Feature Head talk

The Ginkz แม้ในยามอ่อนล้า คุณจะพบว่า คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

  • Writer: Montipa Virojpan
  • Photographer: Chavit Mayot
  • Art Director: Benyatip Sittivej

The Ginkz คืออีกหนึ่งวงดนตรีมากความสามารถ ที่เราไม่ค่อยจะได้มีโอกาสเห็นพวกเขาแสดงความสามารถแบบสด ๆ กันเท่าไหร่ อาจจะด้วยแนวเพลงที่มีลักษณะเฉพาะตัวจนบางคนรู้สึกว่าจับต้องได้ยาก และหลายครั้งที่มันทำให้พวกเขารู้สึกไม่เข้าพวกจากวงอื่น ๆ ในวงการดนตรีบ้านเรา แต่อันที่จริงแล้วหากลองเปิดหู และตั้งใจฟัง คุณจะพบกับความสนุกที่ถูกซ่อนไว้ในหลากหลายเพลงของพวกเขา

ในโอกาสที่ Fungjaizine ได้ฤกษ์ปล่อยเล่มใหม่ในเดือนกันยายนนี้ เราจึงขอชวนทุกคนมาอ่านบทสัมภาษณ์ของฟรอนต์แมนอย่าง วิน—วรุตม์ อ่อนอุ่นจิตร ที่จะเป็นตัวแทนพูดความในใจของ The Ginkz สู่คนฟังที่ยังไม่รู้จักพวกเขา

img_8218-1

ไม่คิดอยากลองทำเพลงปกติแบบวงอื่นเขาบ้างหรอ

แต่ก่อนตอนเริ่มแต่งเพลงก็เคยทำเพลงปกติ เคยอยากเป็นสไตล์นู้นสไตล์นี้ แต่ละแนวเพลงมันก็มีแบบแผนของมัน เราก็เดินตาม แต่พอวันนึงเราได้เรียนวิชานึงที่มหาลัย เป็นวิชาที่ให้เอาดนตรีคันทรีมาผสมกับแนวอื่น เราก็เอามาผสมกับเพลงร็อก พอทำแล้วก็เกิดไอเดียว่า เออ เราสามารถประยุกต์มันได้ แล้วเราชอบเพลงหลายแนวอยู่แล้ว ชอบฟังสะเปะสะปะ ฟังวงละเพลงสองเพลงพอจับคาแร็กเตอร์ ก็เลยเกิดไอเดียว่าแนวดนตรีมันไม่จำเป็นต้องมีกรอบ แค่ยึดเอาเนื้อร้องเป็นแกนหลัก คือเราพูดเรื่องอะไรก็ให้เอาดนตรีไปซัพพอร์ตกับสิ่งที่เราพูด

แต่อย่างเพลง จ็อบเดโม่ นี่ก็ไม่รู้ว่าพี่พูดเรื่องอะไรอยู่

เรามีความเชื่อว่าคนไทยส่วนมากฟังเนื้อเพลงเป็นหลักและฟังดนตรีเป็นรอง เราเลยลองทำเพลงที่มีทำนองรื่นหู ส่วนเนื้อเพลงพูดไม่รู้เรื่อง แต่ในประโยคจะประกอบไปด้วยประธาน กริยา กรรม ครบครัน เช่น โต๊ะยืนอยู่บนเก้าอี้ เหมือนแกล้งคนฟังว่าจะตั้งใจฟังหรือเปล่า

แล้วอะไรเป็นตัวกำหนดทิศทางให้สิ่งที่ไม่เชื่อมโยงกันออกมาเป็นเรื่องราวแบบในเพลง

ช่วงนั้นแนวดนตรีสกาในประเทศไทยกำลังมา เราก็เลยคิดไปเรื่อยว่า คนบูชา Bob Marley กันจัง น้อยใจอยากให้มีคนเอารูป จ๊อบ บรรจบ มาติดฝาผนังบ้าง เราก็เลยคิดต่อว่า ถัดจากจ๊อบ บรรจบ มีใครอีก เอาเป็น จ๊อบ นิธิ สมุทรโคจร ดีไหม แต่ถ้าไม่ โคจร แล้วเป็นโคอะไรดี ก็โคบาล คือเพลงมันจะเกี่ยวกับเทพสกาองค์ใหม่ (หัวเราะ) เพ้อเจ้ออะครับ

img_7974

อะไรทำให้หันมาทำเพลงที่พูดรู้เรื่องมากขึ้น

ช่วงที่ปล่อยเพลง The Ginkz จนสะใจไป 3-4 เพลงแล้ว ก็มีค่ายสหภาพดนตรีชวนไปอยู่ พอไปอยู่ค่ายก็คงพูดอะไรอย่างนั้นไม่ได้แล้วครับ เพราะเราต้องทำให้คนอื่นเข้าใจด้วย ก็เลยกลับมาแต่งเพลงภาษาปกติ เป็นเพลง ไชโย กับ วันนั้นของเดือน หลังจากนั้นก็ทำเพลงเก็บมาเรื่อย ๆ  พอออกจากสหภาพดนตรีก็เคว้งไปพักนึง แต่ตอนนี่ มีค่ายใหม่แล้ว ชื่อBatteryMusic

จะมีโอกาสกลับไปทำเพลงยุคเรื้อน อีกไหม

ยังไม่รู้เลยครับ เพลงที่กำลังปล่อยอยู่ทุกวันนี้เป็นเพลงเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่เพิ่งจะได้อัดกัน ก็เลยยังไม่ได้แต่งเพลงใหม่เลย

อย่างนี้ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าอัลบั้มเต็มจะมาสิ้นปีนี้ก็อดฟังแล้วสิ

(หัวเราะ) ไม่ทันครับ ตอนอยู่สหภาพดนตรีเราเป๋ ๆ เพราะเราทำตามใจตัวเองมาตลอด พอมาอยู่ค่ายมันก็กดดันเราจะทำเพลงยังไงให้คนโอเคขึ้น จะเล่นยังไงให้คนเก็ต ก็งงทิศทางอยู่พักนึง หลังจากนั้นก็มีเพลง โน้ตที่ใช่ในวันที่ช้ำ กับ เอกรักจอย ปีนึงปล่อยแค่2เพลง (หัวเราะ) ตอนนี้ก็เลยเพิ่งกลับมาเคลียดินพอกหางหมูที่ทำ ๆ ไว้ครับ เราตั้งใจจะปล่อย mv ซัก 6-7 เพลง  มี โอฮาโย ยามอ่อนล้า มิสเตอร์พิณแมน  ปีกที่พัง คนหน้าเด๋อ แล้วก็เพลงช้า พรากผู้เยาว์ ส่วนชื่ออัลบั้มก็ยังอยากให้ชื่อ ข้าวสาร เหมือนเดิม

อ่านบทสัมภาษณ์ของ The Ginkz เมื่อปีที่แล้วได้ ที่นี่

img_8222

เล่าถึงเพลงใหม่ที่จะได้ฟังกันหน่อย

ปีกที่พัง เป็นเพลงเปรียบเปรยคนเหมือนนกที่ปีกหัก บาดเจ็บ บินไม่ได้ เลยไม่กล้าบินต่อ แต่ความจริงปีกเรายังอยู่ วันนึงเราก็จะหาย แล้วก็จะบินขึ้นไปใหม่ เป็น progressive ดนตรีมึน ๆ เยอะ ๆ หน่อย

คนหน้าเด๋อ ตอนนั้นไปแอบชอบสาวคนนึง แล้วก็แต่งเพลงให้เขา เป็นเพลงรักเพลงแรกที่แต่งให้คนอื่นแบบจริงจัง (หัวเราะ) เกี่ยวกับคนที่ดูถูกตัวเองว่าต่ำต้อย ชอบเขาแล้วเขาจะชอบไหม ไม่น่าไปเสร่อชอบเธอเลย

เพลงช้า ตอนนั้นทำอยู่ค่ายสหภาพ ฯ เขาอยากได้เพลงช้าโดน ๆ เราก็ โอเค งั้นเราแต่งเพลงช้าละกัน เกี่ยวกับคนที่อกหักแล้วทุกอย่างรอบตัวก็ slowmotion ไปหมด ชีวิตแม่งช้าชิบหาย

พรากผู้เยาว์ เป็นเพลงเกี่ยวกับความฝันครับ คือคนเราตอนเป็นเด็กเป็นวัยรุ่นมันจะมีความฝันอยากทำอะไรสักอย่าง แต่พอวันนึงหน้าที่ความรับผิดชอบมันบีบเรา บางทีเราก็ลืมมันไป เราก็กลายเป็นคนที่เฉยชา หมดไฟ ทำทุกอย่างเพื่อเงิน ก็เหมือนเปรียบเปรยว่าเราถูกพรากเอาความเป็นเด็กออกไปแล้วโดยความเป็นผู้ใหญ่

คิดว่า The Ginkz เป็นวงที่ชอบทำเพลงเกี่ยวกับรายละเอียดเล็ก น้อย หรือเปล่า เพราะไม่เคยเขียนอะไรกว้าง แบบเรื่องความรักหรืออกหัก จะมาเป็นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น ยาม ใน ยามอ่อนล้า

คงจะใช่ครับ เราไม่ได้กำหนดว่าเราจะต้องแต่งเพลงยังไง จะปล่อยไหลไปตามธรรมชาติ แบบตอนนี้อยากพูดอะไรก็ทำเพลงเกี่ยวกับอันเรื่องนั้น

img_8013-1

นอกจากนี้ยังชอบเอาองค์ประกอบไทย อย่างสามช่า หรือหมอลำ มาใส่ในเพลงด้วย

ก็ต้องหยิบมาครับ ถ้าเราทำเพลงโดยมีไอดอลเป็นวงฝรั่ง คิดแค่ทำตามแบบแผนนั้น สุดท้ายเราก็ทำได้แค่เหมือน มันไม่มีทางดีกว่าวงต้นแบบที่เราลอกเลียน เราเป็นคนไทย นี่น่าจะเป็นสิ่งเดียวที่เราเอาไปสู้ได้ ทำให้เขารู้ว่านี่คือวงไทย

แม้แต่เพลงร็อกสไตล์ไทย ก็ถูกเอามาใส่ใน เอกรักจอย

ตอนนั้นอยากเเต่งเพลงประชดประชันว่าเพลงซึ้ง ๆ ช้า ๆ มันต้องร้องอะไรประมาณนี้ “ขอออ…” (ร้องแบบในเพลง) ก็เลยแต่งเนื้อประมาณว่าเราก๊อปทำนองเขามานะแต่เราอ่ะแต่งห่วยกว่า (หัวเราะ)

คนคิดว่า The Ginkz เป็นวงตลก

กำลังพยายามให้เขาเข้าใจอยู่ว่า พวกกูจริงจังครับ ตั้งแต่เพลง โอฮาโย เราพยายามทำโปรดักชัน mv ให้มันดูมีตังค์ขึ้น เพราะตอนแรกเราทำเอาสะใจจนคนคิดว่าเราไม่ได้เล่นดนตรีจริงจัง เอาขำ ๆ แต่จริง ๆ เราจริงจังมากเลย ตอนนี้อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าพวกเราเป็นวงร็อกจริงจังนะครับ (หัวเราะ) แต่พวก mv lowcost ตลก ๆ ก็อาจจะกลับไปทำนะถ้าวันนึงคนเข้าใจเราแล้ว

คนฟัง The Ginkz ส่วนใหญ่คือใคร

เป็นพวกชอบใช้รูปโปรไฟล์ตัวเองเป็นการ์ตูน พวกเข้าสังคมไม่ค่อยเก่ง คิดว่านะ พวกแฟนพันธุ์แท้จริง ๆ ก็น่าจะประมาณนี้แหละ คือมีโลกส่วนตัวสูง ชอบอ่านการ์ตูน (หัวเราะ) อะไรอย่างนั้นมั้งครับ พอเรามีเล่นคอนเสิร์ตก็จะไม่มาดู

คอนเสิร์ตส่วนใหญ่ที่ The Ginkz ไปเล่นเป็นงานประมาณไหน

งานส่วนใหญ่ที่ไปจะเป็นงานของพวกวงฝรั่งที่เขาอยู่ที่ไทยแล้วเขาจัดปาร์ตี้น่ะครับ ส่วนล่าสุดไปเล่นที่งาน Conflakes ก็ดีนะครับ ทีแรกเรารู้สึกว่าเราเป็นวงที่ถูกกีดกันจากสายอื่น เหมือนเราไม่ได้อยู่ในแขนงดนตรีที่ใกล้เคียงกับพวกเขา เทสต์เราเป็นอีกแบบนึงเลยไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่ไหน นี่ก็ถือว่าดีที่ได้เข้าสังคมบ้าง (หัวเราะ)

ทำไมเขาถึงมาชวน

พอดีผมไปถ่ายโฆษณาชิ้นนึงแล้ว เมย์ (กีตาร์, ร้องนำ Fwends) เขาเป็นช่างแต่งหน้าในงานนี้ ก็ได้คุยกัน แล้วเราก็ยัดตังค์ให้เมย์บอกว่าช่วยพาเราไปเล่นหน่อย…ล้อเล่นนะครับ (หัวเราะ) ไม่รู้เหมือนกันว่าเมย์เขาคิดอะไร แต่ดีใจที่ได้เล่นกับวงอื่น ๆ ที่ดูเป็นผู้เป็นคนครับ ตอนเล่นก็ไม่ได้คาดหวังอะไร คนดูชอบไม่ชอบก็ถือเป็นเรื่องปกติ

แล้วคนดูเฮกับเราไหม

ก็มีอยู่ครับ สังเกตว่าคนที่ชอบก็จะออกอาการบ้าคลั่งไปเลย คือเราเล่นเต็มที่ในแบบเราก็หวังว่าจะคนดูจะสัมผัสได้ ส่วนคนที่รับไม่ได้ก็มีเดินออกไปบ้าง อาจเพราะรีบกลับบ้านหรือรำคาญเสียงเพลงพวกเราเต็มทน (หัวเราะ)

img_8101-1

เพลง The Ginkz ที่เขียนมาทั้งหมดชอบเพลงไหนที่สุด

เราเขียนเพลงเราก็เขียนตามความรู้สึก ไม่ค่อยมานั่งย้อนดูว่ากูทำอะไรลงไป ได้มอบอะไรให้คนฟังบ้างไหม คือมันพูดกับตัวเอง เขียนให้ตัวเอง ก็เลยยังตอบไม่ได้เลยครับ หลัง ๆ ที่รู้สึกดีคือเพลงที่เขียนให้คนอื่น เพราะได้ทำให้ใครสักคน (หัวเราะ)

The Ginkz จะมีโอกาสกลายมาเป็นวงตามขนบแบบวงอื่น ไหม

ผมคิดว่าถ้าจบอัลบั้มนี้จะทำเพลงตลาด 3 เพลง เป็น EP เพลงตลาดแบบ The Ginkz ที่คนธรรมดาฟังรู้เรื่องแล้วก็เป็นแบบที่เราชอบมันด้วย ทำเพื่อที่จะหางานเล่นแหละ (หัวเราะ) คนจะได้ฟังกูสักที แล้วก็อยากลองด้วยเพราะว่ามันท้าทาย ทำยังไงให้มันไม่เสียตัวตนเพราะแต่ก่อนเราอยู่กับโลกส่วนตัวเยอะมากเลย

ยอมแพ้ต่อกระแสคนฟังแล้วหรอ

ไม่หรอกครับ คือเราทำเพลงในประเทศนี้ซึ่งดนตรีนอกกระแสเป็นเพลงที่คนส่วนใหญ่เขายังไม่เข้าใจ เราเลยต้องเอาขนมไปล่อว่ามันทานได้นะ ลองเข้ามารู้จักกันหน่อยไหม

หลังจากเพลง แอบปลื้มสาวมุสลิม .1/5 มีคนมาจ้างให้ทำโฆษณาบ้างไหม แล้วอันไหนที่แปลกที่สุด

มีพวกสินค้าต่าง ๆ มาให้แต่งเพลงให้ ส่วนที่แปลกสุดคือ DTAC ครับ โดยปกติแล้วทำเพลงโฆษณาพวกนี้จะมีโจทย์มาให้เราก๊อปแบบเพลงนี้แต่ทำยังไงให้ไม่โดนฟ้อง แต่อันนี้คือเขาบอกว่า แต่งเนื้อห่าดนตรีเหวอะไรมาก็ได้เกี่ยวกับเรื่องเน็ตช้า ส่วนเรื่องภาพเดี๋ยวเขาว่าตามเอง ทีมที่ทำก็เป็นพี่ปิ๊บโป้ Storyteller สนุกมากเลย เราก็แฮปปี้เหี้ย ๆ

แล้วชีวิตเปลี่ยนไปมากขนาดไหนจากความดังเพียงข้ามคืน

เอาแต่ใจมากขึ้นเพราะเรารู้สึกว่าต้องเริ่มค้นหาตัวเองมากขึ้น ชีวิตกูควรต้องทำอะไรถึงจะแฮปปี้ที่สุด เบื่อการฝืนใจทำ ตอนนี้เลยอยากทำวงให้จริงจังกว่าเดิมครับ

img_8122-1

สรุปว่าน้องออร์เดิร์ฟมีจริงไหม

ผมว่าไม่มี (หัวเราะ) ตอนแรกคิดว่าเป็นเด็กส่งมาจริง ๆ แหละ แต่พอทำไปสักพักก็มีหลายคนมาบอกว่าเราน่าจะโดนอำ ก็เออ เราอาจจะถูกหลอก

รู้สึกยังไงกับที่เดี๋ยวนี้บางทีดนตรีไม่สามารถส่งออกถึงผู้ฟังได้ด้วยตัวเองแล้ว แต่ต้องพึ่งการตลาดหรือไวรัล

ก็เราเป็นดนตรีนอกกระแสด้วยมั้ง พวกกระแสหลักมันก็อย่างที่ฮิต ๆ กันอะ เราเคยคุยกับเพื่อนว่า เศรษฐกิจประเทศเราไม่ได้ฟู่ฟ่าจนคนสบายแล้วเอาเวลามาเสพศิลปะทางเลือกเยอะได้ เราก็แค่ต้องการเพลงที่มันจะมาระบายความรู้สึกเรา ความรัก เนื้อโดน ๆ แล้วพอมาเป็นอย่างนี้เราก็ต้องยอมรับว่าเราเลือกแล้วที่จะทำเพลงในประเทศนี้ แต่เราจะทำเพื่อคนฟังในประเทศนี้หรือเปล่า ไม่ก็ทำภาษาอังกฤษแล้วไปให้คนอื่นฟัง ก็ต้องปรับตัวว่าจะทำยังไง

สรุปแล้วตอนนี้ The Ginkz ทำเพลงเพื่อตัวเองหรือทำเพื่อคนฟัง

เมื่อก่อนเราทำเพื่อตัวเอง แต่ตอนนี้รู้สึกว่า เออว่ะ การแบ่งปันดนตรีให้คนอื่นเข้าใจด้วยมันก็สนุกดี โดยที่เราก็แฮปปี้ด้วย เราไม่ได้อยากทำเพลงเพื่อตังค์แค่อยากมีความสุขในการเล่นดนตรี ก็อยากให้คนชอบเยอะขึ้นโดยการที่เรามอบมิตรภาพให้กับเขา ด้วยการพูดจาดี ๆ กับเขาหน่อยแค่นั้นเอง

เราจะมีโอกาสเปลี่ยนแปลงโมเดลของวงการเพลงกระแสหลักไหม

เราว่ามันก็ต้องเปลี่ยนที่ทุกวงต้องยกระดับขึ้นด้วย  บางทีก็งงนะที่เรามองว่าดนตรีที่ดีคือเพลงแบบเมืองนอกแต่กลับมองดนตรีบ้านเราเชย น่าเบื่อ จำเจ   มันก็พูดยากว่ะ มันเป็นเรื่องความสุขแบบง่าย ๆ ของเขาอะ ดนตรีมันมอบความสุขอะ คนในประเทศเราอาจจะไม่ได้ต้องการรสนิยมนู่นนี่นั่นเยอะแยะก็ได้

img_8188

เพจ แปลงซะเสีย เกิดขึ้นมาได้ยังไง

ทีแรกแปลงเพลง SHINee – Ring Ding Dong เพลงเกาหลีเล่น ๆ ลง YouTube แล้วคนชอบ สนุกดี บางทีก็นั่งเพลิน ๆ กับเพื่อนแล้วคิดว่าเสียงร้องเพลงแบบนี้มันจะเป็นคำอะไรในภาษาไทยได้วะ ก็เลยทำเล่น ๆ พอมีเยอะ ๆ ก็มาปล่อย พอปล่อยไปเรื่อย ๆ ก็คิดว่ามาทำเพจละกัน จะได้มีแหล่งรวม

แรก มีแฟนเพลงต้นฉบับมาโวยวายไหม

ก็มีครับ (หัวเราะ) แต่เราชินแล้ว ตอนทำ The Ginkz ก็โดนด่าอย่างเดียว ไม่รู้สึกอะไรละ แต่ส่วนใหญ่คนก็ชอบนะ

เพลงไหนแปลงออกมาแล้วคนชอบที่สุด

Smells Like ไอ้ขี้เมา จาก Smells Like Teen Spirit ของ Nirvana มั้ง มันเหมือนเราเมาจริง

ความยากในการแปลงเพลงคืออะไร

ถ้าเริ่มคิดให้มันจริงจังแบบแต่งเพลงปกติมันจะยาก คือส่วนใหญ่เราจะเริ่มจากเพ้อเจ้อไปเลย แล้วก็จบ มันก็เลยไม่ยาก (หัวเราะ) ส่วนใหญ่เราทำอะไรก็ตามจะเอาความชอบไว้ก่อน ถ้ากูฮาก็โอเคแล้ว ก็เชื่อว่าคนอื่นจะตลกกับเราด้วย

ถ้าเอาเพลง Best of You เวอร์ชันแปลงซะเสียไปเปิดให้ Foo Fighters ที่เพิ่งมาเล่นที่บ้านเราฟัง คิดว่าเขาจะรู้สึกยังไง

กลัวโดนด่าเหมือนกันนะ (หัวเราะ) ผมชอบ Dave Grohl ผมชอบ Foo Fighters แล้วผมก็ไปดูด้วย… ผมไม่น่าทำอย่างนั้นเลยครับ (หัวเราะ)

นอกจาก The Ginkz กับ แปลงซะเสียมีโปรเจกต์อะไรอีก

นอกจากทำเพลงโฆษณาแล้วก็อยากเป็นโปรดิวเซอร์ให้ แร็พเอก ไม่อยากเป็นโปรดิวเซอร์ให้ใครเท่านี้มาก่อน แต่พี่แกบอกว่าช่วงนี้ดวงไม่ดี  เขาขอพักก่อน

ตอนนี้ชอบวงไหนเป็นพิเศษ

วงไทยผมชอบ Summer Dress ครับ วงนอกผมชอบ The Reign of Kindo ก็เป็นแจ๊ส อีโม ละมุน หน่อย

ฝากถึงคนที่คิดทำเพลงในช่วงนี้

ก็เลือกเอาว่าจะทำเพื่อเงิน หรือจะทำเพื่อตัวเอง หรือทำเพื่อทั้งสองอย่าง เอาที่มันสบายใจ ถ้าทำเพื่อเงินแล้วมันไม่ใช่เราก็จงทุกข์ทรมาณไปเสียเถอะครับ (หัวเราะ)

img_8162

EXTRA คุยนอกรอบ

กลัวผีไหม แล้วเคยเจอผีไหม

น่าจะกลัวแหละแต่ชอบดูหนังผี ตอนช่วงประถมคุณปู่เสียแล้วเราเข้าไปในห้องคุณปู่ ก็เห็นรูปคุณปู่ยักคิ้วเงี้ย อาจจะคิดไปเองก็ได้ไม่รู้เหมือนกัน

คนเราถ้าตายแล้วจะไปไหน ถ้าต้องเป็นผีคิดว่าจะเป็นผีแบบไหน

ไม่รู้อะ ยังไม่เคยตาย แต่ถ้าเป็นผีก็คงชอบแกล้งคนให้มันกลัวเล่น เอาแบบหยอก ๆ ไม่ถึงตาย

เชื่อเรื่องชาติหน้าไหม อยากเกิดเป็นอะไร

ไม่รู้เลย แต่อาจจะอยากเกิดเป็นแมงกะพรุน (หัวเราะ) ถ้าเอาจริงจังก็อยากเกิดเป็นคนเนี่ยแหละครับ

 

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ The Ginkz ได้ ที่นี่ และ แปลงซะเสีย ได้ ที่นี่
รับฟังเพลงของพวกเขาบนเว็บไซต์ฟังใจได้ ที่นี่

Facebook Comments

Next:


Montipa Virojpan

อิ๊ก เนิร์ดดนตรีที่เพิ่งกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นนักเขียนตอนอายุ 25 ชอบเดินเร็ว นอกจากขนมปังกับกาแฟดำแล้วก็สามารถกินไอศกรีมกับคราฟต์เบียร์แทนมื้อเช้าได้