Interview

lostbeans ส่งเพลงใหม่ ‘ฉันคิดว่าคงดี’ ตอกย้ำความสัมพันธ์ที่ไปต่อไม่ได้ จบกันไปแบบนี้มันคงจะดีกว่า

4 หนุ่ม lostbeans ดึงอารมณ์พาเศร้าในซิงเกิลใหม่ล่าสุด ฉันคิดว่าคงดี กับเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ถึงทางตัน จนต้องบอกลากันมันน่าจะดีกว่าฝืนกันต่อไป

 

lostbeans 

เฟิร์ส – ธนรัชต์ มาศิริ (ร้องนำ)

ฮาร์ท – ปรเมศวร์ ปิ่นเกตุ (กีตาร์)

ต้า – พีรพล แดงเดช (กีตาร์)

ปลื้ม – เจษฎากร โพธิ์อรุณ (เบส)

 

lostbeans มารวมตัวกันได้ยังไง?

เฟิร์ส: ฮาร์ทอธิบายไปเพื่อน 

ฮาร์ท: ตอนแรกมีผม ปลื้ม เฟิร์สที่เรียนมาด้วยกันในตอนมัธยมฯ ครับ ช่วงประมาณม.4 จะมีผมกับโอม (ที่ตอนนี้อยู่ในความทรงจำ) พวกเราก็อยากเล่นดนตรีกันมาก ๆ เลย แล้วก็รู้ว่าไอปลื้มมีเบส มีเพื่อนคนนึงตีกลองได้ ก็เลยชวน ๆ กันเข้าห้องซ้อมครับ เราก็มั่ว ๆ กันมา ซ้อมกันไปทั้ง ๆ ที่ไม่มีงานประกวด ไปซ้อมกันเพราะว่าอยากเล่นดนตรีอย่างเดียวเลย ไป ๆ มา ๆ มันก็มีงานประกวดที่โรงเรียนกันจริง ๆ เราก็เลยลองประกวดดู ก็ติดเข้ารอบครับแต่ไม่ได้ประกวดรอบชิงต่อเพราะเจอสถานการณ์โควิด แต่ก็รู้สึกว่าทางเรามันไปได้ต่อ ก็เลยถามเพื่อน ๆ ว่าลองทำเพลงกันดูไหม? ก็เลยลงมือทำกันเลยเขียนเดโม่แรกไว้ตอน ม.4 ได้ปล่อยอีกทีตอน ม.6 เทอม 2 ครับ 

FJZ: แล้วชื่อวง lostbeans เป็นชื่อแรกที่ตั้งตอนมัธยมแล้วใช้มาถึงตอนนี้เลยใช่ไหมครับ

ฮาร์ท: โอ้โห เละเทะเลยครับ 

เฟิร์ส: (หัวเราะ)

FJZ: เละเทะนี่คือยังไง แสดงว่าก่อนหน้านี้มีหลายชื่อมาแน่ ๆ 

ฮาร์ท: มันก็เละอะครับ มันก็มั่วซั่วไปหมด ลองถามเฟิร์สดูครับ 

เฟิร์ส: ตอนแรกพวกผมก็ตั้งชื่อวงว่า ‘POPCORN’ เลยครับตามฟีลเด็ก ๆ คิดอะไรไม่ออก

ฮาร์ท: เรารู้ว่าพวกเราเล่นเพลงป๊อป แล้วป๊อปอะไรต่อวะ อ๋อป๊อปคอร์น แค่นั้นเลยครับ

ฮาร์ท: มันจะมีชื่อวงแรกที่เราคิดกันคือ SINK ครับ มันแปลว่าจมครับ เหมือนผมแบบรู้สึกว่า คำว่าจมมันดูดีพดี อยากให้ทุกคนจมไปกับเสียงดนตรีของเรา อะไรแบบนี้ครับผมก็เพ้อเจ้อของผมไปเรื่อย (หัวเราะ) 

FJZ: แล้วมาเปลี่ยนเป็นชื่อ lostbeans ตอนไหนครับ 

ฮาร์ท: ตอนที่มีปลื้มกับโอมที่มาทำคัฟเวอร์กันที่บ้านผม แล้วก็ออกไปซื้อน้ำดื่มบูด ๆ มาดื่มกัน แล้วก็ไอโอมมันซื้อถั่วมาด้วย พอกลับมาถึงห้องค้นหาในถุง “ถั่วหายครับ” ผมก็เลยคิดว่า เฮ้ย! lostbeans มันก็มีแค่นั้นแหละครับ ผมว่ามันฮาดี แล้วอยู่ดี ๆ ก็ใช้ยาวแล้ว ไม่เปลี่ยนแล้วครับ

ดนตรีในแบบฉบับของ lostbeans เป็นแบบไหน?

ฮาร์ท: จริง ๆ แล้วผมจำกัดไว้ว่า ผมอยากทำดรีมป๊อปมาก ๆ เลย เป็นสายที่ชอบทำอะไรที่มันอันเดอร์กราวด์หน่อย ๆ ครับ ไม่อยากแมสเลย เวลาออกไปเล่นที่หนึ่งแล้วมันได้เท่เลย ดนตรีหวาน ๆ ลอย ๆ เท่สาวกรี๊ด พอไป ๆ มามันก็มาเป็นแบบทุกวันนี้แล้วครับ ตอนนี้ก็เลยไม่ได้อยากนิยามตัวเองครับว่าเป็นแนวอะไร คิดว่าตัวเองเป็นอินดี้ป๊อป แล้วก็ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ เพื่อน ๆ ชอบ เราชอบก็พร้อมปล่อยผลงานออกไปครับ

 

ผลงานที่ผ่านมาของ lostbeans มีผลตอบรับยังไงบ้าง?

ฮาร์ท: ให้เฟิร์สพูดแล้วกันครับ 

เฟิร์ส: ผมกินข้าวอยู่ด้วย (หัวเราะ)

ฮาร์ท: ตอนนี้มีประมาณ 8 เพลง ที่ปล่อยออกมาครับ 

เฟิร์ส: โอ๊ย 10 แล้วเพื่อน 

ฮาร์ท: 8 ครับ 8 เพลงตอนนี้ผมนับอยู่ มั่วไงเราอะ

เฟิร์ส: เผลอไปนับทีเซอร์ด้วย (หัวเราะ)

FJZ: 8 เพลง ผลตอบรับเป็นไงบ้างครับ เห็นมีบางเพลงแต่ล้านวิวแล้วด้วย รู้สึกยังไงกันบ้าง 

เฟิร์ส: คือต้องพูดไว้ก่อนว่า แรก ๆ พวกผมก็ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะมาถึงจุดนี้ได้ครับ ฟีลทำกันแบบเล่น ๆ สนองความต้องการพวกเรา อยากให้คนฟังเพลงที่เราอยากจะสื่อออกไปแค่นั้นครับ แล้วอยู่ดี ๆ วันหนึ่งมันก็ขึ้นแสนเฉยเลย พวกเราก็ไม่ได้เชิงว่าดีใจครับ แต่ตอนนั้นตกใจมากกว่า งงครับ

ฮาร์ท: เหมือนพวกเราไม่ได้ตั้งต้นว่ามันจะต้องดังครับ เราแค่รู้สึกว่าเพลงนี้มันมาแน่ แสนนึงมาชัวร์ แล้วอยู่ดี ๆ พริบตามันก็ไปแสน ไปล้านเลยครับ มันก็ตกใจเหมือนกันครับ พวกเราค่อนข้างตั้งตนไว้ว่าอีกสัก 5-10 ปีกว่าจะมาเป็นถึงทุกวันนี้ เราไม่ได้คิดว่ามันจะมาเร็วมาก มันก็สุดยอดไปเลยครับสำหรับเด็กเท่าพวกผม 

FJZ: แล้วพวกเราพอรู้สาเหตุไหม ทำไมเพลงนี้มันมีคนฟังเยอะจัง อย่างเพลง เป็นเธอใช่หรือเปล่า ที่ยอดวิวบนยูทูิวบ์ปาไป 5 ล้านแล้ว 

เฟิร์ส: TikTok ครับ 

ฮาร์ท: เท่าที่ผมไปถามพี่ ๆ เขามา น่าจะฟีลเหมือนว่าเพลงมันถูกที่ถูกเวลาครับ มันน่าจะปล่อยถูกช่วง ถูกจังหวะ แล้วก็อาจจะมีอะไรอื่น ๆ เข้ามาช่วยด้วยครับ อย่างที่เฟิร์สบอกก็ Tiktok อะไรพวกนี้ครับ แล้วก็การแชร์เพลงลงสตอรี่ มันทำให้คนเขาเห็นเพลงเรามากขึ้น มันค่อนข้างที่ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้นด้วย แล้วก็มีการแชร์เพลงลงเพจอะไรประมาณนี้ด้วยครับ

 

ฉันคิดว่าคงดี

เฟิร์ส: เพลงนี้ก็เป็นเรื่องความรักที่เราเคยมีครับ หมายถึงว่าเราเคยมีความสัมพันธ์ดี ๆ กับคน ๆ นึง แล้วพอถึงจุดนึงเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว เราอยากให้เขาเลือกที่จะปล่อยมือเราไป แบบเหมือนเราก็ลืมเขาไม่ได้เหมือนกัน แต่เราก็อยากจะหยุดแล้ว ความสัมพันธ์มันถึงทางตันมันไปต่อกันไม่ได้แล้ว อะไรประมาณนี้ครับ

FJZ: แรงบันดาลใจล่ะ

เฟิร์ส: ไม่มีครับ มันเหมือนกับเราสร้างนิทานเรื่องนึงมา เราคิดว่ามันเป็นความรักทั่วไป 

ฮาร์ท: แค่เราเอามานำเสนอในมุมที่มันสุดทางแล้วครับ มันเป็นความรักที่หาทางออกไม่ได้จริง ๆ  เพลงนี้มันเล่าเรื่องประมาณว่าเราไม่สามารถทำอะไรต่อได้แล้วกับความสัมพันธ์นี้ นอกจากปล่อยมือกันไปครับ 

เฟิร์ส: ซึ่งจุดเริ่มต้นมันมาจากที่ผมฮัมเมโลดี้ ฮา ห่า ฮ้า~ ขึ้นมา แล้วก็ส่งไปให้ต้าลองทำเดโม่ให้หน่อย เริ่มต้นมันมาจากตรงนั้นเลยครับ  

FJZ: ตอนนั้นคือมันยังไม่มีเนื้อ ไม่มีอะไรเลยใช่ไหม

ฮาร์ท: ไม่มีครับ มันมีแค่เมโลดี้ฮัม ๆ แค่นั้นเลย

เฟิร์ส: ใช่ครับ

FJZ: ถามคุณต้าหน่อยแล้วกัน ว่ามันเป็นโจทย์ที่ยากมั้ยสำหรับเพลงนี้ 

ต้า: เอ่อ ตอนแรกผมก็ทำไปมั่ว ๆ เรื่อย ๆ ครับ ตอนนั้นเดินไปกินข้าวแล้วเฟิร์สก็บอกมาว่ามีเมโลดี้อยู่เพลงหนึ่ง อยากให้ทำให้หน่อยเลยให้มันส่งมา ผมหยิบนั่นหยิบนี่มาใส่ไปเรื่อย ๆ มันก็เริ่มมาทีละอย่าง

เฟิร์ส: คือผมมีคอร์ดอยู่แล้วครับ มันก็เลยง่ายต่อต้าด้วย 

FJZ: แล้วการทำเพลงของ lostbeans คือจะทำดนตรีมาก่อนใช่ไหมครับ

เฟิร์ส + ฮาร์ท: แล้วแต่เพลงเลยครับ แต่เพลงนี้จะเป็นทำดนตรีมาก่อนครับ 

ฮาร์ท: แล้วก็จะมีต้านี่แหละครับขึ้นเดโม่มา เฟิร์สก็จะมีชุดคอร์ดของมัน ต้าก็จะเอาไปใส่เทนชั่นอะไรให้มันเพราะ ๆ ต้ามันสายเทนชั่นอยู่แล้วครับคนนี้ 

ฮาร์ท: แต่เพลงนี้ฟังเดโม่แล้วมันค่อนข้างจะดูเหมือนวงนั้นจัง วงนี้จัง กว่ามันจะออกเป็นมาสเตอร์ได้ ผมกับเพื่อน ๆ นี่ตบกันระนาวเลยครับกว่าจะออกมาเป็นเพลงนี้ได้ แล้วสำหรับพาร์ทของผมก็จะเอาสิ่งที่ต้าทำมานั่งดูครับ ลองฟังดูแล้วมันสามารถเพิ่มอะไรไปได้บ้าง มาวางโครงเพลงใหม่ เหมือนต้าเขาก็ทำมาดีแล้วครับ ผมก็เหมือนเอามาจัดวางว่ามันโอเคไหม แล้วก็เพิ่มริฟฟ์กีตาร์ของผมไปนิดหน่อย แล้วก็ลองแก้เมโลดี้เครื่องสายไปนิดหน่อยครับ 

FJZ: เวลา lostbeans ทำเพลงกัน เป็นกระบวนการยังไงครับ ส่งเดโม่กันไปมา หรือว่ามาอัดรวมกันทีเดียวเลย

ฮาร์ท: ถ้าเป็นการทำเดโม่ตอนนี้ยังนัดเจอกันอยู่ครับ 

ต้า: ถ้าเป็นเรื่องคอนเซปต์ดนตรี ตอนแรกที่ทำก็อยากทำเพลงที่มันมีเครื่องสายอยู่ในเพลงครับ แล้วก็อยากเล่นเพลงเศร้า 

ฮาร์ท: มันก็เหมือนว่าต้าได้เมโลดี้มาจากเฟิร์สครับ แล้วต้ามันก็ทำเพลงแบบใช้กีตาร์อย่างเดียว มันยังไม่มีเครื่องสาย ผมก็เลยทักไปบอกต้าว่าเมโลดี้นี้มันได้ แต่ถ้ามันเป็นเครื่องสายมันจะเป็นยังไงวะ ต้าก็บอกลองดู ๆ พอลองแล้วมันก็ได้เพิ่มฟีลลิ่งให้กับเพลง เพิ่มบรรยากาศ มู้ด ไวบ์อะไรบางอย่างให้กับเพลงมาก ๆ เลยครับ แต่ว่าคอนเซปต์เพลงนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียกเป็นแนวอะไร

เฟิร์ส: เราอยากทำเพลงฟีล ๆ นี้เฉย ๆ
ฮาร์ท: ผมคิดว่ามันก็คงป๊อปแหละครับ 

FJZ: แล้วเพลงนี้มันจะออกเป็นจังหวะช้า ๆ ใช่ไหม

เฟิร์ส: เฉื่อย ๆ เลยแหละครับ ฟังก่อนนอนน่าจะหลับสบาย

ฮาร์ท: แต่ว่าค่อนข้างชอบเนื้อหาเพลงนี้มากเลยครับ เนื้อเพลงโอเคมากเลย ฟีลมันดิ่ง ๆ เศร้า ๆ ประมาณนั้นครับ

จากเนื้อเพลง ฉันคิดว่าคงดี สรุปแล้วคือมันดีจริง ๆ ใช่มั้ยที่ต้องจากลากัน 

เฟิร์ส: คือท่อนเวิร์สสองครับมันจะมีท่อนที่สื่ออารมณ์ประมาณว่า “ถ้าคิดดูอีกที แค่ขอให้ไม่มีเธอแล้ว” เหมือนเราก็ลองคิดดูแล้ว สุดท้ายมันก็ไม่ดีกว่า อย่าเลยดีกว่า

FJZ: เพลงนี้มันก็จะเป็นฝ่ายเราเอง ที่ไปบอกยุติความสัมพันธ์นี้ แต่ก็ปนไปด้วยความเสียใจทั้ง ๆ ที่เป็นคนบอกเลิกเอง

เฟิร์ส: ใช่ครับ เราก็ยังลืมไม่ได้หรอก แต่เราก็อยากให้มันหยุดแค่นี้พอ ให้เขาปล่อยมือเราไปเองดีกว่า 

FJZ: แล้วในท่อนบริดจ์ของเพลง มันเป็นการคิดกลับไปกลับมาอีกทีหรือเปล่าว่าสุดท้ายเราต้องเลิกกันจริง ๆ หรือว่าไม่เลิกกันดีกว่า

เฟิร์ส: มันเป็นฟีลแบบว่า การเวลาเดินทางไปเรื่อย ๆ ความสัมพันธ์ของเรายิ่งนับวัน ความสัมพันธ์นั้นก็ยิ่งพังลง อ่อนล้า เราเหนื่อยกับความสัมพันธ์นี้แล้ว

 

ระยะเวลาของการทำเพลงนี้ใช้เวลาทำไปนานเท่าไร?

ฮาร์ท: ร่วมเดือนครับ เดือนกว่า ๆ ประมาณนี้ 

FJZ: เอ้ย! ไวนะ

ฮาร์ท: ครับ เหมือนพอเดโม่มันขึ้นแล้วเราก็ยัด ๆ ทำกันเสร็จไปอัดเลย ไวมาก ๆ มันก็เลยใช้เวลาไปประมาณเดือนกว่า ๆ ร่วมสองเดือนได้ครับ

 

มีใครอยู่เบื้องหลังของเพลงนี้บ้าง?

ฮาร์ท: งานนี้งานสนุกครับ ใช้เป็นมิตรสหายกันทั้งนั้น เริ่มจากคนอัดกลองเลยเป็นพี่สองครับ เป็นรุ่นพี่ผมที่จันทรเกษม แต่ผมไม่ได้เรียนที่จันทรเกษมนะ รู้จักผ่านพี่เต้ Svalblue มาครับ ก็เลยลองเอาพี่สองมาตีแบ็คอัพให้เวลาออกไปเล่น แล้วเพลงนี้ก็เป็นเพลงแรกที่เราเอาพี่สองมาอัดให้ ก็สนุกดีครับ พวกเราก็รู้มือกันอยู่แล้ว ค่อนข้างสนิทกันเลยทำให้งานมันสนุกมากขึ้นครับ แล้วก็มีคอรัสผู้หญิงครับ ไม่ใช่คนอื่นไกลก็คือ AR ของวงพวกเรานั่นเองครับ ก็คือพี่ขนุนแกร้องเพลงได้ คิดไลน์คอรัสเป็น ก็งานมิตรสหายเหมือนเดิมครับ

FJZ: แล้วไลน์ของเครื่องสายล่ะครับ เรากด midi เอาเหรอ หรือว่ามีคนมาอัดเครื่องสายให้จริง ๆ

ฮาร์ท: อัดจริงครับ 

FJZ: ใครมาอัดให้ครับ 

ฮาร์ท: เอาจริง ๆ พูดตรง ๆ ผมก็ไม่รู้จักเหมือนกันครับ ให้ AR ผมหาให้ เพราะ AR ผมเป็นเด็กดุฯ ศิลปากร ธุรกิจดนตรีครับ ผมก็เลยถามเขาว่ามีเพื่อนคนไหนอัดเครื่องสายเป็นบ้าง ก็เลยได้เขาคนนั้นมาอัดให้เรียบร้อยแล้วครับ

FJZ: แล้วเรื่อง mixed & mastered ล่ะครับ 

ฮาร์ท: ได้พี่ตวนจาก Cloud Behind ครับ คือเราอัดกับพี่ตวนแล้วให้เขาทำให้ครบจบเลยครับ งานไวดีครับ ตอนแรกก็เครียดอยู่ครับ ว่าจะเอาเพลงนี้มาฝึกมิกซ์เอง แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ไม่พร้อม ก็เลยให้พี่ตวนเขามิกซ์ดีกว่าเพราะซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ของแกนี่สุดยอดเลยครับ 

เฟิร์ส: แล้วก็มีการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอด้วยครับที่ได้เพื่อน ๆ ผมมาช่วยกันทำ เพราะผมเรียนนิเทศฟิล์มอยู่ครับ

FJZ: ถ่ายเอง จบงานเองเลยหรอครับ

เฟิร์ส: ใช่ครับ ถ่ายกันเอง ตัดต่อกันเอง เพื่อนผมทำเอ็มวีนี้ให้จบเลยครับ

ฝากผลงานกับคนที่กำลังอ่านบทความนี้หน่อย

เฟิร์ส: ก็ฝากเพลงของพวกเรากันด้วยนะครับ ติดตามกันได้ทุกช่องทาง ทุกสตรีมมิ่งเลยครับ พิมพ์ไปว่า lostbeans แล้วก็ฝากติดตามเพลงใหม่ของพวกเราด้วย ทั้งเพลง ทั้งเอ็มวีเลยครับ

ฮาร์ท: ชีวิตยังมีค่า อย่าซ่ากับเป๊ปซี่ครับ

FJZ: เอาจริงนะ เขียนแบบนี้จริงนะครับ (หัวเราะ)

ฮาร์ท: เอาเลยครับ แบบนี้แหละครับ ผมว่าป่วนดี

ต้า: ครับ เอ่อ ปลื้มหายไว ๆ ครับ แล้วก็ของปลื้มต่อเลยครับ “ชีวิตนี้โคตรห่วย เสือกมาป่วยอีกต่างหาก” อะไรก็ว่าไป

ปลื้ม: ขอบคุณครับต้า 

ทุกคน: (หัวเราะลั่น)

ฮาร์ท: แล้วก็ฝากงานเล่นด้วยครับ วันที่ 17 ธันวาคม 2023 มีเล่นที่งาน GOODHOOD ครับ ฝากไปดู ไปตามเชียร์กันด้วยครับ

‘ฟังไร’ รวมเพลงใหม่น่าฟัง สัปดาห์ที่สาม เดือนพฤศจิกายน 2023

Facebook Comments

Next:


SupaBeam

เนื้อย่าง กาแฟดำ คราฟต์เบียร์ คอนเสิร์ต เข้าวงการแล้วออกไม่ได้เลย