Yesterday

Article ตาดูหูฟัง

ย้อนไปในวันวานกับบทเพลงของ The Beatles ผ่านภาพยนตร์ ‘Yesterday’

  • Writer Ratchanon Charoensettasilp

เมื่อวันก่อนเพิ่งได้ดู Yesterday หนังที่ตั้งคำถามว่า ถ้าวงระดับโลกอย่าง The Beatles หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ โลกของเราจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างไร?

ซึ่งหลังจากไม่ได้ฟังเพลงของ The Beatles นาน การไปดูหนังครั้งนี้ก็เหมือนพาเราไปย้อนวันวานในสมัยเด็ก ๆ ที่ได้ยินเพลงของพวกเขาบ่อย ๆ จากซีดีที่พ่อกับแม่เปิดให้ฟัง วันนี้เราเลยแวะเวียนกลับมาฟัง soundtrack ของหนังที่นำเพลงของ The Beatles มาร้องใหม่ โดย Himesh Patel (นักแสดงนำ) และขอเลือกแทร็คที่เราชอบมาแชร์ให้ทุกคนได้ลองกลับไปฟังกัน มาฟังกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

Yesterday (from One Man Only album)

เพลงแรกที่ขอยกมาคือ Yesterday ซึ่งเป็นเพลงที่หนังนำไปตั้งชื่อตาม ซึ่งเวอร์ชั่นนี้เป็นเวอร์ชั่นที่คล้าย ๆ กับช่วงที่แจ็ค (Himesh Patel) ได้เล่นให้กับเอลลี่และเพื่อน ๆ ฟังหลังจากตื่นมาจากโคม่าในหนัง แต่เป็นเพลงเต็ม เสียงกีตาร์อะคูสติกผสานกับเสียง Himesh Patel ลงตัวกันดี ให้อารมณ์แบบเพื่อนมาเล่นให้เราฟังจริง ๆ นั้นแหละ

Summer Song

เพลงนี้เป็นแทร็คเดียวในอัลบั้มที่ไม่ใช่ของ The Beatles โดยตามเนื้อเรื่องหนังแล้ว Summer Song เป็นเพลงฮิตเพลงเดียวของแจ็คที่เคยแต่งมา เพลงนี้เรารู้สึกว่ามันสรุปมู้ดของหนังเรื่องนี้ได้ดีนะ สบาย ๆ ไม่ต้องมีอะไรมากมาย แค่ยิ้มรับสิ่งที่เข้ามา ชีวิตก็มีความสุขได้แล้ว

The Long & Winding Road (Backstage Version)

เพลงนี้เป็นเพลงในฉากที่เราชอบมาก ๆ ในหนัง (ขอไม่สปอยละกัน) ซึ่งความรู้สึกที่ได้ฟังเพลงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่น The Beatles หรือที่ Himesh Patel เอามาร้องใหม่นั้นก็ทรงพลังไม่ต่างกัน ทั้งโรงเงียบกริบไปเลยทั้งที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยเสียงขำตลอดเรื่อง เพียงแค่เสียงร้องของ Himesh กับเปียโนก็ทำเอาเราขนลุกแล้ว

Something

อีกหนึ่งในบรรยากาศหนึ่งทั้งในหนังและ soundtrack ของเรื่องนี้ที่เราชอบคือความที่หลาย ๆ เพลงมีแค่กีตาร์และก็ตัวนักร้อง ซึ่งฟังแล้วมันก็จะคล้าย ๆ เวลาเราไปฟังคนยืนเล่นเปิดหมวกข้างถนนนั้นแหละ สำหรับเรา เราว่ามันเป็นอะไรที่ดิบ เข้าถึงความรู้สึกของนักร้องและนักแต่งเพลงได้ดี เลยชอบเพลงนี้เป็นพิเศษ

In My Life

ส่วนตัวนี้เป็นหนึ่งในเพลง The Beatles ที่เราชอบที่สุดอยู่แล้ว เเล้วเวอร์ชั่นของ Himesh Patel ก็ไม่ได้ทำให้เราชอบเพลงนี้น้อยลงไป ฟังกี่รอบก็ดีเหมือนเดิม

I Want To Hold Your Hand

ในเพลงนี้ Lily James ก็ได้เข้ามาแจมด้วย ซึ่งเพลงนี้ก็พาเรากระโดดโลดเต้นในใจ (ในโรงหนัง) ไปตามภาษาของเพลงนี้แหละ ซึ่งฉากในหนังน่ารักมาก พอฟังอีกทีภาพในหนังก็ตามมาในหัวอีกที

Back in USSR

เพลงนี้อยู่ในฉากที่เเจ็คไปทัวร์รัสเซีย พอมานั่งคิดถึงเพลงนี้ในปี 2019 แล้วก็รู้สึกถึงความเป็นรัสเซีย/อเมริกาสมัยก่อน เป็นเพลงที่มีเบื้องหลังน่าสนใจอยู่แล้ว พอมาเล่าในบริบทหนังปัจจุบันก็น่าสนใจไปอีกแบบ

All You Need Is Love (Live at Wembley)

เพลงนี้มีเบื้องหลังว่าเขาไปเล่นเพื่ออัดลงในหนังหลังโชว์นึงของ Ed Sheeran ซึ่งก็ยังมีคนคอยดูเขาอยู่ประมาณ 200-300 คน ซึ่งเอาจริง ๆ การที่ศิลปินคนหนึ่งจะได้เล่นสดใน Wembley Stadium นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยกตัวอย่างคนที่เคยไปเล่นก็เช่น Ed Sheeran, BTS, Beyoncé คือต้องเป็นศิลปินที่เบอร์ใหญ่ระดับนึง ส่วน Himesh Patel หรอ (ฮ่า) เขาก็พูดได้ว่าเขาไปเล่นเเล้ว

ซึ่งนอกจากเบื้องหลังที่น่าสนใจของเพลงแล้ว เราว่ามันก็เป็นหนึ่งในเพลงที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะมีการเอาทรอมโบนเข้ามาเพิ่มเติม ต่างจากเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้มที่จะเป็นแค่กีตาร์หรือเปียโนตัวเดียวมากกว่า

Ob-La-Di, Ob-La-Da

เป็นเพลงที่เวอร์ชั่นที่แจ็คไปเล่นที่โรงเรียนในเมือง Suffolk ที่เขาอาศัยอยู่ คือด้วยตัวเพลงที่มันสนุกอยู่แล้ว ประกอบกับมู้ดในโรงเรียนอังกฤษ ก็ร้องกันตามสนุกสนาน ตามภาษาเด็กอะนะ คือแค่ฟังอีกรอบก็นึกถึงภาพที่ได้เห็นในหนังแล้ว เป็นภาพที่เราชอบมาก น่ารักดี

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว อยากให้ลองไปฟังกันแบบเต็ม ๆ เองได้ที่ 

Apple Musichttps://apple.co/2NARms6
Spotifyhttps://spoti.fi/2NzvuO1

ส่วนตัวคิดว่า Himesh Patel ทำหน้าที่ได้ดีมากกับการที่ต้องมาคัฟเวอร์เพลงเหล่านี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำให้เรายังเข้าถึงอารมณ์และออกมาเป็นเวอร์ชั่นของเขาเองในหนังเรื่องนี้ แล้วเจอกันใหม่บทความหน้า ขอบคุณครับ 🙂

อ่านต่อ

ลองฟังดูดี ๆ คุณได้ยินข้อความแปลก ๆ ในเพลงเหล่านี้หรือเปล่า
เพลงสากลเพลงไหน คือเพลงที่ศิลปินหยิบไป cover มากที่สุดในโลกกันนะ

Facebook Comments

Next: