Quick Read Snacks

10 ชื่อเพลงที่ซ่อนยาเสพติดไว้โดยที่คุณอาจไม่เคยรู้

  • Writer: Malaivee Swangpol

มีงานวิจัยที่น่าสนใจ (และน่าตกใจ) จากเว็บไซต์ Addictions ที่วิจัยเพลงกว่าหนึ่งล้านเก้าหมื่นเพลงว่าแนวเพลงไหนจะพูดเรื่องยาเสพติดมากที่สุด ผลออกมาว่าไม่ใช่แร็ป ไม่ใช่ร็อก ไม่ใช่ EDM แต่จริง ๆ แล้วเป็นคันทรี่ต่างหาก!

เพลงคันทรี่เป็นแนวเพลงที่มี drug reference เยอะที่สุดเมื่อเทียบกับเพลงแนวอื่น คือมีการพูดถึงยาเสพติดประมาณ 1.6 ครั้งต่อเพลง รองลงมาก็คือแจ๊สและป๊อป ทั้งนี้ทั้งนั้น ฮิปฮอปกลับเป็นแนวเพลงที่มีการพูดถึงยาน้อยที่สุด เฉลี่ย 0.9 ครั้งต่อเพลงเท่านั้นเอง ซึ่งสารเสพติดที่นิยมเอามาพูดถึงมากที่สุดคือกัญชา รองลงมาคือโคเคนที่นิยมในหมู่ชาวโฟล์ก และ acid ที่นิยมในหมู่ชาวแจ๊ส (ถึงกับมีการเรียกแนวดนตรีแจ๊สแนวหนึ่งว่า acid jazz ซึ่งเป็นแนวที่เหมาะกับการฟังตอนเมาเหลือเกิน)

ที่เราไม่รู้ว่าเพลงฟังสบายอย่างแจ๊สหรือป๊อปพูดถึงยาเสพติด เพราะศิลปินเหล่านี้มีศิลปะในการตั้งชื่อเล่นให้กับ ‘ตัวช่วย’ ของพวกเขายังไงล่ะ

ในผลวิจัยเล่าว่า นอกจากเพลงจะมีการพูดถึงชื่อยาตรง ๆ แล้ว ยังมีชื่อเล่นของยาหลากหลายรูปแบบ เช่น addy, buddha, crack, dope, ecstasy, gak, h, ice, joint, key, lucy, molly, pot, roxy, speed, tweak, upper, valium, white, x ดังนั้น เป็นเรื่องไม่แปลกเลยที่เพลงคันทรี่หรือว่าเพลงป๊อปฟังสบายจะเนียนเอาชื่อเล่นยามาทำร้ายหูเด็กน้อยวัยใสแบบที่พวกเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ โดยจากการรวบรวมของ Pop Culture Madness กับการจัดอันดับ 100 เพลงที่มีการซ่อนชื่อยาเอาไว้ เราขอรวบรวมเพลงที่น่าสนใจมาไว้ตรงนี้

#1 Peter, Paul and Mary – Puff, The Magic Dragon (1963)

Puff, the magic dragon
Lived by the sea
And frolicked in the Autumn mist
In a land called Honalee

Keyword: Puff, Dragon, Paper, Autumn Mist, Hanalee

เนื้อหาของเพลงเล่าถึง Puff the Magic Dragon และ Little Jackie Paper สองเพื่อนรัก วันหนึ่งเมื่อ Jackie Paper โตขึ้น ก็เลิกเล่นกันไปทำให้ Puff ต้องเหงา เมื่อเราลองค้นในเว็บไซต์ยูทูปก็พบว่ามีการนำเพลงนี้ไปประกอบวิดีโอและการ์ตูนเด็กมากมาย

จริง ๆ แล้วเพลงนี้เป็นเพลงเด็กมั้ยนะ? หลายกระแสตีความว่าเป็นเพลงเกี่ยวกับยาเสพติดแน่ ทั้งคำว่า ‘puff’ และ ‘dragon’ ที่มาจากคำว่า draggin’ คือกริยาของการสูดยา ‘autumn mist’ ควันจากการดูดกัญชา ‘Land of Hanalee’ หรือเมือง Hanalei ในฮาวายซึ่งมีสภาพอากาศเหมาะสมกับการปลูกกัญชา ‘paper’ กระดาษที่ใช้มวนบุหรี่ และประเด็นที่น่าคิดก็คือ เนื้อเพลงที่เหมือนนิทานเสียจนนึกไม่ออกว่า Leonard Lipton และ Peter Yarrow สองผู้แต่งที่ตอนนั้นอายุ 20 ต้น ๆ จะอินอะไรกับนิทานเด็ก แต่พวกเขาปฏิเสธเต็มที่ Yarrow ยืนยันว่าเพลงนี้เป็นเพลงเกี่ยวกับการสูญเสียวัยเด็ก อีกทั้ง Lipton เสริมว่าที่มหาวิทยาลัย Cornell ยุคนั้นไม่มีใครดูดกัญชากันหรอก…. อื้มมมม จริงรึเปล่าน้า

#2 The Beatles – Lucy in the Sky with Diamonds (1967)

Picture yourself in a boat on a river
With tangerine trees and marmalade skies
Somebody calls you, you answer quite slowly
A girl with kaleidoscope eyes

Keyword: LSD

เพลงในตำนานที่เราไม่พูดถึงไม่ได้ กับเพลงที่พูดถึง LSD โดยเล่นกับคำว่า Lucy, sky, diamonds ตั้งแต่ชื่อเพลง เนื้อหาของเพลงก็บรรยายความเมาไปเรื่อย ๆ บวกกับเนื้อเพลงที่เกี่ยวข้องกับนิยายอลิซในดินแดนมหัศจรรย์เวอร์ชันไซคีเดลิก อย่างประโยค marmalade sky, kaleidoscope eyes John Lennonให้สัมภาษณ์ว่ามาจากฉากที่อลิซกำลังล่องเรือ แต่เราก็พบข้อมูลนี่น่าแปลกใจว่า จอห์น เลนนอน ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ต้องการจะสื่อถึง LSD ชื่อเพลงนี้มาจากจูเลียนลูกชายของเขาวาดรูปเพื่อนที่ชื่อลูซี่ลอยอยู่บนท้องฟ้ากับดวงดาวมากมาย ฟังดูเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ เพราะเรื่อง LSD มันช่างตรงกับความหลอนและความลอยในอัลบั้ม Sgt. Pepper’s Lonely Hearts Club Band เสียเหลือเกิน

#3 The Rolling Stones – Dead Flowers (1971)

Take me down little Susie, take me down
I know you think you’re the queen of the underground

Keyword: Susie, flowers, girl

อีกเพลงเกี่ยวกับยาเสพติดจาก The Rolling Stones ซึ่งมีเพลงเนื้อหาล่อแหลมอย่าง Mother’s Little Helper, Brown SugarSister Morphine และ Monkey Man เนื้อหาของเพลงเกี่ยวกับคนรวยที่มีชีวิตหรูหรา ตรงกันข้ามกับชีวิตวงดนตรีจน ๆ ที่ถูกนิยามว่าปีศาจอย่างพวกเขา ในเพลงมีการใส่ชื่อยาเสพติดคือคำว่า ‘little Susie’ ที่มาจากสแลงว่า ‘brown-eyed Susan’ ซึ่งคือชื่อเฮโรอีนประเภทหนึ่ง ‘dead flowers’ หมายถึงดอกป๊อปปี้ที่ใช้ทำเฮโรอีน โดยท่อนที่ร้องว่า ‘Send me dead flowers by the U.S. mail’ อาจหมายถึงการส่งยาเสพติดทางไปรษณีย์ที่แพร่หลายในยุค 70s (จนถึงปัจจุบันก็ยังมีการแอบส่งอยู่) และท่อน ‘Ah, I’ll be in my basement room with a needle and a spoon, and another girl can take my pain away’ สื่อถึงยาเสพติดได้หลายประเภท ทั้งแบบฉีดเข้าเส้นและแบบสูด โดย girl ในที่นี้ก็คือยาเสพติดนั่นเอง

#4 Fleetwood Mac – Gold Dust Woman (1977)

Rock on, Gold Dust Woman
Take your silver spoon, dig your grave
Heartless challenge
Pick your path and I’ll pray

Keyword: rock, gold dust, spoon, black widow

Stevie Nicks นักร้องสาวของวงให้สัมภาษณ์กับ Courtney Love ลงนิตยสาร SPIN ว่าเธอจำไม่ค่อยได้ว่าเพลงนี้เกี่ยวกับอะไรบ้าง แต่เท่าที่เธอจำได้ก็คือเธอเพ้อฝันถึงโคเคนเป็นผงสีทอง (gold dust)

“คำว่า gold dust หมายถึงโคเคนน่ะแหละ แต่ไม่ได้พูดถึงโคเคนทั้งเพลงนะ ในยุคนั้นยังไม่มีการใช้โคเคนอย่างแพร่หลาย ทุกคนใช้มันนิด ๆ หน่อย ๆ แต่คุณรู้มั้ยว่าพวกเราไม่เคยต้องซื้อ (โคเคน) เลยนะ มันอยู่แถว ๆ นั้นแหละ และพวกเราก็รักพิธีกรรมการเสพมาก ๆ ทั้งขวดจิ๋ว ๆ ที่ใส่โคเคน ช้อนประดับเพชร และถุงกำมะหยี่สวย ๆ”

ในเพลงนี้ มีคำที่สื่อถึงโคเคนคือ rock และ gold dust จากลักษณะของตัวยาที่เป็นก้อนผง โดยคำว่า black widow อาจสื่อได้ถึงความรุนแรงของตัวยาที่ทำให้เสียชีวิตได้ แต่ Nicks ให้คำอธิบายว่า black widow และ dragon หมายถึงความโกรธแค้น ไม่ใช่โคเคน ส่วนคำว่า spoon ในท่อน ‘Take your silver spoon, dig your grave’ ค่อนข้างตรงตัวกับการพูดถึงช้อนจิ๋วที่ใช้ในการเสพยา

#5 The Jim Carroll Band – People Who Died (1980)

Teddy sniffing glue he was 12 years old
Fell from the roof on East Two-nine
Cathy was 11 when she pulled the plug
On 26 reds and a bottle of wine

Keyword: reds, gimmicks, drano, narco

หนึ่งในเพลงพังก์ที่มีเนื้อหาเศร้าที่สุดตั้งแต่เราเคยฟังมา Jim Carroll เจ้าของอัตชีวประวัติเรื่อง The Basketball Diaries (ที่มาของภาพยนตร์ที่นำแสดงโดย Leonardo DiCaprio) ได้อุทิศเพลงนี้ให้กับเพื่อน ๆ ที่จากไปก่อนวัยอันควร หลาย ๆ คนจากไปอย่างน่าเศร้าเพราะยาเสพติด ทั้งเสพยาเกินขนาดและการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันจนติดเชื้อ ‘reds’ คือยา Seconal ยานอนหลับในกลุ่มยากดประสาท โดย reds (หรือชื่อไทย ปีศาจแดง) มาจากสีของยาที่มีสีแดง ‘gimmicks’ หมายถึงอุปกรณ์ที่ใช้ฉีดเฮโรอีนเข้าเลือด ซึ่งเพื่อนของ Carroll ไม่ดูแลความสะอาดของเข็มฉีดยา ทำให้ตายจากโรคไวรัสตับอักเสบทั้งคู่ ‘drano’ หมายถึง เฮโรอีนคุณภาพต่ำ และ ‘narco’ คือยาแก้ปวด

The People Who Died ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 52 เพลงที่เศร้าที่สุดในโลก จากหนังสือ I Hate Myself and Want to Die: The 52 Most Depressing Songs You’ve Ever Heard รับฟังเพลงอื่น ๆ ในหนังสือได้ ที่นี่

#6 The La’s – There She Goes (1988)

There she blows
There she blows again
Pulsing thru’ my vein
And I just can’t contain
This feelin’ that remains

Keyword: she

เพลงที่มีการปล่อยเป็นซิงเกิ้ลถึง 4 ครั้ง! ในปี 1988, 1990, 1999 และ 2008 ครั้งแรกที่ปล่อยซิงเกิ้ลออกมาเพลงยังไม่ติดชาร์ต แต่ในการปล่อยซิงเกิ้ลครั้งที่สองซึ่งมิกซ์เพลงใหม่โดย Steve Lillywhite เพลงนี้ไปไกลถึงอันดับที่ 13 ใน U.K. Single Chart และ อันดับ 2 ใน U.S. Modern Rock Tracks เพลงนี้สามารถตีความถึงยาเสพติดได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะท่อน ‘Pulsing thru’ my vein’ และ ‘No one else could heal my pain’ สื่อถึงการฉีดเฮโรอีนเข้าเลือด ซึ่งผลคือรู้สึกสบาย ไม่เจ็บปวด (เฮโรอีนเป็นยาแก้ปวดประเภท Opioid) มีการปฏิเสธเรื่องนี้จาก John Power มือเบส ที่บอกว่าไม่รู้ว่าเพลงนี้เกี่ยวกับอะไร และเขาไม่อยากรู้ Paul Hemmings มือกีตาร์ ที่ปฏิเสธและสวนผู้สัมภาษณ์กลับไปว่า ‘Jeremy Fisher, you don’t know what you are talking about.’ รวมถึง John Byrne มือกีตาร์ก็บอกว่า มันแค่เป็นเพลงเกี่ยวกับผู้หญิงที่ชอบแต่ไม่เคยมีโอกาสได้คุยกัน

There She Goes ได้รับการคัฟเวอร์จากหลายศิลปิน ทั้ง Sixpence None the Richer, Robbie Williams, The Wombats และ The Boo Radleys

#7 Blur – Beetlebum (1997)

Beetlebum, because you’re young
She’s a gun, now what you done, beetlebum?
She’ll suck your thumb, she’ll make you come
‘Cause she’s your gun, now what you done, beetlebum?

keyword: Beetlebum, she, it

เพลงหลอน ๆ ลอย ๆ จาก Blur ซึ่งเล่าเรื่องของการใช้ยาตลอดทั้งเพลง Damon Albarn นักร้องนำเปิดเผยว่าเป็นเพลงเกี่ยวกับการใช้เฮโรอีนระหว่างเขากับ Justine Frischmann (วง Elastica) คนรักของเขา ซึ่งทำให้เนื้อเพลงมีส่วนที่เซ็กซี่นิด ๆ ด้วย ชื่อเพลง Beetlebum มาจากวลี ‘Chasing the beetle’ ที่เกี่ยวกับการเสพยาชนิดที่เผาบนฟอยล์ โดย she และ it ในเพลงนี้ หมายถึงยาเสพติดที่ทำให้เขาเกิดอาการต่าง ๆ ทั้งเมามายและรู้สึกเซ็กซี่ เพลงนี้จบด้วยการร้องประโยค ‘He’s on it’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งไม่ต้องถามเลยว่า it คืออะไร

#8 Ed Sheeran – The “A” Team (2011)

White lips, pale face
Breathing in the snowflakes
Burnt lungs, sour taste
Light’s gone, day’s end
Struggling to pay rent
Long nights, strange men

Keyword: snowflakes, class A, pipe, white, line

เพลงนี้พูดถึงเรื่องมุมมืดของสังคมทั้งเรื่องโสเภณีและยาเสพติดในมุมที่ต่างออกไป โดยเล่าโสเภณีคนหนึ่งที่ติดยาอย่างหนักและยอมทำทุกอย่างให้ได้เงินมาซื้อยา Ed Sheeran ได้แรงบันดาลใจจากการไปเยี่ยมกลุ่มคนไร้บ้านที่บ้านพักพิง โดยชื่อ Angel ในเพลง ก็มาจากชื่อคนจริง ๆ ที่ Sheeran พบ สำหรับคำว่า ‘class A’ ในที่นี้หมายถึงโคเคนที่เป็นยาเสพติดร้ายแรงประเภทที่ 1 ในการจัดลำดับของรัฐสภาสหราชอาณาจักร ซึ่งมีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิตและปรับจำนวนไม่จำกัด ‘snowflakes’ หมายถึงโคเคน ‘Go mad for a couple of grams’ หมายถึงการที่เธอตกเป็นทาสของยาเสพติด ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ยา ‘pipe’ หมายถึงกระบอกที่ใช้เสพโคเคน ‘covered in white’ วันหนึ่งเธอก็จะตายจากการเสพยา โดย ‘white’ ก็คือผงโคเคน และ ‘straight down the line’ คือลักษณะการเสพโคเคนที่ต้องสูดจากผงทีกวาดเรียงให้เป็นเส้น

The A Team ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Grammy Awards 2013 ในสาขา Song of the Year และ Brit Awards 2012 ในสาขา Best British Single

 #9 Lady Gaga – Mary Jane Holland (2013)

I think that I could be fine
If I could be Mary Jane Holland tonight
I think we’d have a good time
If you’d meet me and Mary Jane in Holland tonight

keyword: Mary Jane Holland, ‘dam, truffles, grass

Mary Jane Holland คือ Alter-Ego ของ Lady Gaga ที่เป็นคนธรรมดา มีผมสีน้ำตาล เพลงนี้มีชื่อยาตั้งแต่ชื่อเพลง ซึ่งถ้าอ่านเร็ว ๆ จะทำให้นึกถึง marijuana (กัญชา) คำว่า ‘dam มาจาก ‘Lady of the Dam’ ที่ Lady Gaga หมายถึงตัวเองในร่าง Mary Jane Holland ที่ท่องไปในเมืองอัมสเตอร์ดัม เมืองแห่งเสรีของกัญชา ‘truffle’ คือ ‘magic mushrooms’ (เห็ดเมา) ที่มีจำหน่ายอย่างถูกกฎหมายในอัมสเตอร์ดัม และท่อนที่ร้องว่า ‘When I ignite the flames and put you in my mouth. The grass eats up my insides, and my brunette starts to sprout’ ‘grass’ คือกัญชา ซึ่งการเสพสารเสพติดนี้ทำให้เธอได้กลายร่างเป็น Mary Jane Holland อีกครั้ง

ในอัลบั้มเดียวกันนั้น (Artpop) Lady Gaga ได้เขียนเพลง Dope เพื่อเป็นการขอโทษคนที่รักเธอ ว่าเธอรู้ตัวแล้วว่าการติดยามันไม่ดี เธอขอโทษ และจะพยายามกลับตัวกลับใจ ในฮุคเธอร้องคำว่า ‘I need you more than Dope‘ (dopamine – หมายถึงสารในสมองที่หลั่งเมื่อเสพกัญชา) วนไปวนมากับน้ำเสียงปวดร้าว ซึ่งก็มีข่าวออกมาเรื่อย ๆ ว่าเธอกำลังพยายามเลิกยาอยู่ เราขอเอาใจช่วยให้เธอเลิกยาได้สำเร็จนะ

#10 Vega – เคมี  (2016)

ดนตรีช่างผ่อนคลาย มันผ่อนคลาย ทำให้ฉันเสรี
เคมีช่างสุขใจ ลืมโลกที่ผ่านไป เคมี
ดนตรี เคมี เคมี ทำให้เราเมา

Keyword: เคมี

เพลงแนวนีโอไซคีเดเลียความยาวกว่าหกนาที กับเสียงหลอน ๆ ที่ชวนเราย้อนไปถึงนึกบุปผาชนที่มียาเสพติด ดนตรี และความรักเป็นตัวชูโรงสร้างสันติภาพ ทั้งเพลงจะมีการใช้คำว่า ‘เคมี’ ในการเล่าเรื่อง โดยเฉพาะท่อนที่ร้องว่า ‘เคมีช่างสุขใจ ลืมโลกที่ผ่านไป เคมี’ ช่างล่อแหลมเหลือเกิน ใน mv เป็นภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่ตกงาน เขาคิดจะฆ่าตัวตาย แต่ในฉากต่อมาเขามาเต้นบ้า ๆ บอ ๆ อย่างมีความสุข เหมือนจะสื่อว่าดนตรีสามารถช่วยผ่อนคลายชีวิตได้ แต่จริง ๆ แล้วหมายดนตรีหรือยาเสพติดกันแน่นะ? Vega ปฏิเสธในบทสัมภาษณ์ว่า เคมีในที่นี้ของพวกเขาไม่ได้หมายถึงยาเสพติดซะทั้งหมด แต่เป็นเคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่นยารักษาโรค หรืออาวุธต่างหาก

รับฟังเพลงเคมีได้ใน ฟังใจ


อ่านจนจบ อย่าลืมว่า ยาเสพติดเป็นสิ่งผิดกฎหมาย การผลิตหรือจำหน่ายมีโทษประหารชีวิต เสพเพลงแต่พอดีนะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ ป.ป.ส. จ้า

Reference:

DRUGS IN MUSIC- ANALYZING DRUG REFERENCES IN MUSICAL GENRES
Drug References Songs
15 Best Songs About Drugs
Lucy in the Sky with Diamonds LSD
Seven things you didn’t know about “Lucy in the Sky with Diamonds”
เคมี โดย VEGA
Puff, the Magic Dragon
Puff the Magic Dragon and Marijuana
The A Team (Ed Sheeran song)
Ed Sheeran at Latitude 2011
The A Team Lyrics
รู้เท่าทันโทษ และพิษภัยของยาเสพติด
People Who Died Lyrics
Mary Jane Holland Lyrics
Stevie Nicks Blonde on Blonde Spin Magazine October 1997
Gold Dust Woman Lyrics
There She Goes
There She Goes (The La’s song)
15 Songs You Didn’t Know Were About Drugs
Dead Flowers Lyrics 
Facebook Comments

Next:


Malaivee Swangpol

มิว (เรียกลัยก็ได้)​ โตมาข้าง ๆ วงมอชแต่ตอนนี้ฟังทุกแนว ชอบอ่านหนังสือ ตามหาของกินอร่อย ๆ และตอนนี้ก็คงกำลังวางแผนเที่ยวรอบโลกอยู่