีคำถามมาถามว่าเพลงคุณให้อะไรกับคนฟังได้บ้าง พอเจอคำถามนั้นผมก็เลยกลับมาคิดมากขึ้น เพราะตอนนั้นมันเหมือนเอามันอย่างเดียว แต่นอกจากความมันแล้วมันก็ไม่ได้อะไร ทีนี้ผมก็เลยเริ่มเปลี่ยนความคิด อยากให้เพลงมันฟังได้ แล้วคนฟังก็ได้อะไรไปจากเพลงด้วย หลังจากนั้นผมก็พยายามจะสอดแทรกเนื้อหาสาระเข้าไปตลอด อย่างเพลง It’s สระ นี่ก็สาระเยอะมาก ทีนี้พอทาร์เก็ตเปลี่ยน ผมก็ต้องคิดให้กว้างขึ้นว่าจะทำเพลงให้ใครฟังบ้าง แล้วก็ต้องทำเพลงให้มันมีคอนเทนต์ที่กว้างขึ้น ย่อยเนื้อหาให้มันง่าย

เป้าหมายสูงสุดในการเป็นแร็ปเปอร์

ถ้าเป็นเรื่องของโชว์ ผมเคยทำไปหมดแล้วในรายการ The Rapper แต่ถ้าเรื่องอื่นก็คงเป็นการหาเลี้ยงชีพตัวเองจากการเป็นแร็ปเปอร์ รวมถึงสามารถดูแลคุณแม่ได้ และในอนาคตก็อยากทำงานเบื้องหลัง ไปช่วยน้อง ๆ หรือเป็นโปรดิวเซอร์ นอกจากนี้ก็อยากทำเพลงฮิตที่คนฟังแล้วได้อะไรไปจากเพลงด้วย ซึ่งตอนนี้ผมพยายามทำเพลงที่มีสาระ แต่ว่าคนส่วนมากอาจจะไม่ค่อยชอบ สังเกตได้ว่าเพลงฮิตส่วนใหญ่มันจะเป็นเพลงแบบที่ฟังแล้วไม่ค่อยเครียด มีเนื้อหาง่าย ๆ แล้วก็อีกเรื่องคืออยากให้คนลองเปิดใจมากขึ้น ยกตัวอย่างเพลง God’s Plan ของ Drake ก็ได้ เขาพยายามบอกว่าตัวเขามีเงินเยอะ แต่เขาก็ไปช่วยคนอื่น ซึ่งเรื่องพวกนี้ฝั่งยุโรปหรืออเมริกาเขาอินกัน เพราะฮิปฮอปมันเป็นเทรนด์อันดับหนึ่งของที่นู่น ทำเนื้อหาอะไรออกมาคนก็ฟัง แต่ถ้าเป็นคนไทยพูดเรื่องพวกนั้น คนอาจจะไม่ฟังก็ได้

SIRPOPPA สัมภาษณ์

คิดยังไงกับการที่ฮิปฮอปเป็นที่นิยมมากขึ้นในตอนนี้

อันดับแรกก็ดีใจนะครับ เพราะว่าผมทำเพลงมาหลายปีมาก ตั้งแต่ยุคที่คนไม่ฟังเลย จนมาถึงยุคที่ฮิปฮอปได้รับความนิยมมากขึ้น อยากขอบคุณแร็ปเปอร์หลาย ๆ คนที่ช่วยกันสร้างผลงาน ช่วยผลักดันฮิปฮอปให้เข้าถึงคนฟังวงกว้างมากขึ้น แต่มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็คือทำให้คนเข้าถึงง่าย ส่วนข้อเสียก็อาจจะทำให้มีแร็ปเปอร์เกลื่อนจนล้นตลาด ซึ่งมันอาจจะเยอะขึ้น แต่ก็อาจจะมีบางคนที่มาได้แป๊บเดียวแล้วก็หายไป เพราะเขาอาจจะคิดว่ามันเป็นเทรนด์หรือแฟชั่น หรือบางคนก็อาจจะทำเพราะว่ามันได้มาง่าย ซึ่งพออะไรที่มันได้มาง่าย คนก็จะให้ความสำคัญน้อย สมัยก่อนนี่กว่าจะได้แต่ละเพลงนี่ยาก เราเลยต้องใส่ใจและให้ความสำคัญกับมันมาก ๆ แต่เดี๋ยวนี้แค่ไม่กี่คลิก ๆ มีอินเทอร์เน็ตก็ทำเพลงได้แล้ว โหลดโปรแกรมก็ง่าย บีตก็ทำง่าย

แล้วคิดว่ามันจะเป็นวัฏจักรไหม สักวันกระแสดนตรีฮิปฮอปก็จะซาลง

มันก็เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วครับ โลกมันหมุนอยู่ตลอดเวลา แนวเพลง หรือเทรนด์โลกมันก็เปลี่ยนไปตามสมัย อย่างเรื่องเทคโนโลยี จากโทรศัพท์ช่วงนึงที่ทำให้มันเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ พอสมัยนึงมาเป็น iPhone ก็เปลี่ยนจากเครื่องเล็ก ๆ แล้วค่อยมาเป็นเครื่องใหญ่ อย่างเรื่องแฟชั่นที่แต่ก่อนไม่ค่อยมีคนใส่แนววินเทจ พอเดี๋ยวนี้แนววินเทจก็กลับมาฮิต คือมันมีการหมุนเวียนกันตลอด เรื่องเพลงก็เป็นแบบนี้เหมือนกันครับ ช่วงนี้มันอาจจะมาแรงมาก ๆ แต่สักวันนึงมันก็อาจจะซาลง ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นผมคิดว่ากระแสมันอาจจะอยู่กลาง ๆ ไม่พุ่ง แต่ก็ไม่หายจากไปเลย เพราะว่าแร็ปเปอร์เดี๋ยวนี้พยายามปรุงให้มันเสพง่าย มีความป๊อปมากขึ้น เพราะผมว่าดนตรีป๊อปเนี่ย ยังไงมันก็เป็นอะไรที่เป็นสากลอยู่แล้ว ถ้าผสมผสานให้มันดี ๆ ยังไงคนก็ยังฟัง

ไอเดียการผสมเพลงพื้นบ้านเข้ากับฮิปฮอปในเพลง คิดฮอดบ้าน มาจากใคร

มาจากพี่ ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า ครับ เค้าเป็น music director ของโปรเจกต์ FUSE ที่ทำกับค่ายแกรมมี่ พี่เค้าจะเป็นคนวางคอนเซ็ปต์ไว้ทั้งหมดเลยทั้งห้าเพลง แล้วก็จะมาเลือกศิลปินที่เหมาะกับแต่ละเพลง ผมก็ต้องขอขอบคุณพี่ตุล และรู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่พี่เค้าเลือกผมมาแร็ปเพลง คิดฮอดบ้าน  ซึ่งตัวผมเองก็เป็นเด็กต่างจัดหวัด มันเลยทำให้เราเล่าเรื่องได้อิน และพยายามเล่าออกมาให้เห็นภาพชัดที่สุดเท่าที่จะเล่าได้ นอกจากนี้ผมเองก็ไม่ค่อยได้แร็ปภาษาอีสานหนัก ๆ เท่าไหร่ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้แร็ปภาษาบ้านผมลงไปในดนตรี trap แล้วก็ได้เป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับคุณ เต๊ะ ตระกูลตอ ด้วย ซึ่งเขาเป็นศิลปินลูกทุ่งที่กำลังโด่งดังมาก ๆ ในตอนนี้ เพลงนี้ถือเป็นอีกเพลงที่ผมชอบมาก ๆ นะ เพลงแบบนี้แหละที่ผมอยากให้มันดังแบบที่ผมเคยพูดไว้ในคำถามเป้าหมายสูงสุดของการเป็นแร็ปเปอร์ แต่มันก็ยังไม่ฮิต ถ้ามีคนฟังแล้วเค้าอิน เค้าจะได้อะไรกลับไปเยอะมาก แต่มันก็โอเคครับ มีบางคนที่ส่งเมสเสจมาหาผมว่าเพลงดีมาก ๆ แค่มีคนชอบก็โอเคแล้ว (FJZ: ตอนพี่ตุลสัมภาษณ์ถึงโปรเจกต์ FUSE เค้าก็บอกว่าชอบเพลงนี้ที่สุดนะ) จริงหรือครับเนี่ย ดีใจมาก ๆ เลย ในโปรเจกต์นี้ผมชอบเพลง โรงเรียนเก่า แล้วก็เพลงของผมมากที่สุดนี่แหละ ผมรู้สึกมันเรียลมาก ถ้า music director ชอบผมก็แฮปปี้แล้วครับ (หัวเราะ)

เห็นว่าเต๊ะเขาแร็ปเป็นครั้งแรกด้วย ในฐานะแร็ปเปอร์มาเจอศิลปินลูกทุ่งแร็ปได้โฟลวมาก ๆ เราได้ให้คำแนะนำอะไรเขาไหม

จริง ๆ ในสตูดิโอผมไม่เจอเต๊ะนะครับ เพราะว่าอัดเพลงคนละที่กัน มาเจอกันทีตอนถ่ายมิวสิกวิดิโอ ซึ่งในตอนแรกเนี่ย เต๊ะเค้าบอกว่าเค้าไม่รู้นะครับว่าเทคนิคนั้นมันคือการแร็ป เค้าก็แค่ร้องภาษาอีสานเร็ว ๆ ด้วยสไตล์ลูกทุ่งของเขาอย่างเพลง ห่อหมวกฮวกไปฝากป้า ที่เค้าทำกับ ลำเพลิน วงศกร มันก็จะมีการร้องเร็ว ๆ ของมันอยู่ สุดท้ายเต๊ะเค้าก็บอกว่าเค้าทำได้ ซึ่งมันก็ออกมาดี เป็นคนที่เก่งมากครับ

ตอนร่วมงานกับพี่ตุลในสตูดิโอเป็นยังไงบ้าง

พี่เค้าให้อิสระในการทำงานกับผมเยอะ ทำให้ผมถ่ายทอดสไตล์ของผมออกมาในเพลงได้เต็มที่ บรรยากาศในสตูดิโอก็สนุกสนานมากครับ แต่ว่าในวันนั้นเสียงของผมจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะผมไม่ค่อยสบายนิดนึง แต่ก็พยายามร้องออกมาให้ชัดที่สุด ปัญหามันอยู่ที่ผมเองแหละ (หัวเราะ) แต่ก็ออกมาโอเคครับ พี่ตุลนี่ก็เก่ง ทำดนตรีออกมาดีมาก

SIR POPPA LOT ในฐานะอะไรก็ได้

ในอนาคตจะทำเพลงที่ผสมเพลงพื้นบ้านเข้าไปอีกไหม

ตอนนี้ยังไม่ได้คิดไว้เลยครับ เพราะเพิ่งทำเพลง คิดฮอดบ้าน กับโชว์ใน The Rapper ที่ผสมความอีสานลงไปแล้ว ถ้ามีโอกาสได้ทำอีกจริง ๆ ก็อยากทำครับ แต่อยากทำให้มันออกมาเป็นการผสมผสานที่ลงตัวจริง ๆ  ไม่อยากทำให้มันไปเน้นอีสานมาก เพราะเวลาที่เราร้องอีสานลงไปในเพลงแร็ปเยอะ ๆ แล้ว มันจะเหมือนกับเพลงของประเทศเพื่อนบ้านเราไปเลย สำเนียงมันจะใกล้ ๆ กัน พอเป็นงั้นแล้วคนฟังก็อาจจะไม่เก็ต เพราะคนที่ฟังอีสานได้จริง ๆ นั้นมีน้อย คนภาคกลางบางทีเค้าฟังไม่ออก อาจจะเป็นการใส่เสียงเครื่องดนตรีไทยเข้าไปแทนอะไรงี้

ที่อีสานมีกลุ่มแร็ปเปอร์เยอะไหม เห็นมี VKL แล้วก็ SIRPOPPA เล่าซีนที่นั่นให้ฟังหน่อย

จริง ๆ ในยุคที่ผมโตมา มีแร็ปเปอร์ที่เป็นอันเดอร์กราวด์ในภาคอีสานเยอะเลยครับ มีที่ขอนแก่น อุดรธานี แล้วก็อุตรดิตถ์ แต่ด้วยเวลาและหน้าที่ ประกอบกับโลกความเป็นจริง จึงทำให้บางคนต้องพักเรื่องดนตรีไป แต่ตอนนี้ก็ยังมีแร็ปเปอร์อยู่นะครับ อย่างจังหวัดอุดรธานีก็จะมีวง UDT BOY$ ที่ผมก็ชอบ ทำเพลง trap ดีเลย แต่ว่าด้วยการที่เค้าไปสุดในทางนั้นเลย ก็อาจจะทำให้มีคนฟังเฉพาะกลุ่ม อย่างที่ผมเคยบอกไว้ว่ายุคนี้การแข่งขันมันเยอะ ซึ่งพอมันเยอะ คนก็ไม่รู้ว่าควรจะต้องฟังใคร ในขณะที่ศิลปินที่มีค่ายก็จะมีสปอตไลต์ส่องมาเยอะหน่อย มีพื้นที่สื่อมากขึ้น แต่อันเดอร์กราวด์อาจจะไม่มีแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่ภาคอีสานมีแร็ปเปอร์ที่มีฝีมือเยอะมาก

ไม่ใช่แค่แร็ปอีสาน แต่มีเพลงลูกทุ่งหรือหมอลำที่เอาท่อนแร็ปใส่เข้าไปด้วย รู้สึกยังไงบ้างที่ฮิปฮอปมันไปถึงทุก ๆ กลุ่มคนฟังแล้ว

ดีเลยครับ อย่างที่บอกว่าต่างประเทศฮิปฮอปเค้าดังกันมานานแล้ว อย่างชาร์ตเพลงของต่างประเทศมักจะมีเพลงฮิปฮอปติดท็อปห้าตลอดมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว พวก Eminem, Jay-Z หรือ Drake นี่ก็ติดชาร์ต Billboard มานานแล้ว แต่ว่า Drake เพิ่งจะมาบูมในไทยไม่นานนี้ แล้วผมก็รู้สึกว่าแนวเพลงอื่นเค้าเลยมองเห็นอะไรบางอย่างในฮิปฮอป เหมือนเค้าเองก็รอจังหวะอยู่เหมือนกันนะ ผมได้มีโอกาสลองคุยกับศิลปินหลายท่านที่เป็นพี่ ๆ ในวงการ เค้าก็มาบอกกับผมว่าจริง ๆ แล้วพี่เขาชอบฟังเพลงฮิปฮอปนะ แต่เค้าก็รอจังหวะอยู่เพราะคนไทยยังไม่อิน พอช่วงนี้มันเข้าล็อก ฮิปฮอปเริ่มมา เค้าก็เลยเริ่มเอาแร็ปเปอร์มา featuring ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้วครับ ผมเองก็แฮปปี้ครับที่เห็นทั้งหมอลำ วงร็อก หรือแนวอื่น ๆ ที่เอาท่อนแร็ปไปใส่ อย่างแนวป๊อปเองก็เริ่มมีศิลปินฮิปฮอปทยอยไป featuring ด้าน commercial เองก็มีฮิปฮอปเยอะมากขึ้น ไปถ่ายโฆษณาอะไรงี้ ผมคิดว่าในไทยมันควรจะเป็นงี้ตั้งนานแล้ว (หัวเราะ) พอในไทยมีการเปิดรับมากขึ้นก็รู้สึกว่าอุตสาหกรรมดนตรีบ้านเรามีการพัฒนาไปในทางที่ดี อย่างตอนที่ผมไปเกาหลีเนี่ย ไม่ว่าผมจะเดินไปที่ไหน ซอยไหน หรือร้านเล็กขนาดไหนเนี่ย เค้าก็เปิดเพลงฮิปฮอปกันหมดนะ ขนาดร้านเครื่องสำอางผู้หญิงยังเปิดเพลงฮิปฮอปเลย (FJZ: รายการ Show Me The Money นี่ก็มีตั้ง 7 ซีซั่นแล้วเนอะ) ใช่ครับ ที่นู่นเค้าซัพพอร์ตกันมาก คนเค้าอินกันมาก พอได้ไปเจอแบบนั้นผมก็คิดว่าดีจังเลย อยากให้บ้านเราเป็นอย่างนี้บ้าง แบบไปเดินจตุจักรแล้วได้ยินคนเปิดฮิปฮอปงี้ แต่ตอนนี้ก็เริ่มมีแล้วนะครับ ผมไปเดินตลาดรถไฟก็พอมีบางร้านเปิดเพลงฮิปฮอปบ้าง

สัมภาษณ์ SIR POPPA LOT

ที่มาของเพลง ในฐานะอะไรก็ได้

ตอนที่ผมปล่อยเพลง ใจบาง ไป มันก็จะมีคอมเมนต์ใน YouTube ประมาณว่า ‘ใจบางได้ไหม ในฐานะ FC ก็ได้’ ผมก็เลยคิดว่าคำนี้มันได้ว่ะ ผมเลยลองไปศึกษาต่อว่าคำพวกนี้ มุขพวกนี้มันคืออะไร มีไปเสิร์ชทวิตเตอร์เพิ่มดู แล้วก็รู้ว่ามันเป็นคำที่เค้าเล่นกัน เป็นแฮชแท็กอะไรประมาณนี้ จากนั้นผมก็อยากเอามาต่อยอดจากเพลง ใจบาง ที่ต้องทำให้มันมีอารมณ์ที่ต่อเนื่องต่อจากเพลงนี้ ผมก็เลยขึ้นโครงเพลงมา โดยมีเทคนิคเหมือนเดิม คือเขียนเนื้อร้องกับทำนองก่อน ก็จะเป็นท่อนฮุกที่มีคำจากประโยคนั้นแหละคือ ‘คิดถึงเธอได้ไหมแค่ในฐานะอะไรก็ได้’ แล้วค่อยไปใส่ดนตรีทีหลัง

การร่วมงานกับ P-HOT

ผมกับ ปอนด์ เนี่ยรู้จักกันมานานแล้ว เคยทำเพลงด้วยกันสมัยอันเดอร์กราวด์เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว เป็นโปรเจกต์คู่ ทำได้สองเพลง แล้วต่างคนก็ต่างโตไปในทางเดียวกัน จนวันนึงเค้าก็ขึ้นมามีชื่อเสียงได้เพราะเพลงฮิตที่เขาทำ ส่วนผมก็เข้ามาอยู่ค่าย ME Records ผมก็เลยรู้สึกว่ามันน่าจะถึงเวลาแล้วที่เราควรจะกลับมาร่วมงานกัน รวมถึงคอนเซ็ปต์ในเพลงนี้ด้วย พอผมทำออกมาแล้วก็นึกถึงเค้า ผมคิดว่าเค้าน่าจะเหมาะที่สุด เพราะปอนด์เค้าจะเป็นสายที่ทำเพลงแร็ปเนื้อหาง่าย ๆ มีความป๊อปผสมอยู่ แถมผมกับเค้าเนี่ยเป็นรุ่นเดียวกันเลย เป็นเพื่อนสนิทกันอยู่แล้ว ซึ่งถ้าผมไปฟีตกับน้อง ๆ แร็ปเปอร์เนี่ย มันก็ดูเหมือนจะข้ามรุ่นไปหน่อย คนฟังอาจจะตกใจ ทีนี้พอผมทำเดโม่เสร็จ ปอนด์เค้าก็ฟังแล้วก็ชอบมาก จึงตอบตกลงทันที

ตอนถ่าย MV มีความยากง่ายยังไง

ที่ยากน่าจะเป็นเรื่องของเวลากับการที่ต้องใช้ CG เยอะครับ ทีมเค้าต้องถ่ายบล็อกช็อตเลโก้ก่อน แล้วค่อยถ่ายตัวผมผ่าน green screen แล้วทีนี้มันต้องวางบล็อกให้ตรงเป๊ะว่าตรงนี้จะนั่งหรือจะนอน ทุกอย่างมันต้องซิ้งค์กับที่เค้าวางไว้หมดครับ แล้วเลโก้มันก็เป็นชิ้นเล็ก ๆ ด้วย มันยากตรงที่ต้องหามุม กับจัดแสงให้มันสวย นอกจากนี้ที่สตูดิโอก็ค่อนข้างเล็ก ประกอบกับอากาศร้อนมาก ๆ พอโดนไฟสปอตไลต์เข้าไปอีกก็ยิ่งร้อน แอร์สู้ไม่ได้ แต่ทุกอย่างก็ออกมาโฟลวดี งานออกมาก็สวยงามและน่ารักมากครับ

การร่วมงานกับ ME Records

จริง ๆ มีโอกาสไปคุยกับหลายค่ายเลยครับ แต่ว่ามาลงตัวกับพี่ ฟองเบียร์ ที่สุด พอคุยกับพี่เค้าแล้วผมรู้สึกว่ามันมีอะไรที่เรายังขาดอยู่ และเราก็ไม่อยากให้ความเป็นตัวตนของเราลดลงไปด้วย พี่เค้าจะเป็นคนที่มีประสบการณ์เยอะ เพราะเคยทำงานที่ค่ายยักษ์ใหญ่มาก่อน อย่างในฐานะที่เค้าเป็นผู้บริหารเนี่ย ควรจะต้องมีกฏเกณฑ์ยังไงให้ศิลปินอยากอยู่กับเราไปนาน ๆ ต้องทำยังไงศิลปินถึงจะแฮปปี้ ผมเองก็ทำงานได้ง่ายด้วย เพราะว่าเค้าให้โอกาสผมเป็นตัวของตัวเอง แถมให้เราเลือกคนมาร่วมงานเองได้ ไม่ว่าจะเป็นโปรดิวเซอร์ คน featuring ทีมโปรดัคชั่น หรือนางเอกมิวสิกวิดิโอ คือทุกอย่างมันเหมือนเดิมเลยครับ เพียงแต่ว่าเรามีหลังบ้านที่แข็งแรงขึ้น มีทีมมาร์เก็ตติ้ง และการโปรโมตที่ดีขึ้น

SIRPOPPA ได้ประสบการณ์อะไรมาจาก The Rapper บ้าง

ผมได้ทำโชว์ที่ไม่คิดว่าจะได้ทำในชีวิตเลย นั่นคือประสบการณ์ที่ดีที่สุดที่ผมได้รับ ภาพที่ผมเคยคิดไว้ว่าอยากทำโชว์แบบไหน ผมก็ได้ทำ อาจจะเพราะบังเอิญด้วยมั้งครับที่ผมได้เข้าไปถึงรอบชิง ทำให้ผมมีโอกาสได้ทำโชว์หลายโชว์มาก จนได้ทำครบที่ผมอยากทำจริง ๆ ได้ทำงานร่วมกับทีมเบื้องหลังหรือทีมสายงานโทรทัศน์ที่เป็นมืออาชีพด้วยครับ โปรดิวเซอร์เก่ง ครีเอทีฟก็ดี เค้าสามารถทำภาพที่เราต้องการออกมาได้จริง ๆ ซึ่งหลังจากนี้ผมน่าจะไม่ได้ลงแข่งรายการอะไรอีกแล้วครับ เพราะว่าผมได้ทำไปหมดแล้ว ก็คงจะทำเพลงออกมาให้ได้ฟังกันมากกว่า

เชียร์ใครในรายการ The Rapper 2 ไหม

ผมเชียร์หลายคนเลยฮะ พูดไปแล้วเดี๋ยวคนอื่นน้อยใจ (หัวเราะ) ซีซั่นสองจะเป็นศิลปินหน้าใหม่ค่อนข้างเยอะ มีหลายคนที่ผมไม่รู้จักเลย พอได้เห็นความสามารถก็คิดว่าเด็กรุ่นนี้มันเก่งจริง อายุแค่นี้เอง แต่ทำได้ขนาดนี้ นี่ก็ใกล้จะรอบชิงแล้วด้วย แต่จริง ๆ ผมก็แอบเชียร์ให้แชมป์ของซีซั่นสองเป็นผู้หญิงนะ จะได้มีหลากหลายรสชาติหน่อย

SIRPOPPA ในฐานะอะไรก็ได้

ศิลปินที่อยากไปร่วมงาน

หลายคนมากเลยครับ ถ้าในไทยตอนนี้มีเดโม่เพลงใหม่ที่อยากทำร่วมกับ The TOYS เหมือนเค้าเคยให้สัมภาษณ์ว่าศิลปินที่เค้าชื่นชอบก็คือ Jayrun ซึ่งเขาก็อยู่ J$R หรือวงผมเองนี่แหละ และพอผมได้ฟังท่อนแร็ปในเพลง ลาลาลอย (100%) ที่สไตล์การแร็ปเค้าจะมีกลิ่นอายของความเป็น Jayrun อยู่ ผมเลยรู้สึกว่าเค้าคงชอบจริง เพราะเค้าได้อิทธิพลมา แถมเวลาเค้าให้สัมภาษณ์ก็กวนดีด้วยครับ ปั่น ๆ ดี ผมชอบ (หัวเราะ)  

มีคอนเสิร์ตที่อยากไปเล่นเป็นพิเศษไหม

อยากไปเล่นในงานฮิปฮอปที่ต่างประเทศครับ ผมได้มีโอกาสไปดูเฟสติวัลที่เกาหลีมา vibes มันดีมาก เราอยากไปเล่นคอนเสิร์ตระดับนั้นบ้าง เพราะว่าตอนนี้ในไทย เวทีใหญ่ ๆ ผมก็เล่นมาเกือบหมดแล้ว แต่ก่อนผมฝันว่าอยากเล่น Big Mountain Music Festival มาก เป็นเวทีที่อยากไปเล่นมากที่สุดเวทีหนึ่ง จนเมื่อปีที่แล้วก็ได้ไปเล่นมาแล้ว รวมถึงในปัจจุบันนี้ก็มีแร็ปเปอร์ชาวต่างชาติมาเป็นศิลปินรับเชิญพิเศษในบ้านเราบ่อยมากขึ้น ซึ่งผมก็อยากให้งานบ้านเค้าเชิญศิลปินบ้านเราไปเป็นศิลปินรับเชิญบ้าง ผมเชื่อว่าศักยภาพของแร็ปเปอร์ในบ้านเราตอนนี้ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าใครเลย ซึ่งในอนาคตก็อาจจะเป็นไปได้ครับ

SIRPOPPA ฟังดนตรีแนวอื่นนอกจากฮิปฮอปบ้างไหม

ฟังเยอะเลยครับ สำหรับเพลงฮิปฮอปนี่ผมฟังเพราะชอบแล้วก็อัพเดตเทรนด์อยู่แล้วครับ ใครออกเพลงใหม่หรืออัลบั้มใหม่ก็ฟังตลอด แต่เอาจริง ๆ เวลาผมที่อยู่คนเดียวเนี่ย ผมไม่ค่อยฟังฮิปฮอปนะครับ เพราะว่ามันเหมือนการล้างหู เวลาชิว ๆ ฝนตก บรรยากาศง่วง ๆ แบบนี้จะให้ผมมาฟังฮิปฮอป turnt มางี้ มันก็ไม่ได้ครับ (หัวเราะ) ผมก็จะไปฟังแนวอื่น โซล r&b ร็อก ป๊อป หรืออินดี้ก็ฟัง เพราะว่าผมเล่นดนตรีมาก่อน ตอน ม.ปลาย นี่ผมตีกลอง แล้วก็มีไปประกวดดนตรี ซึ่งตอนนั้นก็จะฟังเพลงเยอะมาก ผมก็เลยฟังเพลงหลายแนวมาตลอดตั้งแต่เด็ก ๆ อย่างการฟังดนตรีแนวอื่นมันก็มีข้อดีครับ เราไปจับเสน่ห์ของแนว ๆ นั้น แล้วเอามาผสมกับแนวที่เราทำ พอเรามาทำเพลงจริง ๆ การฟังเพลงนี่มันไม่ได้ฟังเพื่อผ่อนคลายอย่างเดียวแล้ว บางทีเราฟังเพื่ออยากรู้ว่าเค้าใช้เทคนิคอะไรยังไง เราจะฟังลึกกว่าเดิม

คิดเห็นยังไงกับเรื่องแฟชั่นและการแต่งตัวในสมัยนี้

ก็คงมิกซ์แอนด์แมตช์ แล้วก็เป็นตัวของตัวเองครับ เอาที่ใส่แล้วเรามั่นใจ ล่าสุดมันถึงยุคที่เราจะใส่อะไรก็ได้ แฟชั่นมันฉีกไปหมดแล้ว แล้วก็ตอนนี้มันมี anti-fashion ด้วย ผมชอบ Demna Gvasalia ซึ่งเค้าเป็นดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ Vetements หรือยกตัวอย่าง Virgil Abloh ที่เค้าทำแบรนด์ Off-White ก็ได้ แต่ก่อนหลาย ๆ แบรนด์จะพยายามดีไซน์ให้รองเท้ามันเก็บตะเข็บ แต่ตอนนี้ Off-White เค้าเอาตะเข็บออกมาเลย หรือจะเอา Zip Tie มาคล้องก็ได้ แม้แต่เรื่องขอบรองเท้าที่แต่ก่อนเคยเย็บให้มันสนิท ไม่เห็นฟองน้ำ ตอนนี้ก็เปิดฟองน้ำออกมาให้ดูเลย พวกนี้แหละมันคือ anti-fashion และผมมองว่าแฟชั่นตอนนี้มันเป็นอะไรก็ได้ จะใส่อะไรก็ได้แล้วครับ

ฝากผลงานของ SIRPOPPA

ตอนนี้ผมปล่อยเพลงใหม่ออกไปแล้วสองซิงเกิ้ลคือ ใจบาง กับ ในฐานะอะไรก็ได้  สามารถดูได้ทาง YouTube ทั้งสองเพลงเลย โดยเพลงล่าสุดได้น้อง มินนี่ ภัณฑิรา มาเล่นมิวสิกวิดิโอด้วย ก็จะเป็นเพลงที่มีความน่ารัก สดใส อยากให้ทุกคนลองเข้าไปฟังกันดู และยังสามารถดาวน์โหลดได้แล้วทุกแอพลิเคชั่นเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น Joox, Spotify หรือ iTunes หลังจากนี้ก็จะมีเพลงของ J$R ออกมาเร็ว ๆ นี้แน่นอน แล้วก็มีซิงเกิ้ลที่ไปร่วมฟีทเจอริ่งกับศิลปินอีกหลายท่านเลยที่ยังไม่ได้ปล่อย เพราะฉะนั้นทั้งปีนี้มีผลงานมาให้ฟังกันอีกเยอะเลยครับ รอติดตามกันได้เลย

 

บทความที่คุณอาจจะสนใจ

Hip Hop is My Life : Twopee Southside

คุยกับ MAIYARAP – ไมยราพ แร็พเปอร์มาดเท่ชื่อจำง่าย

คุยกับ F.HERO (กอล์ฟ), Lazyloxy (ท้อป) และ OG-ANIC  

เส้นทางชีวิตที่ไม่ง่ายของ Nana The Rapper – นานา ภัทรวรินทร์ ซู

BlacksheepRR กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรายการ The Rapper

Facebook Comments

Next: