Interview

De Flamingo วงสีจี๊ดซาวด์แจ่ม พร้อมปล่อยซิงเกิ้ลกับค่ายใหม่ วันนี้

  • Writer: Gandit Panthong
  • Photographer: Jarupong Jarana

DE FLAMINGO

สมาชิก
โบนัส ร้องนำ, กีตาร์
ปอม กีตาร์
บีม กลอง
จา เบส

 

ชื่อวงมาจากอะไร

โบนัส: มาจาก One Piece ครับ เป็นตัวละครชื่อ โด ฟลามิงโก้

ทำไมต้องเป็นตัวละครตัวนี้

จา: พูดมั่วมาไง ตอนนั้นซ้อมเสร็จกันแล้วมานั่งพักกันว่าง ๆ กันมาคิดชื่อวงกันไหม อยู่ดี ๆ โบนัสพูดมาว่า “เดอ ฟลามิงโก้”

ปอม: คือช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีแต่ชื่อเล่น ๆ ออกมา ชื่อจริงจังมีสาระไม่เอาแล้ว

โบนัส: ผมจำได้มีแบบ สการ์เลทมาคอ (หัวเราะ) แล้วมีเหมือนพะยูนด้วยพี่แต่ภาษาอังกฤษมันฟังดูดีหน่อย

ปอม: ตอนนั้นเสิร์ชในกูเกิ้ลว่า “สัตว์แปลก ๆในโลกนี้” แล้วก็หาดู

โบนัส: แต่ตอนที่ในหัวคิดชื่อฟลามิงโก้ คือในหัวเรามันคิดว่าเวลาเราเดินช็อปปิ้ง พวกคอลเลกชันออกใหม่ ช่วงซัมเมอร์มันจะมีพวกที่เป็นนกฟลามิงโก้ออกมา แต่ช่วงคอลเลกชันอื่นไม่มี สงสัยมันคงเด่น เสร็จปุ๊บ “เชี่ย นี่ตัวละครเดียวกับ One Piece” ก็เลยเป็น เดอ ฟลามิงโก้

ตอนที่เอ่ยชื่อนี้มาเอาเลยไหม

ปอม: ตอนที่มันพูดมาทุกคนเงียบกันหมดเลย ผมก็ถามโบนัสคืออะไรวะ มันก็ตอบมาว่าตัวการ์ตูนในวันพีช เราก็บอกว่าไม่ใช่นั่นมัน “โด ฟลามิงโก้” แต่ตอนที่บอกว่า “เดอ” ก็แอบได้อยู่นะ

จา: ตอนนั้นฟังแล้วฮาเลยครับ ก็แทนตัววงเราได้เหมือนกัน

ปอม: ถ้าผมบอกว่าเป็นแค่ ชื่อตัวละคร One Piece มันก็คงดูง่ายไป ผมเลยไปหาความหมายก็ใช้ได้เหมือนกัน มันเป็นตัวแทนของความสามัคคี เวลาไปไหนมาไหนก็จะอยู่กันเป็นกลุ่ม ๆ จะไม่อยู่ตัวเดียว เหมือนกับเรามีวงเก่ากันมา พอตั้งวงใหม่ก็เกาะกันมา

รู้สึกดีใจไหมที่พูดชื่อนั้นออกมา

โบนัส: (หัวเราะ) ดีเลยพี่ ตอนนั้นก็งงเหมือนกัน

ตอนทำวง The Noire จริงจังไหม

จา: จริงจังครับเท่ากันเป๊ะเลย แต่ความสามารถตอนนั้นเต็มที่แล้ว อาจจะดีประมาณนึงแต่เนื่องจากช่วงนั้นเรียนด้วย ซ้อมของเรียนของเพื่อนด้วย อาจจะไม่ได้ทุ่มเวลาให้มากเท่านี้

ช่วงเวลาที่ยุบ The Noire ไป อะไรที่ทำให้รู้สึกอยากเล่นดนตรีอยู่

โบนัส: เราอยากเล่นดนตรีอยู่ครับ ยังเล่นต่อก็ต้องทำต่อไป

ปอม: ส่วนตัวผมที่เลือกเล่นดนตรีเพราะว่ามีเพื่อนสนิทมาชวนผมเล่นวง ผมก็เล่นมาตลอด เข้ามหาลัยก็หาวงมาตั้งแต่ปี 1 จนวงนั้นยุบลง ถ้าไม่ได้เล่นเป็นวงผมจะรู้สึกว่าเล่นไปทำไม อาจจะเล่นกีตาร์ไม่ได้เลย แต่พออยู่วงก็เล่นได้มาตลอด ความฝันตอนเด็ก ๆ ที่เข้าคณะนี้ก็เพราะอยากทำวงจริงจังอยู่แล้ว อันนี้ส่วนตัวผมไม่เคยเล่นคนเดียวเลย

หลังจากที่รู้ว่าต้องมาร้อง รู้สึกยังไง

โบนัส: เคว้งพี่ ผมยอมรับว่าเคว้ง ไม่รู้ว่ายังไงต่อ เพื่อนจะเอาไหม เราจะหาสมาชิกใหม่ไหม ก็มีการคุยกัน คือยังไงใจก็เอาต่ออยู่แล้วแหละ ด้วยความที่เรียนดนตรีใกล้จะจบแล้วคิดว่าจะไปทำอะไรวะ ไม่ได้ยังไงเราต้องอยู่ดนตรีพี่  ก็คุยกันว่าถ้าเอาจริง ๆ รายได้อาจจะอีกนาน อาชีพนักดนตรีไม่เหมือนคนที่ทำงานประจำ  ถ้าหาสมาชิกใหม่เรื่องนิสัยมาอันดับหนึ่งกว่าจะจูนกันติด ก็ไม่เป็นไรเรา 4 คนก็นิสัยโอเคและ (หัวเราะ) คือมันคุยกันรู้เรื่อง ทะเลาะมาก็แล้วอะไรก็แล้ว เพื่อนอีก 3 คนก็บอกว่ามึงเอาเลย ผมไม่เชื่อว่าตัวเองร้องได้ แต่เพื่อนเชื่อ

ปอม: ทุกคนโหวตให้เป็นโบนัสเพราะตอนนั้นโบนัสเคยร้องคอรัส

จา: เราอยากให้โบนัสลองร้อง ไหน ๆ ก็มี 4 คนแล้ว คนที่ไปได้มากที่สุดก็คือโบนัสเพราะเคยร้องคอรัส โบนัสไม่มั่นใจเลยนะ วันแรกที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะได้ร้องคือหน้าเสียเลย เราก็ “เฮ้ย ต้องลองเว่ย ไม่ว่าสุดท้ายมันจะดีหรือไม่ดี ยังไงมึงก็อยู่ในวงเราเป็นคนที่คุยกันได้ที่สุดแล้ว” ไปหาใหม่ก็ต้องรีบู๊ทใหม่อีกมาทุกวันนี้ได้จากกำลังใจเพื่อน ๆ ล้วน ๆ (หัวเราะ)

เราทำยังไงให้ผ่านการเป็นนักร้องนำบ้าง

โบนัส: เริ่มฟังนักร้องมากขึ้น จากแต่ก่อนฟังแค่กีตาร์หรือดนตรีเป็นยังไง ผมก็เริ่มฟังว่าเค้าร้องยังไงวะ อยากร้องให้เก่งอยากร้องให้เพราะ แต่ว่าพอเริ่มจริง ๆ มันเหมือนย้อนกลับไปตอนที่เล่นกีตาร์ใหม่ ๆ เจ็บนิ้ว จับคอร์ดทาบไม่ได้ ในการร้องก็มีเหมือนกันเช่นผมได้ยินแบบนั้นแต่ผมทำไม่ได้  ก็ต้องบอกตัวเองว่าให้ใจเย็น ต้องขยันขึ้น

ถึงขนาดไปลงเรียนเลยไหม

โบนัส: ช่วงนั้นมันมีวิชาไมเนอร์ ผมไปลงวิชาร้องพอดี จากที่ไม่ได้เอาจริงจังก็ต้องร้องจริง ๆ แล้ว

จา: แต่ก่อนดูดบุหรี่ก็เลิก

โบนัส: ถือว่าคุ้ม

ระยะการฟอร์มวงนานไหม

จา: กว่าจะออกซิงเกิ้ลแรกก็เป็นปีเหมือนกัน

ถ้าให้เทียบแนวเพลงที่ทำเป็นคาร์แรคเตอร์ตัวละครใน One Piece

โบนัส: ไอเหี้ยนี่เลย มิสเตอร์ทู (หัวเราะ) ที่สุดแล้วในตัวละครที่เราดูมาแล้ว “อ้าว เหี้ยนี่ตุ๊ดนี่หว่า”

จำกัดความแนวเพลงของเราหน่อย

ปอม: ผมก็คุยกับนัสนะ มันก็นิยามว่า “อินดี้ร็อก”

โบนัส: คือสมัยนี้คำว่า “อินดี้” มันช่วยให้คำว่า ร็อก หรือ ป๊อป ดูร่วมสมัยขึ้น แต่จริง ๆ แล้วพื้นฐานเพลงเราก็คือ ป๊อป ร็อก ถ้าเพลงที่หนักก็มีความเป็นร็อกมาก แต่สุดท้ายมันมีจะอะไรติดหูอยู่ เราก็อาจจะเป็นป๊อปร็อกก็ได้ แต่ด้วยความที่เป็นปี 2016 เราทำกันเอง “independent” มันมีคำนั้นมาช่วย เลยคิดว่าดีกว่าป๊อปร็อกเพียว ๆ มันยังการทดลองอยู่เรื่อย ๆ ครับ

แนวเพลงก็อาจจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ด้วย

โบนัส: ใช่ โดยที่คนฟังยังรู้ว่า เดอ ฟลามิงโก้ จะให้ความรู้สึกประมาณนี้

ลายเซ็นของวง

โบนัส: อย่างแรกเลยผมว่าดนตรี แว้บแรกที่คนได้ยินคือ “เฮ้ย มีแบบนี้ด้วยหรอ” จากความตั้งใจในเพลงแรกครับ

ความรู้สึกต่อเพลง รั้น เพลงที่เปลี่ยนชีวิตของเด็ก 4 คน

ปอม: วันนั้นผมกับโบนัสต้องรีบไปซ้อมโชว์ต่อ ก็ไม่ได้เล่นโทรศัพท์เลยพี่ ตอนตื่นนอนมาจาก็ส่งมาว่าคนนู้นแชร์คนนี้แชร์ มีคนที่เราไม่คิดว่าจะแชร์เพลงเราด้วย

ความหมายของเพลง รั้น

โบนัส: เราวางแผนกันไว้ว่าอยากจะทำเพลงที่ใกล้ตัว ตอนนั้นเพิ่งจบก็คิดว่าจะไปทำอะไรดีวะก็คิดไว้ว่าทำวง แล้วรายได้ก็ต้องบอกแม่ว่า “ไว้ก่อนนะ” ตอนเด็กเราเรียนสายวิทย์มาตามคำที่เขาบอกว่า “เรียนแล้วทางเลือกเยอะนะ” ผมทำตามที่พ่อแม่บอกมาตลอดจนเข้ามาสู่โลกดนตรี ที่มันต้องต่อสู้ต้องอดทน เพลงนี้มันก็เหมือนเป็น message ที่บอกคนที่รักเราว่า “ขอเวลา” ไม่ได้ต่อต้านนะ แต่เราดื้อกับตัวเองมากกว่าที่ไหวไหมกับแรงกดดันนั้น ถ้าไม่ไหวก็เลิก เป็นมนุษย์เงินเดือนชีวิตอาจจะมั่นคง แต่ตอนนี้ 4 คนก็เลือกที่จะมาอยู่ตรงนี้

มาถึงจุดนี้อยากบอกอะไรกับแม่

โบนัส: แม่ วันนี้มีสัมภาษณ์ด้วย (หัวเราะ)

ตอนขอแม่เรียนคณะดนตรีรู้สึกอย่างไร

โบนัส: พ่อผมเรียนวิศวะ เวลาใครถามว่าอยากเรียนอะไรก็ “วิศวะครับ” แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ เพื่อนในห้องเริ่มอ่านหนังสือกันแล้วผมยังแบบ “เชี่ย เอาไงวะ” จนมาเจอว่ามีคณะนี้ก็ตัดสินใจติวภายในระยะเวลาที่ไม่ใช่คนเตรียมตัวสอบ ก็ไม่ติดครับ ผมเป็นรอบเก็บตกอะพี่

ปอม: จริง ๆ แล้วในตารางมันจะมี 3 รอบ แล้วโบนัสเป็นรอบที่ 4

โบนัส: แล้วก็ไปอยู่ในพวก music business จนผมคิดว่าไม่ได้ ผมต้อง perform ต้องออกจากตรงนั้นแล้วมาสอบใหม่

ซึ่งเป้าหมายคิดถึงขนาดนั้นไหม

ปอม: อยากมีตัวตนเฉย ๆ เพลงนี้ทำให้รู้ว่า เดอ ฟลามิงโก้ มีตัวตนนะ เพลงแต่งกูเป็นอย่างนี้นะ จบแค่นั้นเลย

จา: ไม่ได้คาดหวังว่าจะมาถึงตรงนี้ด้วยครับ

ทำนานไหม

จา: นานประมาณนึงก็ไม่ได้เร็วมาก

ปอม: คือตอนแต่งจนทำดนตรีเสร็จผมว่าไม่นานมาก น่าจะไม่เกินสองอาทิตย์ แต่ถ้ามีโปรดักชั่นด้วยก็น่าจะประมาณ 3-4 เดือน

โปรดักชั่นเราคิดเองไหมว่าต้องมี MV

จา: ใช่ครับ ก็อยากทำให้เต็มที่สุดเท่าที่ทำได้สำหรับ 4 ตน

Feedback ที่ได้รับเป็นอย่างไร

จา: เกินคาดครับ

โบนัส: ผมพีคสุด พี่โต้ สุหฤท เขาไม่ใช่แค่นักดนตรีแต่เขาคือศิลปิน ทำแทบทุกอย่าง เขาไม่น่าจะรู้จักวงเราได้ แล้วเขาแชร์เพลงของเราแสดงว่าเพลงมันทำงานได้โดยที่เราไม่ต้องไปยื่นว่าแชร์หน่อยนะครับเขาอาจจะเห็นจากเพื่อน แต่ว่าพี่เขาชอบเราก็ภูมิใจ

รู้สึกอย่างไรตอนที่ได้ยินคนร้องตามเรา

โบนัส: ตอนนั้นคิดว่าหูแว่วพี่

จา: เล่น ๆ ไปผมก็ตกใจ อะไรวะเนี่ย ชีวิตนี้ไม่เคยแต่งเพลงแล้วมีคนร้องตามมาก่อนเลย

โบนัส: ผมก็ลองหยุดร้อง มันก็ได้ยินครับ นิดหน่อย ๆ หูแว่ว เพราะว่าคืนนั้นเป็นงานของพวกพี่เติ้ล The Whitest Crow ก็แสดงว่าเพลงมันก็ไปถึงเหมือนกันครับ

หลังจากเพลงนี้ระเบิดวงการเพลง ใครเป็นคนติดต่อเข้ามาหาเราเพื่อชวนเข้าค่าย What The Duck

โบนัส: พี่บอล Scrubb

จา: ตอนแรกก็แชร์ก่อน ผมจะก็ไปเม้นขอบคุณแล้วเขาก็ทักมา เป็นไงบ้างอะไรอย่างนี้

ความรู้สึกตอนที่ บอล Scrubb ทักแชทมาคุย

จา: มือสั่นเลย ปวดฉี่ (หัวเราะ) ไม่ใช่พี่ ตอนนั้นตื่นเต้นมากรีบแคปให้เพื่อนดูเลยครับ ตอนนั้นอยู่อเมริกาก็ส่งตัวแทนเพื่อนมา

รู้สึกอย่างไรบ้างที่เพลงเดียวแล้วเขาติดต่อมาเลย

ปอม: ตกใจพี่ ตอนแรกเรากะจะปล่อยกันเองทำเป็น EP ไม่ได้คิดว่าเขาจะมาชวน ก็เร็วกว่าที่ 4 คนนี้คิด แต่ว่าพอมาที่นี่ลองคุยดู รู้สึกว่าคุยแล้วสบายใจ จริงๆมีที่อื่นมาเหมือนกัน แต่อยู่ที่นี่แล้วสบายใจสุด เราก็ให้เขาฟังเพลงก่อนซึ่งเขาดูแล้วก็โอเค แล้วจะเอาเพลงนี้ปล่อยเป็นเพลงต่อไปในความตั้งใจเดิม เขาก็บอกว่าเออได้ เอาเลย เราก็ไอเหี้ย ง่ายไปไหมวะ (หัวเราะ)

ตอนนั้นมีคนมาจีบเยอะไหม

ปอม: ไม่เยอะมากพี่

โบนัส:  What The Duck คือค่ายแรกครับ เราเคยคุยกันว่าพอถึงจุดที่มีค่ายมาสนใจเราจริง ๆ โดยที่เราไม่ต้องเอาไปเสนอ “พี่ครับ เอาไหมครับ” ก็เท่ากับเขาซื้อใจเรา ซึ่ง What The Duck ก็ทำไปแล้ว แต่เราแค่ไม่มั่นใจว่าถึงเวลาจริง ๆ แล้วเหรอที่ช่วงนั้นต้องมีค่าย

รู้สึกกดดันไหมพอมีค่าย

จา: กดดันครับพี่

ปอม: กดดันครับ มันเหมือนไม่ได้ทำงานกันแค่ 4 คนแล้ว มีคนช่วยเราทำมากขึ้น ไม่ได้ไปหาไม่ได้ติดต่อเองมีคนหาให้ การถ่ายรูปก็มีคนจัดหาให้ การทำงานดูมืออาชีพมีระบบขึ้น

มีส่วนช่วยคิด MV  ไหม

ปอม: ส่วนใหญ่เป็นทางฝั่งเขา แต่ก็มีการมานั่งประชุมกันเหมือนกัน

รู้สึกโตขึ้นไหม

โบนัส: ใช่พี่ เราต้องโตขึ้น

เพลงแรกดังแล้วเพลงต่อไปเรากดดันไหม

ปอม: อย่างผมก็ไปบ่นกับเขานะว่าถ้าเพลงดรอปจะทำยังไง ทำเพลงอื่นก่อนดีไหม ระแวงไปหมด เขาก็โอเคบอกว่าไม่ต้องคิดมากปล่อยไปเถอะ

กลิ่นอายหรือวงที่เรารู้สึกชอบ

ปอม: มันจะไม่เหมือนกันเลย ถ้า Muse จะเป็นผม

โบนัส: ตั้งแต่ฟังเพลงมาผมจะไม่ชอบ Muse แต่เพื่อนฟังเราก็ฟัง เขามาเราก็ไปดูอะไรประมาณนี้ (หัวเราะ) ผมชอบฟังพวก R&B อะไรประมาณนี้ อย่างที่บอกว่าผมก็ฟังพวกที่ร้องมากขึ้นพวก Justin Bieber แต่จริง ๆ ไม่ต้องฟังมากก็ได้แต่อยากพัฒนา

บีม: ของผมชอบพวก Southern สายดิบ ๆ country อะไรประมาณนี้

จา: ของผมจะไปเรื่อย ๆ ครับ ส่วนใหญ่จะชอบป๊อป ชอบฟังเนื้อ แต่ฝรั่งก็มีช่วงแรก ๆ ฝรั่งจะเยอะ Arctic Monkeys The Strokes อะไรประมาณนี้ ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาฟังเพลงไทย วิเคราะห์เนื้อ

เพลงไทยที่เด็ดสุดคือเพลงอะไร

จา: ผมชอบพี่แสตมป์เขียนเนื้อมาก แล้วก็ชอบอะตอมครับ

เป็นฝ่ายดูเนื้อเพลงของวงด้วย

จา: ใช่ครับ ก็จะเป็นฝ่ายดูเนื้อ คอยตบจากที่โบนัสแต่งมาอีกที

ปอม: มึงแต่งมาทำไมวะ ! (ตบโบนัส) (หัวเราะ)

ทำไมถึงเป็น ซุง Mattnimare ที่มาเป็นโปรดิวเซอร์หลัก

ปอม: เหมือนที่จริงเขาไม่ได้มานั่งทำเพลงกับพวกเรา มันเริ่มมาจากเป็นความเชื่อใจ ความสนิท เขาเป็นรุ่นพี่ด้วย อย่างผมจะสนิทกับเขาที่สุด ส่วนใหญ่จะเป็นการคุยแลกเปลี่ยนความคิด หลาย ๆ อย่างถ้าไม่มีพี่เขาเพลงก็ไม่ออกมาเป็นอย่างนี้เหมือนกัน เป็นเรื่องของซาวด์ด้วย ตอนแรกผมทำเดโมห้องผมก่อน พอไปทำห้องเขาซาวก็ดีขึ้น คอร์ดก็ดีขึ้น ผมใช้ของฟรีไงของพี่เขาเสียตัง ซาวตอนอินโทรอาจจะดรอปลงมาถ้าผมไม่ไปห้องเขา จากใจผมก็ยกย่องให้เขาเป็นโปรดิวเซอร์ครับ ให้เกียรติเขา

คอนเสิร์ตครั้งแรกในงานเปิดอัลบั้ม The Whitest Crowรู้สึกอย่างไรบ้างที่เริ่มมีแฟนเพลงตามไปดูเรา

ปอม: ดีใจครับที่มีคนร้องตาม

จา: เหมือนเราเดินทางมาถึงจุดนึงแล้วจากที่เดิม ก็มีความพัฒนามีคนมาดู

ตอนที่ถ่าย MV รู้สึกว่าตัวเองเป็นศิลปินไหม

จา: ก็ยังเป็นเหมือนเดิมนะ ผมยังไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นศิลปินหรือไปไกลขนาดนั้น ยังเป็นคนเดิมอยู่

แล้วเรื่องการแต่งตัวคิดกันเองหรือค่ายช่วยดูไหม

จา: ช่วยกันครับ ก็มีพี่สไตลิสอยู่เหมือนกัน เอารูปให้เขาดูว่าเราอยากแต่งประมาณนี้ ก็ยังเป็นตัวของตัวเองด้วย

วงหน้าใหม่ที่ฟังนอกจากวงตัวเอง

ปอม: ผม Monkey Business

โบนัส: Lord Liar Boots ครับ Chanudom ก็ชอบนะ

อยากร่วมงานกับใคร

โบนัส: ของผมไม่รู้ว่าทำได้หรือเปล่า ผมอยากได้พี่เติ้ลครับเอามาร้องมันส์ ๆ ตามสไตล์เขา คือเขาร้องเพลงอังกฤษมาตลอดไง อยากรู้ว่าถ้าเขามาเจอผมจะเป็นยังไง

เขาจะยอมร้องเพลงไทยหรอ

โบนัส: นั่นดิพี่ (หัวเราะ) อย่างพี่ สิงโต นำโชค ผมก็ชอบ อยากมีเพลง featuring

อยาก featuring กับผู้หญิงหรือผู้ชาย

โบนัส: ผู้ชายดิพี่ ผมชอบผู้ชาย (หัวเราะ)

มองวงการเพลงไทยตอนนี้เป็นอย่างไร

ปอม: ผมว่ามันพัฒนาขึ้นจากแต่ก่อนตอนที่พวกผมอยู่ม.ปลาย หรือปี 1 ช่วงนี้มันมาเร็วมาก อาจจะด้วยมีอินเทอร์เน็ตเข้ามาเกี่ยวข้อง มันทำให้วงหน้าใหม่ออกมาแสดงตัวตนได้มากขึ้น

จา: แต่ว่าในทางกลับกัน มันง่ายแต่มันก็คือความยาก อาทิตย์นึงมี 10 เพลงที่ปล่อยออกมา แต่เพลงไหนที่จะออกมาข้างหน้า

ปอม: สมัยเก่ามันทางเลือกน้อย ในยุคนี้อะไรมันง่าย ซึ่งมันดีแต่มันก็มีข้อเสียเหมือนกัน อาจจะต้องเป็นตัวจริงหรือต้องโหดมากจริง ๆ ถึงจะแซงหน้าคนอื่นได้

จา: แล้วผมว่าคนไทยฟังเพลงกันเก่งขึ้น

ปอม: สังเกตได้จากวงต่างประเทศที่มาเล่นในไทยมากขึ้นช่วงนี้ วงดัง ๆใหญ่ ๆ ตำนานก็แวะเวียนมากันมากขึ้น ผมว่าเพลงไทยก็พัฒนาเหมือนกัน ในทางผู้ผลิตนะผมว่าทำให้ดีกว่านี้ได้โดยที่อาจจะอุดหนุนแผ่นแท้หรือไปตามดูโชว์ของเขา มันก็ทำให้วงการเพลงดีขึ้นได้ โดยที่ศิลปินมีแรงทำงาน มีกำลังใจมากขึ้น โอเคมาคนเล่นซีดีอาจจะเยอะขึ้น ไวนิลก็เริ่มกลับมา ผมว่าช่วงนี้มันดีขึ้น แต่มันดีกว่านี้ได้อีก มันกำลังไปเรื่อย ๆ

เพลงโดนลงในเว็บดาวน์โหลดหรือยัง

ปอม: วงเรายังไม่สำเร็จนะครับ (หัวเราะ)

เป้าหมายสูงสุดของเรากับวงการเพลงไทย

โบนัส: ผมก็ไม่กล้าพูดว่ายังไง แต่วงเราค่อนข้างมอง step by step ยังไม่มองไกลมาก แต่ไอพวก festival ทุกวงก็อยากให้มีอยู่แล้วพี่ อย่างเป้าหมายแรกของเราคืออยากมีอัลบั้ม โชว์เราถ้าซัดเพลงแต่งตัวเองให้ได้เยอะ ๆ ก็อาจจะดี นี่อาจจะเป็นเป้าหมายที่ไม่เกินตัวมาก

ปอม: เป้าหมายแรกเราอยากมีคอนเสิร์ตอัลบั้มหรือคอนเสิร์ตของวง อันนั้นผมว่าไกลสุดในตอนนี้นะ

Festival ที่อยากไปเล่น

ปอม: ส่วนตัวผม อยากเล่น Big Mountain ผมไปทุกปีแต่อยู่หลังเวทีทุกทีเลย

จา: คอนเสิร์ตใหญ่ ๆ ก็อยากไปหมดครับ

โบนัส: พูดถึงเห็ดสด อย่างวงที่ไปเล่นผมรู้สึกว่ามันต้องมีชื่อประมาณนึง แต่นี่มันคือสิ่งที่ผมยังไม่รู้สึก อย่าง Part Time Musicians เขาสมควรแล้ว มันเหมือนต้องใช้เวลาพี่

ทำไมเลือกเพลง เจ้าหญิงคนต่อไป มาเล่น live ด้วย

โบนัส: เราชอบ Blissonic มาตั้งแต่เด็ก อีกอย่างเราอยาก rearrange ถ้าเราทำบ่อยๆ เราก็จะ rearrange เพลงตัวเองได้ไม่คิดขัด เราก็จะดูว่าเพลงนี้มีคนทำเยอะหรือยัง ถ้าเราทำบ่อย ๆ แล้วเราก็ไม่เอา แต่ถ้าทำแล้วคนกลับชอบต้นฉบับมากขึ้นมันก็เป็นส่ิงที่ดี เห็นพี่ ๆ Blissonic กำลังจะกลับมาด้วยครับ

เพลงที่กำลังจะปล่อย

โบนัส: คนสำคัญครับ เพลงนี้ตอนที่เรายังไม่ได้เจอค่าย เราวางแผนไว้ว่าเพลงแรกที่เปิดตัวเราเอาให้สุดไปแล้ว เพลงที่สองเราคิดว่าคนร้องตามได้ก็ดีนะ แต่โดยส่วนตัวผมเป็นคนชอบป๊อป ๆ อยู่แล้ว ถ้าสมมติมีค่ายแล้วป๊อปขึ้นก็ไม่ซีเรียส เพลงนี้เป็นพูดถึงความรักความสัมพันธ์ ที่ส่ง message เรียกร้องความสนใจกลับมา เหมือนผมมีแฟนแล้วโดนไม่สนใจ อาจจะเป็นเรื่องงาน มือถือ ก็แล้วแต่คนฟังเขาก็จะเอาไปปรับตามที่เขาเจอมา แต่เนื้อหาเราต้องการเรียกร้องความสนใจเรากลับมา

ปอม: คนรักโดนสิ่งนึงดึงดูดความสนใจจากเราไป

โบนัส: เป็นเหมือนเดิมอย่างวันแรกที่เรามี

ซึ่งเป็นเรื่องของเราเอง

โบนัส: ใช่ครับ ก็จะเป็นเรื่องของผมแล้วถามเพื่อนว่า “เฮ้ย เจอไหม” ถ้าผมเขียนเนื้อมาแล้ว “เฮ้ย ตรงนี้ไม่ใช่ละ นั่นมันของมึง” เราก็จะมาเกลี่ยให้เป็นตรงกลางแล้วส่งให้คนฟัง

ส่งเพลงนี้ให้แฟนฟังแล้วเขาว่าไง

โบนัส: ใช่เรื่องของกูหรอ (หัวเราะ)

กระบวนการทำงานของ MV

โบนัส: การทำงานของเอ็มวีเราให้ artist ฟังเพลงเรา แล้วเขาก็จะไปตีความว่าเขาเห็นภาพอะไร เสร็จแล้วก็นัดมาเจอกันที่นี่ว่าทางทีม พี่เต้ (ณัฐพล วุฒิเพ็ชร์) เสนอว่าเป็นแบบนี้ แล้วมาจูนว่าเนื้อหาจะเป็นไง แล้วทุกคนก็มาจบที่ตรงนี้

หลังจากที่เพลงปล่อยนี้วางเพลงต่อไปไว้หรือยัง

ปอม: วางไว้แล้วครับ ปลายปีอาจจะมี EP เล็ก ๆ วางขายในงาน Cat Festival อะไรแบบนี้ อาจจะมีสัก 4 แทร็ก แล้วก็ปล่อยเพลงที่ยังไม่เคยปล่อยไป 1 เพลง แต่หลังจากเพลงนี้ยังไม่ได้วางไว้ว่าเป็นเพลงไหน แต่มีรอไว้ 2 เพลงเหมือนกันคิดว่าจะเป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาใหม่

ในค่ายมีใครช่วยแต่งเพลงไหม

จา: ช่วยตบ ๆ มากกว่าครับ

ปอม: ตอนนี้เหมือนยังไม่มีครับ แต่จะมีพี่บอล Scrubb ช่วยฟังตอนมิกซ์เสร็จแล้วว่าควรแก้ตรงไหน อย่างเพลงนี้เราทำกันเสร็จกันตั้งแต่ก่อนมาอยู่ที่นี่แล้ว ก็เลยมาจากมือพวกเราเองหมดเลย แล้วก็มีพี่ซุง Mattnimare ที่เป็นโปรดิวเซอร์ขอคำปรึกษาเขา

อยากบอกอะไรค่ายตัวเองบ้าง

จา: ขอบคุณครับ

ปอม: จะไม่ทำให้ผิดหวัง

รู้สึกว่าเฟสบุ๊กมีประโยชน์ไหม

จา: มีประโยชน์มากครับถ้าเกิดวันนั้นผมไม่เล่นเฟสบุ๊คแบบไม่เห็นเลยนะ อาจจะไม่มีวันนี้ก็ได้ แค่ด้วยความที่เขาแชร์เราต้องขอบคุณเขา แล้วเขาเป็นรุ่นที่อลังการอยู่แล้วเราก็เม้นหน่อย ยาวเลยครับ ก็อยากขอบคุณค่ายด้วยครับ

ฝากถึงแฟนเพลง

ปอม: เดี๋ยวพวกเราจะมีคอนเสิร์ตแนะนำตัวเล็กๆ จัดขึ้นช่วงต้นเดือนสิงหา เดี๋ยวจะมีวันที่แน่นอน และรายละเอียดเดี๋ยวจะมีเข้ามา แล้วก็เพลงคนสำคัญจะปล่อยวันที่ 6 กรกฎา ปล่อยทางแชแนลของ What The Duck Music ทาง Youtube แล้วก็เฟสบุ๊กของทาง What The Duck สามารถติดตามข่าวสารได้ทางเฟสบุ๊ก De Flamingo และ Instagram @deflamingoband ครับ

Facebook Comments

Next:


Gandit Panthong

กันดิศ ป้านทอง อดีตนักศึกษาฝึกงานนิตยสาร Hamburger Magazine, ทำงานในกองบรรณาธิการ MiX Magazine และ บก.คนแรกของ Fungjaizine ที่มีความมุ่งมั่นว่าจะตั้งใจสร้างสรรค์วงการเพลงให้เกิดแต่สิ่งดี ๆ ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง