Taitosmith (ไททศมิตร) 

Article Interview

TaitosmitH วงอินดี้เพื่อชีวิตที่อยากเป็นกระบอกเสียงให้คนไทยทุกคน

  • Writer: Peerapong Kaewthae
  • Photographer: Chavit Mayot

นอกจากอินโทรอันชดช้อยสวยงามแต่แฝงไปด้วยความโศกเศร้าจับใจที่ทำให้เราตกหลุมรัก เป็นตะลิโตน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง ในหัวก็เต็มไปด้วยคำถามว่า ‘ตะลิโตน’ แปลว่าอะไรหว่า ก่อนจะไปทำความรู้จักกับ Taitosmith (ไททศมิตร)  ต่อด้วยเพลง Pattaya Lover ต่อ แล้วก็ต้องทึ่งในการเขียนเนื้อเพลงที่ใช้อีสานคำอังกฤษคำได้อย่างลงตัว

Fungjaizine เลยขอนัดเจอกับหกหนุ่มเจนโลกที่เหมือนม้ามืดแห่งวงการอินดี้วงนี้ทันที เมื่อได้พูดคุยกับ Taitosmith (ไททศมิตร)  ก็ทำให้เราเห็นว่าพวกเขาเป็นวงที่มีอุดมการณ์แรงกล้า มีแนวคิดที่แตกต่างและยิ่งใหญ่ไม่เหมือนวงดนตรีทั่วไป รับรองว่าอ่านจบแล้วทุกคนจะอยากเอาใจช่วยวงดนตรีวงนี้ต่อ

สมาชิก
จ๋าย—อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี (ร้องนำ, กีตาร์)
โมส—ตฤณสิษฐ์ สิริพัชญาษานต์ (ร้องนำ, กีตาร์)
เจ—ธนกฤต สองเมือง (คีย์บอร์ด)
มีน—ปัณณสิทธิ์ สุขโหตุ (กีตาร์โซโล่)
เจต—เจษฎา ปัญญา (เบส)
ตุ๊ก—พัฒนภูมิ ชอุ่มผล (กลอง)

TaitosmitH (ไททศมิตร) แปลว่าอะไร

จ๋าย: เริ่มจากวันที่เราไปอัดเดโมก็ยังไม่มีชื่อวงเลยครับ แล้วโมสก็เสนอคำหนึ่งขึ้นมาว่า ไท

โมส: ผมชอบคำว่าไทมากไม่รู้ว่าเพราะอะไร คำว่าไทคือเป็นไทอะครับเป็นอิสระเป็นเอกภาพ แล้วมันคือคำว่าไทยจากไทยแลนด์น่ะ ทั้งไทยในด้านเชื่อชาติและไทในด้านอิสรภาพ

จ๋าย: ก็คือเราใช้ไทที่ไม่มียอยักษ์แต่มันพ้องเสียงที่แปลว่าประเทศไทยด้วย เพราะเราอยากสื่อสารกับคนไทยก่อน ตอนแรกได้คำว่า ไท ก่อน แล้วก็มีน้องเจมือคีย์บอร์ดเหมือนคุยกับเพื่อนเรื่องการเลี้ยงรุ่นอะไรซักอย่างหนึ่ง รุ่นเขาชื่อ… (เจ: ไตรทศมิตร) ไตรที่แปลว่าสามใช่มั้ยครับ เออ สระเดียวกัน ผมเลยปิ๊งเลยหรือว่า ‘ไททศมิตร’ วะ แล้วทศมิตรแปลว่าอะไร เจก็บอกว่าทศแปลว่าสิบ มิตรแปลว่าเพื่อน พวกเราก็เคยมีเจ็ดคน ตอนนี้เหลือหกละ เราก็พูดเสมอว่าทีมงานเราก็เปรียบเสมือนวงเหมือนกัน เราก็อยู่กันเป็นสิบเลย งั้นไททศมิตรละกัน เพื่อนเยอะดี พูดถึงอิสรภาพด้วย เป็นปักเจก ซึ่งพวกอิสรภาพอะไรงี้คงจะมาในเพลงต่อ ๆ ไป

แล้วรูปโลโก้เนี่ยคือรูปอะไร เหมือนเป็นรูปศาลเจ้าญี่ปุ่น

จ๋าย: ความจริงมันเป็นตัวอักษรย่อตัว T ของคำว่าไทครับ ทศก็เป็นตัว T เป็นตัวทีสองตัวเชื่อมกัน แล้ว Smith คือตัว H ข้างหลังก็ขีด (วาดให้ดูในอากาศ) มันก็กลายเป็นรูปศาลเจ้า เราเลยมองว่า เฮ้ย มันเป็นกึ่งเหมือนศาลเจ้าเหมือนเสาชิงช้า เราก็ดูแล้วใช้สัญชาตญาณล้วน ๆ เลยมันดูแข็งแรง ดูมั่นคงดี เลยฟันธงว่าเอาอันนี้แหละ (FJZ: เสาชิงช้าก็เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย) เป็นไทยผสมด้วยเพราะเสาชิงช้าก็ไม่ใช่ของคนไทยแต่ดั่งเดิม เราก็กำลังพูดถึงยุคเก่ากับยุคใหม่ ลูกผสม ครึ่งมอญครึ่งจีนที่มีความเป็นไทยผสมอยู่

ที่มาที่ไปของเพลง เป็นตะลิโตน – Taitosmith (ไททศมิตร) 

จ๋าย: เพลงนี้ได้ reference มาจากเพลง Pattaya Lover คือเพลงแรกที่เราแต่งเป็นป๊อป แล้วในเพลงพัทยาเนี่ยมันมีเนื้อบาง ๆ ของคำว่า ‘ตะลิโตน’ อยู่ ผมก็เลยปิ๊งต่อมาเป็นไอเดียที่สองว่า คำว่า ‘เป็นตะลิโตน’ ผมได้ยินมาตั้งแต่เด็กสมัยยังอยู่อีสาน คนอีสานจะชอบใช้ในกรณีที่เหมือนไม่ได้สงสารจริง ‘โอ๊ย น่าสงสารจังเล้ย’ (เสียงสูง) อะไรประมาณนี้ ‘เป็นตะลิโตนแท้’ เป็นสำเนียงแบบนี้เสมอ ผมเลยรู้สึกว่ามันมีความเป็นเฉพาะมากเลย ภาคไหนเขาจะใช้กันรึเปล่าไม่รู้ แต่ภาคอีสานเขาใช้แบบนี้กัน มีความจิกกัดถ้าคนไม่เข้าใจความหมายจริงเขาก็จะฟังเป็นแบบโอ๊ยน่าสงสารจริง ๆ แต่ความจริงมันการจิกกัดที่แบบ น่าสงสารจังเลยนะมึงน่ะ อะไรประมาณนี้ ก็เล่าเรื่องผู้หญิงคนหนึ่งที่เสียใจเรื่องความรักแต่ก็ยังทนอยู่ เอ๊อ น่าสงสารเนอะ

อะไรทำให้อยากใส่ภาษาอีสานเข้าไปในเพลงของตัวเอง

จ๋าย: ความจริงผมเป็นคนใต้แต่ไปโตอีสาน แล้วก็โมสเกิดอีสานโตอีสาน หน้าที่เขียนเพลงก็จะเป็นผมกับโมส พอมันมาจาก Pattaya Lover แหละครับ เพลงแรกดันเป็นภาษาอีสานเพราะเราเรฟจากคนอีสาน พอเพลงที่สองเราได้ศัพท์อีสานก็เลยเป็นกฎบังคับว่าต้องภาษาอีสาน คือเราไม่ได้ตั้งใจจะทำภาษาอีสานตลอด มันมาเพราะจังหวะกับความบังเอิญมากกว่า แต่เราก็คุยกันนะว่าไม่อยากให้คนดูผิดหวัง ก็น่าจะมีเพลงอีสานอีกแต่คงไม่ใช่ทุกเพลง

แล้วจะทำเป็นภาษาใต้ไหม

จ๋าย: คิดอยู่ครับ น้องมีนก็เป็นคนใต้โดยกำเนิดเหมือนกัน แต่พอพวกผมเป็นคนเขียนพอเราไม่ถนัดในการใช้ภาษา ก็ไม่รู้แต่ละคำของภาษาใต้มีน้ำหนักมีความลึกยังไง ก็ยังไม่สามารถเขียนได้ตรงนี้ แต่มีความคิดว่าอยากเขียนเหมือนกัน แต่ละภาษาผมว่าก็มีความเฉพาะและสวยต่างกัน ภาษาถิ่นเนี่ยแปลกมากเลย ถ้าสมมติเอาภาษาถิ่นมาแต่งเพลงจะง่ายกว่าการใช้ภาษากลางแต่งเพลงมาก เพราะมันผันวรรณยุกต์ยังไงก็ได้ หลายคำเลย แต่ภาษากลางไม่สามารถผันได้ ความหมายเปลี่ยนทันที

ยุคนี้ศิลปินหลายคนก็ทำเพลงด้วยภาษาถิ่นของตัวเอง BOYJOZZ หรือ Rasmee คิดว่าการทำเพลงภาษาถิ่นมันดียังไง

โมส: ตอนเขียนมันไม่ได้นึกถึงข้อดีข้อเสียหรอกครับ ไม่มีในหัวเลยด้วยซ้ำ เรารู้สึกเราอยากเขียน ภาษามันอยู่ในนี้อยู่แล้ว (ชี้ที่หัว) มันไม่ต้องคิดด้วยซ้ำว่ามันดียังไง แค่เราถ่ายทอดออกมาในสิ่งที่เราอยากถ่ายทอดมันก็คือจุดประสงค์หลักมากกว่า

จ๋าย: พอเราทำเสร็จแล้วแล้วพอเพลงมันออกไป มันดีตรงที่ว่า ณ ตอนนี้หลาย ๆ วงเขาก็ทำแบบนี้ มันเหมือนการยกระดับภาษาไปอีกสเต็ปหนึ่ง จากที่เรามองว่าภาษาอีสานเป็นภาษาบ้าน ๆ เป็นภาษาถิ่นแต่งได้แค่ลูกทุ่งเพลงลูกกรุงอะไรเท่านั้นมันไม่จริงแล้ว เราสามารถทำเพลงที่เหมือนเพลงสากลก็ได้ อยู่ที่การเลือกใช้ภาษามากกว่า

เหมือนเพลงของไททศมิตรแล้วจะมีเรฟมาจากคนต่างจังหวัดที่เข้ามาอยู่ในเมือง ทำไมเราถึงอยากเล่าเรื่องพวกนี้

จ๋าย: ผมว่ามาจากชีวิตจริง (หัวเราะ) ถ้าไม่พูดผมก็ไม่คิดถึงขนาดนั้น มันคือเด็กที่พลัดถิ่นฐานมาทำงานมาโตมาเรียนที่กรุงเทพ หลายเพลงเลย

อย่าง Pattaya Lover นี่วงมีเบื้องหลังอะไรเกี่ยวกับพัทยารึเปล่า

จ๋าย: มันมาจากที่วงคุยกันว่าเพลงแรก ๆ อยากทำเพลงฟังง่าย ๆ ผมก็เลยได้โจทย์แบบจะแต่งเพลงป๊อปนะ แล้วไปเลี้ยงรุ่นกับเพื่อนที่พัทยาก็ไปซื้อส้มตำไปเจอลุงวิชัยที่อยู่ในเพลงเนี่ยเขาขายส้มตำ ก็คุยกันว่าเป็นคนสกลนครเหมือนกัน แล้วเขาก็ไม่ตำส้มตำซักที (หัวเราะ) คือคุยนานมาก ผมก็ไม่ได้กินส้มตำซะทีลุงก็ชวนคุยอยู่นั่น จนมีผู้หญิงฝรั่งเดินผ่านมาเขาก็แซวเป็นภาษาอังกฤษว่า มาดาม เฮลโล่ ไอเลิฟยู ยูแฮฟอะเทเลโฟนัมเบอร์? อะไรเงี่ย ผมก็รู้สึกว่าเฮ้ย ทำไมมันเท่จังเลย เราก็เคยได้ยินตั้งแต่เด็ก ๆ ละถ้าสังเกตแถวพัทยาจะมีคนอีสานอยู่เยอะ เขาก็จะพูดภาษาอังกฤษอย่างฉะฉานมากแต่สำเนียงเนี่ยไม่ได้เลย แต่เขามั่นใจมากและพูดอย่างเต็มที่ ผมรู้สึกว่ามันเป็นเสน่ห์และไม่เกี่ยงเลยเรื่องสำเนียง ไม่เห็นเกี่ยวเลยเรื่องกำแพงภาษา เลยเอามาแต่งเพลง ก็เป็นความบังเอิญ แต่ทั้งสองเพลงไม่ว่าจะเป็น Pattaya Lover หรือ เป็นตะลิโตน ก็มีความจิกกัดเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามภาษาเราอยู่แล้ว มันเป็นไปไม่ได้ที่พ่อค้าส้มตำจะไปรักกับผู้หญิงฝรั่ง เป็นตะลิโตน เราก็ไม่เฉลยคนดูอย่างที่เล่าให้ฟังมันแปลว่า น่าสงสารจังเลย ก็จะมีนิด ๆ หน่อย ๆ

ใน mv นั่นก็คือพี่วิชัยตัวจริงเลยหรอ

จ๋าย: ไม่ใช่ครับ (หัวเราะ) ไปหาเขาไม่เจอแล้ว (FJZ: เขาอาจจะได้กับมาดามคนนั้นแล้วก็ได้) (หัวเราะ) เขาจะรู้มั้ยว่าเราแต่งเพลงให้เขา

บางคนก็จะบอกว่าไททศมิตรเป็นวงเพื่อชีวิต

จ๋าย: ผมว่ากระแสมันน่าจะมาจากเล่นสดครับ คือวงเราไม่ได้มาจากออนไลน์หรือยูทูปครับ ส่วนหนึ่งมาจากเล่นสดเลยอย่างที่ PLAY YARD เขาก็มีความตกใจกันพอสมควรนะครับเพราะเขารู้จักเราแค่สองเพลง แต่พอไปถึงเออ วงนี้เป็นเพื่อชีวิตหรอ คือสองเพลงแรกอย่างที่บอกคือเราปล่อยมาอยากให้คนดูเข้าใจง่ายฟังง่ายจับต้องได้ แต่ต่อจากนี้จะเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ วงเราก็ยืนยันว่าเราทำเพื่อชีวิตอะไรเงี่ย ต่อให้เป็น Pattaya Lover หรือ เป็นตะลิโตน อาจจะไม่เพื่อชีวิตแต่มันมีจุดประสงค์เพื่อจิกกัดพยายามสื่อสารอะไรซักอย่าง ต่อไปก็จะเป็นเพื่อชีวิตแล้ว

คือจริง ๆ ก็มีเพลงเก็บไว้เหมือนกันแต่ยังไม่ได้ปล่อย

โมส: กำลังทำอยู่ครับ

จ๋าย: จะเปิดตัว EP ต้นปีหน้าตอนมกรากุมภาครับ

มินนี่(ผู้จัดการ) : จริง ๆ มีอีกเพลงหนึ่งน้า ลงฟังใจตั้งนานมากแล้ว อนัตตา 

จ๋าย: ใช่ครับ แต่ไม่มีคนฟัง ตอนนั้นเป็นเวอร์ชั่นเดโมเราลงฟังใจไว้ แล้วเพื่อเช็กฟีดแบ็กตอนทำวงแรก ๆ แล้วฟีดแบ็กไม่ดี แต่พอไปเล่นสดปุ๊บ กลายเป็นเพลงที่พูดถึงเยอะที่สุด เราเลยตกลงกันว่าเราไม่ทำแล้ว (FJZ: อ้าว!) เราให้มีในฟังใจที่เดียว เป็นเหมือนเวอร์ชั่นเดโมแล้วเราไม่ทำแล้ว พยายามสื่อสารชัดเจนแล้วว่าอนัตตาคือไม่มี เพลง อนัตตา เป็นเพลงแรกที่เราร่วมกันแต่ง พูดถึงชีวิต ความฝัน ความรัก สามอย่างซึ่งสุดท้ายปลายทางก็เหมือนกันคือมันไม่มีตั้งแต่แรก แล้วสุดท้ายมันก็ไม่มี เราก็พยายามใช้เพลงเนี่ยเล่นปิดโชว์เสมอเพื่อบอกตัวเองว่าเราไม่ได้เป็นอะไรเลยนะ เราไม่ได้เป็นใครเลย เราจะพยายามเล่นเพลงนี้เป็นเพลงปิดให้ได้นานที่สุดจนกว่าคนดูจะเบื่อ เลยตกลงว่าเราไม่ทำละเพลงนี้ เราไม่ฉวยโอกาสละกันว่าแบบคนดูชอบแล้วเราก็จะทำให้เขาฟัง เวอร์ชั่นเดโมที่ยังไม่สมบูรณ์มันเลยสมบูรณ์ที่สุดแล้วสำหรับเรา ถ้าฟังใจไฟล์จะหายนู่นนี่นั่นก็ให้มันหายไป มีแค่นั้น (ยิ้ม)

โมส: เอาเป็นว่าให้มาดูเราเล่นสดดีกว่า (หัวเราะ)

จ๋าย: เรารู้สึกว่าการสื่อสารแบบนี้มันตรง มันอิมแพคมากกว่าจะไปอัดใส่ออดิโอมาให้คนฟัง อนัตตาคือไม่มี ต่อให้สมมติเราทำเพลงอนัตตาแล้วเราโด่งดังมาก ก็ช่างมัน มันก็ไม่มีอยู่ดี เราอยากสื่อสารทางนี้มากกว่า อินดี้จัด เลยไม่มีใครเอา (หัวเราะ)

ถ้าอนัตตาคือปลายทางที่เราตั้งใจไว้ แล้วเป้าหมายหลักของวงคืออะไร

จ๋าย: เป้าหมายของแต่ละคนมันก็ต่างกันที่จะมาทำตรงนี้ แต่ในท้ายที่สุดแล้วที่ทุกคนมารวมกันได้เพราะอุดมการณ์หนึ่งที่อยากจะถือโทรโข่งที่ใหญ่ที่สุดที่เราจะทำได้ เพื่อสื่อสารทางเพลงทางศิลปะ ทางแอ็คชั่นที่เราจะสามารถทำได้เพื่อช่วยสังคม ช่วยเด็ก ช่วยคนที่เขาต้องการความช่วยเหลือ คนที่เขาอยู่ชายขอบของสังคมหรือคิดว่าตัวเองเป็นคนชายขอบของสังคม ผมรู้สึกว่าตอนนี้เสียงเรายังเล็ก ตัวเรายังเล็ก เราช่วยได้แหละ แต่ถ้ามันมีทางให้เราช่วยได้มากกว่านี้ ช่วยได้วงกว้างกว่านี้ เราก็จะทำ เป้าหมายเราคงไม่มีที่สิ้นสุดจนกว่าโทรโข่งของเราจะใหญ่ที่สุด อยากจะช่วยคนอื่น แล้วเรารู้สึกว่าเพลงจะพาเราไปได้ ถ้ามันไม่มีใครทำแล้วเดี๋ยวเราทำเอง

ซิงเกิ้ลต่อไปจะปล่อยเมื่อไหร่

จ๋าย: ซิงเกิ้ลต่อไปวางไว้ช่วงต้นปีครับ เรากะไว้ว่าตอนปีใหม่อะไรงี้ เป็นเพลงที่ออกคันทรี่หน่อย แต่เพลงที่สามก็จะตัวเชื่อมไปสู่เพลงที่หนักแล้วแต่ยังมีความซอล์ฟมีความคันทรี่อยู่ พยายามที่จะไม่กระชากอารมณ์คนดูเกินไป (หัวเราะ)

โมส: แล้วก็จะชัดในความเป็นเพื่อชีวิตมากขึ้นในด้านของเนื้อหา และดนตรีก็จะเป็นคันทรี่ยุคใหม่ ที่บอกมาตลอดว่าเป็นเพื่อชีวิตเนี่ย ก็จะได้เห็นในซิงเกิ้ลต่อไป

ฝากอะไรถึงคนที่เพิ่งรู้จักไททศมิตรหน่อย

จ๋าย: เราเป็นวงเล็ก ๆ นะครับ ที่พยายามทำบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่เกินตัวเรามากครับ และก็ไม่รู้จะไปถึงเมื่อไหร่ ก็ต้องขอบคุณทุกฝ่ายเลย พี่ ๆ ทีมงานในทุกทาง ค่ายที่ช่วยเราและคนฟัง ไม่งั้นเราก็คงมาถึงตรงนี้ไม่ได้ ก็ฝากสนับสนุนเราต่อไปด้วยครับ ก็จะพยายามทำเพลงออกมาให้ดีที่สุด และพูดกับสังคมและประเทศนี้ให้ชัดเจนและตรงไปตรงมาที่สุด

โมส: หลังจากนี้เราอาจจะถูกมองว่า ผมใช้คำว่าน่าจะละกัน น่าจะถูกมองว่าไททศเปลี่ยนไป ไททศไม่เหมือนเดิม ทำไมไม่กลับไปทำเพลง Pattaya Lover หรือ เป็นตะลิโตน ล่ะ ผมอยากบอกตรงนี้เลยว่าเราไม่ได้เปลี่ยนไป เราเป็นเราตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน เพลงพวกนี้เขียนขึ้นมาในช่วงเวลานั้น ๆ แค่มันไม่ได้ถูกปล่อยในช่วงที่คนฟังต้องการ ไททศก็ยังเป็นไททศ ไม่ว่าอัลบั้มหน้าหรืออะไรซึ่งเราก็เขียนเพลงเผื่ออัลบั้มหน้าเยอะมาก ไททศจะเป็นยังไงก็ฝากติดตามผลงานพวกเราด้วยครับ เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง (หน้าตาจริงจัง)

ติดตามข่าวสารของวง Taitosmith (ไททศมิตร)  และซัพพอร์ตพวกเขาได้ที่เพจ Taitosmith และไปฟังเพลง อนัตตา ที่มีอยู่บนฟังใจที่เดียวในโลกได้ >ที่นี่<

 

อ่านเพิ่มเติม

TaitosmitH แนะนำในเพลงใหม่ ถ้าเป็นได้แค่ ‘คางคก’ ก็จงหาความสุขที่พอดีกับเรา

ไม้หมอน วชิรวิทย์ นำเพลง ‘หลุด’ มาตีความหมายใหม่ ได้ TaitosmitH มาร่วมแจม

Facebook Comments

Next: