Article Interview

คุยกับ Zeal และ Tattoo Colour ก่อนไปรวมตัวกันมันในงาน Rockation

ช่วงเย็นวันหนึ่งที่บ้านฟังใจ เรามีนัดกับ Tattoo Colour และ Zeal เพื่อพูดคุยถึงเรื่องคอนเสิร์ต Rockation ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2562 ที่จะถึงนี้ โดยโปรเจกต์นี้เป็นงานที่ชวนศิลปินสามวงมาสลับกัน rearrange เพลงของแต่ละวงขึ้นมาใหม่ แล้วยังมีเพลง Let’s Go ที่เป็นเพลงธีมหลักสำหรับงานนี้ บอกเลยว่าขนาดได้สัมภาษณ์แค่สองวง บรรยากาศยังครื้นเครงขนาดนี้ ในวันงานที่จะมี Clash มาร่วมด้วยต้องสนุกสุดเหวี่ยงแน่นอน

สมาชิกวง Zeal 
เป็กซ์—ปราชญ์ พงษ์ไชย (ร้องนำ)
ชุ—ณัฐบวร เศรษฐกนก (กีตาร์)
ศิลา—ศิลา นามเทพ (กีตาร์)
ป๊อก—ต่อยศ จงแจ่ม (เบส)
เคน—ปรัชญา มีบำรุง (กลอง)

สมาชิกวง Tattoo Colour
ดิม—หรินทร์ สุธรรมจรัส (ร้องนำ)
รัฐ—รัฐ พิฆาตไพรี (กีตาร์)
จั๊มป์—ธนบดี ธีรพงศ์ภักดี (เบส)
ตง—เอกชัย โชติรุ่งโรจน์ (กลอง)

Zeal เพิ่งไปเล่นที่ญี่ปุ่นมา เป็นยังไงบ้าง

ป๊อก: มีไปเล่นที่โตเกียวกับโอซาก้า งาน Thai Festival 2019 ครับ

เคน: สนุกมากครับ เป็นครั้งแรกเลยครับที่เราได้ไปเล่นกลางแจ้งที่ญี่ปุ่น มีทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่น ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

เป๊กซ์: แล้วก็มีเล่นที่ live house ที่นึง โดยเฉพาะที่โตเกียวนี่คนเยอะมาก ได้เล่นกับ Season Five ด้วย  

ฝั่ง Tattoo Colour เองก็ไปเล่นถึงจังหวัดลำปาง

ดิม: สนุกสนานมากครับ อากาศดี มีของกินเยอะ เครื่องดื่มอร่อย คนที่นู่นก็ให้การตอบรับดีครับ

จุดเริ่มต้นของโปรเจกต์

เป๊กซ์: ชื่อเต็มของโปรเจกต์นี้คือ Leo Lemix presents Rockation ซึ่งจริง ๆ แล้วมันมีมาตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว โดยจะมีศิลปินหลากหลายแนวมารวมกัน ก็จะมี  Zeal, Room39, Polycat, Mild, Singto Numchok และ Ink Waruntorn แต่เพลง Let’s Go ซึ่งเป็นเพลงธีมของปีที่แล้วจะเป็นแนวดิสโก้ฟังก์ มีพี่ ก้อ—ณฐพล ศรีจอมขวัญ มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ พอมาปีนี้มันก็ต้องเพิ่มความเป็นร็อกมากขึ้น เพราะมันชื่อ Rockation เราก็เลยเอาเพลง Let’s Go มาร่วมกันเรียบเรียงใหม่ โดยมีสามวงคือ Zeal, Tattoo Colour และ Clash แล้วก็เอาเพลงของแต่ละวงมาสลับกัน rearrange 

ทำไม Zeal ถึงเลือกเพลง โรคประจำตัว ของ Clash มา rearrange

ป๊อก: ตอนที่ได้โปรเจกต์นี้มา เราอยากทำอะไรที่มันพิเศษ ๆ หน่อย ก็เลยมานั่งคุยกันว่าเรามาแลกเพลงกันเล่นดีกว่า แล้วทีนี้แต่ละวงจะเล่นเพลงใครดีล่ะเพราะมันก็น่าเล่นไปหมด เราก็เลยใช้วิธีจับฉลากกัน ซึ่งพี่รัฐเค้าก็จับได้วงเราไปก่อน คราวนี้ก็เลยกลายเป็น Zeal กับ Clash แลกเพลงกันทำ

เป๊กซ์: ตอนแรกที่เค้าให้เลือกเพลงของ Clash เนี่ย วงเราก็เล็ง ๆ เพลงช้าไว้แล้ว แต่ว่าด้วยการที่เพลงมันต้องไปเข้ากับเพลงหลักอย่าง Let’s Go เราก็เลยต้องเลือกเพลงที่มีจังหวะขึ้นมานิดนึง ซึ่งเพลง โรคประจำตัว ก็เป็นเพลงที่พวกเราชื่นชอบและหลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดี

เอาเพลงนี้มา rearrange มีความยากง่ายยังไง

เป๊กซ์: ความยากนี่น่าจะอยู่ตรงท่อนแร็ปเลยครับ ด้วยตัวบีตที่มันเร็วขึ้น ขนาดเวอร์ชั่นปกติยังแทบจะแร็ปไม่ทัน

ศิลา: ตอนแรกเพลงของ Clash จะออกไปทางฮิปฮอป ทีนี้เราก็เลือกทำออกมาให้เน้นเสียงกีตาร์มากขึ้น ทำให้มันดูเป็น Zeal มีความร็อกและเป็นกีตาร์แบนด์มากขึ้น

ป๊อก: เราเลือกเพลงที่มันมีบีตใกล้เคียงกันครับ

ทำไม Tattoo Colour ถึงเลือกเพลง อย่าอยู่คนเดียว ของ Zeal มา rearrange 

ดิม: คือเวอร์ชั่นต้นฉบับของเพลงนี้มันเป็นเพลงช้า แต่สุดท้ายด้วยแก่นของเพลง Let’s Go ที่มันต้องทำให้มีจังหวะ ทีนี้ รัฐ ก็เลยเอามาทำให้มันมีจังหวะกลาง ทำให้คนโยกตามได้ เหมาะที่จะเป็นเพลงเปิด

รัฐ: ซึ่งเพลงนี้มันเพราะมาก ๆ อยู่แล้วครับ เราจะทำยังไงมันก็เพราะครับ

ดิม: ร้องถอยหลังยังเพราะเลยครับ

รัฐ: ต่อให้ร้องถอยหลังตกเวทีก็เพราะครับ

Zeal: (หัวเราะ)

เอาเพลงนี้มา rearrange มีความยากง่ายยังไง

รัฐ: ไม่ยากครับ สำหรับผมก็อย่างที่บอกไปว่าของเดิมมันดีอยู่แล้ว เราแค่เอาเพลงนี้มาปรับเปลี่ยนและใส่ลูกเล่นต่าง ๆ ให้มันเป็น Tattoo Colour แล้วก็ทำให้บีตมันสอดคล้องกับเพลงธีม พอสามวงสลับเพลงกันเล่นเสร็จแล้วเนี่ย มันก็จะต้องจบด้วยเพลงธีมหลัก ซึ่งเราจะต้องหาจุดลงตัวของเพลงให้ได้ ต้องดูว่ามือกลองสามคนจะมายังไง หรือต้องจัดกีตาร์กับเบสประมาณไหน เราจะให้ตัวแทนส่งไลน์เพลงหลัก ๆ มา จากนั้นก็ผสมกันให้มันเป็นร็อกแบบ Rockation  

เล่าถึงตอนทำเพลงหลัก Let’s Go ให้ฟังหน่อย จากเวอร์ชั่นก่อนที่เป็นแนวดิสโก้

ดิม: ในเรื่องของการร้อง นักร้องของแต่ละวงก็ต้องมาช่วยกันดีไซน์ครับ ก็ต้องดูว่ามันขาดอะไรหรือต้องเติมอะไร ร้องแยกท่อนกันยังไง ท่อนไหนเหมาะกับใคร ส่วนพี่ แบงค์ ก็จะแต่งท่อนแร็ป

เป๊กซ์: เราก็มีส่วนเข้าไปแร็ปกันเค้าด้วย เป็นท่อนที่ตะโกนว่า ‘yeah’

ดิม: พี่เค้าอยากให้ทุกคนมาช่วยกันหน่อย รวมถึงทีมงานด้วย มาช่วยกันตะโกนคำว่า ‘yeah’ ตรงช่วงท้ายเพลงที่ร้องว่า ‘Everybody say yeah (yeah)’ ในเพลงนี้

เป๊กซ์: ซึ่งวันนั้นเราวอร์มเสียงกันนานมากนะ บรรยากาศในห้องอัดวันนั้นสนุกสนานกันทุกคนเลยครับ ทุกคนให้ความร่วมมือและช่วยกันแชร์ไอเดีย ซึ่งถือว่าเป็นการทำงานที่ดีครับ อย่างปกติเราทำงานกันแค่ในวง เราก็จะไม่ค่อยรู้หรอกว่าคนอื่น ๆ เค้าทำงานกันยังไง

เพลงนี้ใช้เวลาทำนานไหม

เคน: เฉพาะตอนที่ arrange เพลงรวมกันนี่อยู่ในหนึ่งวันครับ

ป๊อก: จากนั้นก็ไปแต่งเพิ่มเติม รวม ๆ แล้วตั้งแต่ต้นจนจบนี่ประมาณหนึ่งเดือน

โดยพื้นฐานเพลงของ Tattoo Colour อาจจะไม่ได้หนักเท่ากับอีกสองวง ทีนี้ต้องทำยังไงในเพลงนี้

รัฐ: ก็ไม่ได้ปรับเยอะนะครับ แม้พื้นฐานของวงเราอาจจะไม่ร็อกเท่าก็จริง แต่ด้วยจังหวะของกลอง เบส มันก็ทำให้สนุกได้ครับ ก็ตีซะว่าเราเป็นสีที่เบาที่สุด ถึงไม่หนักเท่าพี่ ๆ เขา แต่เป็นสีที่สดใส เป็นร็อกประมาณนึงที่อยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อนกับคนอื่นได้ ไม่หลุดจากธีมจนเกินไป

ป๊อก: เรียกว่าเป็นร็อกหลาย ๆ รสชาติ ในโปรเจกต์นี้มันจะได้มีหลายสีสันครับ

ตอนถ่ายมิวสิกวิดิโอเป็นยังไงบ้าง

ดิม: ก็เป็นไลน์ซิงก์ครับ ตอนถ่ายจะมีขึ้นชื่อวงมาข้างบน แล้วก็จะออกมาถ่ายทีละวง จากนั้นตอนสุดท้ายที่เป็นเพลง Let’s Go ก็จะออกมาทั้งสามวง ซึ่งช่วงท้ายของมิวสิกวิดิโอนี่มีการแปรอักษรด้วยนะครับ สามารถไปดูกันได้ที่ YouTube

เคน: หรือเข้าไปทางเฟซบุ๊กเพจ Leo Thailand มีทั้ง MV แล้วก็บรรยากาศที่เราเล่าให้ฟัง รวมถึงเบื้องหลังในห้องอัดด้วย

สำหรับ Zeal ที่เคยได้เล่นงานนี้เมื่อปีที่แล้ว โชว์ในปีนี้จะต่างกับปีที่แล้วยังไง

ชุ: ต่างแน่นอนครับ แต่ต้องขออุบไว้ก่อน เดี๋ยวไม่เซอไพรส์

ป๊อก: ที่แน่ ๆ โชว์คราวนี้มันจะเป็นโชว์ของสามวง มันก็อาจจะมีการแจมกัน ทำให้มันออกมาไปในทิศทางเดียวกัน

เคน: คือมันไม่ใช่ว่าต่างคนต่างเล่นแน่นอนครับ  

รัฐ: ตามปกติแล้ว โอกาสที่จะได้เห็นสมาชิกทั้งสามวงขึ้นไปบนเวทีครบทุกคนเพื่อเล่นเพลง ๆ เดียวกันเนี่ย มันเกิดขึ้นได้ยากนะ เรื่องไลน์ดนตรีหรือเรื่องกลองเนี่ยมันอาจจะเกิดปัญหาได้ แต่ว่าเราสามารถจัดการปัญหาเหล่านั้นไปได้แล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นในคอนเสิร์ตคือสิ่งที่เราคิดมาอย่างดีแล้วครับ ก็อยากให้ดูกันตั้งแต่แรกจนจบเลย

ดิม: เหมือนกับว่าพวกเราสามวงพร้อมแล้วครับ เหลือแต่รอให้คนเข้ามาดูเนี่ยแหละ

ประสบการณ์หรือมุมมองอะไรใหม่ ๆ ที่ทั้งสองวงได้จากโปรเจกต์นี้

รัฐ: สำหรับผมแล้ว Zeal กับ Clash เป็นวงต้นแบบเราตั้งแต่เด็ก ๆ อย่างสมัยก่อนตอนซ้อมดนตรีก็เล่นเพลงของทั้งสองวงมาแล้ว พอมาในโปรเจกต์นี้ก็ได้มาเจอกับพี่ ๆ ทั้งสองวง เวลาตอนแชร์ไอเดียกันทำเพลง Let’s Go ก็ได้เจอวิธีคิดใหม่ ๆ ที่มันเจ๋งดี ได้มาเจอสิ่งที่เวลาวงเราซ้อมกันเองจะไม่มีทางได้เจอแน่นอน เช่น การใช้ซาวด์หรือวิธีการเรียบเรียง สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นไอเดียหรือแรงบันดาลใจในเวลาที่เราเจอปัญหาระหว่างการทำงานในอนาคต เราจะรู้ว่าต้องแก้ปัญหายังไง พอเห็นพี่ ๆ ทำอะไรไปบ้าง แล้วก็มามองย้อนว่าเรายังขาดอะไรไป

ป๊อก: ทาง Zeal ก็คงคล้าย ๆ กันครับ เราได้เห็นมุมมองแล้วก็วิธีการของทั้งสองวงในรูปแบบที่ต่างกัน ซึ่งวงเราสามารถเอามาปรับใช้งานได้ อย่างฝั่ง Clash ก็จะมี พล ที่เป็นหัวหน้าทีมในการทำงาน เขาจะเน้นเรื่องความเป็นระเบียบในการทำงาน หรือทาง รัฐ ก็จะมีไอเดียในการทำงานที่ดีมาก พอเอางานทุกอย่างมารวมกัน มันก็ได้ผลอย่างที่เห็นเนี่ยแหละครับ

Tattoo Colour คิดว่าวง Zeal มีเสน่ห์ยังไงบ้าง

รัฐ: Zeal นี่เป็นวงที่เราชอบมากตั้งแต่เด็ก อันนี้ขอเล่าให้ฟังเลยว่าสมาชิกทุกคนในวงนี่มีเทปของ Zeal กันหมด  เรื่องเสน่ห์ของ Zeal นี่มันก็ชัดอยู่ในดนตรีของพวกเขาอยู่แล้วครับ ชัดทุกตำแหน่งเลยตั้งแต่เบส กลอง กีตาร์ แล้วก็ร้อง พอ Tattoo Colour ได้เข้ามามีส่วนร่วมในโปรเจกต์นี้แล้วก็ได้ไอเดียที่สามารถเอาไปใช้ในอนาคตได้หลายอย่างเลย มีบางเรื่องที่วงเรายังต้องศึกษาเพิ่ม ต้องกลับมาคิดว่าเราต้องทำยังไงถึงจะเก่งเท่าพี่ ๆ เขา

แล้ว Zeal คิดว่า Tattoo Colour มีเสน่ห์ยังไงบ้าง

ศิลา: เสน่ห์อย่างแรกที่เราเห็นก็คือพลังความสดของ Tattoo Colour แล้วก็ความสนุกสนานที่มีในวงเขา ซึ่งพวกเราก็อยากเอาไปปรับใช้กับวงพวกเราบ้าง

รัฐ: นี่วงพี่ยังสนุกกันไม่พออีกหรอ

Zeal: (หัวเราะ)

ป๊อก: ผมว่าซาวด์ของ Tattoo Colour เนี่ยมันมีเอกลักษณ์ คือพอฟังปุ๊บเรานี่รู้เลย อย่างเพลงของ Zeal ที่พวกเขาเอาไปทำนี่ก็มีการเปลี่ยนรูปแบบทางคอร์ดนิดหน่อย เปลี่ยนให้ได้กลิ่นของความเป็น Tattoo Colour

เป๊กซ์: เหมือนความสนุกสนานของสมาชิกแต่ละคนในวงมันส่งผลไปถึงตัวดนตรีของเขา มันทำให้ตัวดนตรีของวงเขามีสีสันและความสนุกแบบที่เป็น Tattoo Colour ต่อให้ทำเพลง Zeal ยังไงก็ออกมาเป็นดนตรีแบบวงเค้าครับ

ชุ: ไม่แปลกใจเลยครับที่วัยรุ่นในประเทศเราชอบวงนี้มาก

คิดว่าอะไรคือทำให้ทั้งสองวงอยู่ในวงการดนตรีได้นานจนถึงทุกวันนี้

ดิม: ที่ผมจะพูดนี่คือหมายถึงทั้งสองวงเลยนะ คือเราตั้งใจทำกันทุกเพลง ไม่มีแบ่งแยกว่าเพลงไหนจะเป็นซิงเกิ้ลแล้วต้องตั้งใจกว่า เราต้องทำเพลงให้คนฟังเชื่อถือในคุณภาพ เราไม่ได้ปล่อยเพลงไหนผ่านไป หรือทำให้มันครบ ๆ อัลบั้มไป วงต้องซื่อสัตย์กับแฟนเพลง แล้วเขาก็จะรักเรา

ชุ: สำหรับ Zeal ผมว่าที่มาได้ขนาดนี้ อันดับแรกคือเราต้องชื่นชอบผลงานตัวเองก่อน ต้องทำให้มันดี เราต้องตั้งใจทำงาน แล้วก็ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนฟังด้วยครับ

ดิม: เห็นด้วยกับพี่ชุครับ ก็คือต้องซื่อสัตย์กับคนฟัง ตั้งใจทำงาน แล้วก็ต้องชอบงานเราก่อน มันไม่ใช่ว่าเราอยู่ดี ๆ ก็ดัง บางคนก็ถามว่า Tattoo Colour ไม่ทำเพลงแนววินเทจบ้างหรอ อย่าง Polycat ก็มาวินเทจอะไรงี้ คือไม่ใช่ไม่ชอบครับ แต่เราไม่ถนัด เราเลือกทำเพลงป๊อปที่เราถนัด ไม่ต้องตามกระแส แค่สมาชิกในวงเราชอบอย่างที่เราทำก็จบครับ แค่นั้นเอง

คิดยังไงกับวงการดนตรีสมัยนี้ที่มีวงหน้าใหม่เก่ง ๆ เยอะมาก

รัฐ: จริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่ดีครับ เด็กรุ่นใหม่มันต้องเก่งกว่ารุ่นเก่าเสมอ มันเป็นการพัฒนา สมมุติลองมองย้อนกลับไปดูมือกีตาร์เมื่อ 50 ปีที่แล้ว เค้าก็เก่งและมีวิธีคิดแบบนึง แต่ว่าในสมัยนี้ทักษะอาจจะมีการพัฒนาเพราะคนเก่งเค้าค่อย ๆ ขยายและต่อยอดมันไปเรื่อย ๆ ถ้าเกิดว่ายิ่งนานไปแล้วคนเก่งน้อยลง อันนี้คือสิ่งที่น่ากลัวกว่า ยิ่งเก่งสิยิ่งดี บางทีเด็กรุ่นใหม่เค้าก็มีไอเดียจากการผสมไอเดียของคนเก่ง ๆ สมัยก่อน ทำให้เขามีไอเดียที่กว้างขึ้น ซึ่งบางทีเราก็ได้รับอานิสงส์จากความเก่งของเด็กมาด้วย เราสามารถไปเก็บเกี่ยวไอเดียเค้ามาเพิ่ม

ชุ: อย่างที่ รัฐ บอกครับ มันถูกแล้วที่นักดนตรีสมัยนี้ต้องเก่งขึ้น คืออยากรู้อะไร อยากฟังอะไรก็สามารถเสิร์ชเข้าไปในอินเทอร์เน็ตได้ อย่างสมัยก่อนนี่กว่ามือกีตาร์จะแกะเพลงได้แต่ละทีได้นี่ลำบากครับ ผมดีใจที่ดนตรีมันก้าวเข้าไปข้างหน้า ซึ่งผลดีก็จะไปตกอยู่ที่คนฟัง แล้วทีนี้ก็ต้องมาดูอีกว่าเก่งน่ะเก่งได้แต่ต้องหาลายเซ็นวงของตัวเองให้เจอด้วย อย่างเราสามวงในโปรเจกต์นี้ก็จะเป็นวงที่มีมีลายเซ็นเป็นของตัวเอง

เร็ว ๆ นี้จะมีออกเพลงใหม่ไหม

รัฐ: เดี๋ยว Tattoo Colour จะมีปล่อยมิวสิกวิดิโอเพลง ยังอีก ซึ่งจะเป็นซิงเกิ้ลจากอัลบั้ม สัตว์จริง

ดิม: ซึ่งจริง ๆ อัลบั้มนี้เราวางแผงมาเกือบสองปีแล้ว เราตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ลได้หลายเพลง ปีหน้าไม่แน่อาจจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ครับ ถ้ามีอะไรเดี๋ยวจะมาอัพเดตอีกที

ศิลา: ส่วนของ Zeal เร็ว ๆ นี้เราจะมีโปรเจกต์ร่วมกับทาง GDH ที่เอาเพลงไปสร้างเป็นซีรี่ส์ ตอนนี้เพลงเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะปล่อยออกมาเร็ว ๆ นี้ ก็ขอให้ติดตามฟังกันด้วยครับผม

ฝากงานนี้หน่อย

ตง: ก็อยากเชิญชวนทุกท่านที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป มาร่วมคอนเสิร์ตงาน Rockation กันเยอะ ๆ นอกจาก Zeal กับ Tattoo Colour และ Clash ในงานนี้ยังมี Nap a lean กับ The Yers และ Musketeers อีกด้วย งานจัดที่หาดกระทิงลาย พัทยา จังหวัดชลบุรี บัตรราคา 800 บาท และ VIP ราคา 1,600 บาทครับ ซื้อได้ที่ 7-11 ทุกสาขาหรือ All Ticket

Facebook Comments

Next: