The Queen's Gambit เพลง OST. ซีรีส์ เพลงประกอบ Sound Track Netflix

Quick Read Snacks

ชวนฟัง 10 เพลงเพราะจาก The Queen’s Gambit อีกหนึ่งซีรีส์ที่มาแรงที่สุดในปี 2020

The Queen’s Gambit เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่มาแรงที่สุดในปีนี้ นอกจากบท แคสต์ และภาพที่สวยลงตัวไปหมดทุกอย่างแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพลงประกอบในเรื่องนั้นมีผลต่ออรรถรสในการรับชมเช่นเดียวกัน โดย The Queen’s Gambit เป็นเรื่องราวของ ‘เบธ’ นักหมากรุกหญิงในช่วงยุค 60s แน่นอนว่ามีต้องมีเพลงเพราะ ๆ จากช่วงเวลานั้นเต็มไปหมดอย่างแน่นอน วันนี้ก็เลยขนเพลงเพราะจากในเรื่องมาให้ฟังกัน

*SPOILER ALERT มีการเปิดเผยเนื้อหาในเรื่อง*

The Queen's Gambit เพลง OST. ซีรีส์ เพลงประกอบ Sound Track Netflix

เพลงประกอบซีรีส์ The Queen’s Gambit ตอนที่ 1 Openings

 

เพลง Finale/HallelujahALFRED NEWMAN

เมื่อสูญเสียครอบครัว ชีวิตในวัยเด็กของเบธเลยลงเอยที่บ้านเมธูเอน – บ้านอุปถัมภ์เด็กกำพร้าหญิงล้วน ที่ ๆ ทำให้เบธได้รู้จักกับหมากรุก ที่บ้านจะมีวิตามินแจกให้ทุกกลางวัน (ซึ่งจริง ๆ คือยากล่อมประสาทชนิดหนึ่ง) เมื่อมาถึงวันที่กฎหมายสั่งให้ห้ามแจกยาชนิดนี้อีกต่อไป แน่นอนว่าเบธที่รู้สึกว่าต้องใช้มันในทุกวันนั้นเกิดความรู้สึกที่ว่าทนไม่ได้ จนมาวันหนึ่งในขณะที่คนอื่นกำลังนั่งดูภาพยนตร์เรื่อง ‘The Rope’ อยู่ เบธตัดสินใจย่องออกจากห้องฉายภาพยนตร์แล้ววิ่งตรงไปที่ห้องแจกยา แน่นอนว่าเธอทำทุกทางเพื่อที่จะไปให้ถึงโหลแก้วที่บรรจุยาแคปซูลสีเขียวที่เธอต้องการนักหนา เพลงในฉากสุดท้ายของภาพยนตร์ก็ดังขึ้น นั่นก็คือเพลง Finale/Hallelujah จากเรื่อง The Rope ในปี 1953 ของ Twentieth Century Fox Film Corporation ในภาพยนตร์ก็ลุ้น สิ่งที่เบธทำก็ลุ้น เพลงช่วยเร้าให้เราใจเต้นตึกตักตามตัวละคร จนปิดตอนที่ 1 ได้แบบต้องกดดูต่อจริง ๆ

 

The Queen’s Gambit Ost. ตอนที่ 2 Exchanges

 

เพลง Gnossienne: No. 1ERIK SATIE, ALEXANDRE THARAUD

ซีรีส์เล่าเรื่องไวไม่ปล่อยให้เราต้องคอยนาน มาถึงตอนที่ 2 เบธก็เติบโตอยู่ในวัยรุ่นตอนต้นแล้ว และเธอไม่ใช่เด็กกำพร้าแห่งบ้านเมธูเอนอีกต่อไป เพราะมีคนมาอุปถัมภ์ไปแล้วเรียบร้อย เรื่องราวของเบธก็เปลี่ยนสถานที่เป็นบ้านสีฟ้าอมเขียวแสนอบอุ่น (?) เพลงดังขึ้นในฉากที่เบธตื่นแล้วเดินลงมาเจอ อัลมา – แม่ที่รับอุปถัมภ์เธอมา เล่นเปียโนเพลงนี้อยู่ อัลมา เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีความสำคัญต่อชีวิตเบธมากตลอดทั้งเรื่องหลังจากนี้

ซึ่งเพลง Gnossienne: No.1 คือเพลงบรรเลงเปียโนของ ERIK STATE และ ALEXANDRE THARAUD ที่ถูกปล่อยออกมาในช่วงปี 1893

The Queen’s Gambit Ost. ตอนที่ 3 Doubled Pawns

 

เพลง You’re The One THE VOGUES

พอเริ่มได้เข้าไปสู่วงการหมากรุกอย่างเต็มตัวและเริ่มมีชื่อเสียงจากความสามารถของเธอ เบธก็เป็นที่ยอมรับของกลุ่มเพื่อนสาวแก๊งมีนเกิร์ลในโรงเรียน หลังเลิกเรียนเธอชวนให้ไปปาร์ตี้กับแก๊ง เธอก็ตัดสินใจตอบตกลง (เพิ่งลองมีเพื่อนครั้งแรกอะเนาะ) พอไปถึงก็โดนยิงคำถามเกี่ยวกับความรัก ความสัมพันธ์และเพศตรงข้ามรัว ๆ เบธเองที่ไม่ได้สนใจเรื่องไหนนอกจากหมากรุก ก็ค่อนข้างที่จะอึดอัดและไปไม่เป็น แต่โชคช่วยด้วยการที่ในทีวีประกาศขึ้นมาว่า วง The Vouges จะขึ้นโชว์ สาว ๆ ในเรื่องก็ลุกขึ้นพร้อมตะโกนร้องเพลงและเต้นเพลง You’re The One กันอย่างชอบใจในขณะที่เบธก็ค่อย ๆ ย่องหนีกลับบ้านเช่นกัน

The Vouges เป็นวงสัญชาติอเมริกัน ฟอร์มวงเมื่อปี 1958 แต่เพลง You’re The One ถูกปล่อยมาในปี 1963 เป็นอีกหนึ่งเพลงฮิตของวงไปเลย เรียกว่าเล่นที่ไหน คนในยุคนั้นก็ร้องได้หมด

เพลง The End of the WorldHERMAN’S HERMITS

เป็นซีนเล็ก ๆ ที่อิมแพคกับใจได้ประมาณนึงเลย หลังจากที่แพ้หมากรุกเป็นครั้งแรก และหลังจากอกหักครั้งแรก เบธขึ้นรถเพื่อที่จะกลับบ้าน เบธคว้ามืออัลมามาจับไว้ขณะที่อยู่บนรถ แล้ว The End of the World ก็ดังขึ้นพอดี ใจก็สลาย โลกทั้งใบก็สลายเป็นครั้งแรก แน่นอนแหละอะไรที่เป็นครั้งแรกมันยิ่งใหญ่เสมอ

เราอาจเคยได้ยิน The End of the World มาหลายเวอร์ชัน Netflix ก็เคยใช้เพลงนี้ใน The End of the F***ing World มาแล้ว ที่คุ้นหูอาจจะมีเวอร์ชันของ The Carpenters, Skeeter Davis และอีกมากมาย แต่เวอร์ชัน HERMAN’S HERMITS ก็ทำให้เราเข้าถึงความรู้สึกของตัวละครได้เป็นอย่างดี

The Queen’s Gambit Sound Track ตอนที่ 4 Middle Games

 

เพลง Along Comes MaryTHE ASSOCIATION

เมื่อเป็นวัยรุ่นอย่างเต็มที่ เบธ ก็ได้ลองใช้ชีวิตของตัวเองเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งเมาเหลวเป๋ว สูบกัญชา และโทรบอกแม่ว่าจะไม่กลับบ้านเป็นครั้งแรกเช่นเดียวกัน เพลงดังขึ้นในรุ่งอรุณหลังจากการสังสรรค์ของเบธและเพื่อน เธอตื่นมาในห้องที่ไม่มีใครอยู่เลย พร้อมโน้ตทิ้งไว้ว่า อยู่ได้สบายเต็มที่ และเพลงนี้ก็ดังขึ้นตอนที่เธอกำลังทำความสะอาดเก็บกวาดซากอารยธรรมของเมื่อคืน พร้อมทั้งซดเหล้า และก็คุยโทรศัพท์กับอัลมา โตอีกขั้นแล้วเจ้าเบธ

Along Comes Mary ถูกปล่อยมาในปี 1966 จากวง The Association กลายเป็นเพลงฮิตเพลงแรกของวง ทะยานสู่ท้อป 7 ของ U.S. ชาร์ต หลังจากนั้นก็มีวงเอาไปคัฟเวอร์กันอย่างแพร่หลาย ดังจริงงงงงงงง

เพลงประกอบ The Queen’s Gambit ตอนที่ 5 Fork

 

เพลง FeverPEGGY LEE

เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่ถูกพูดถึงในบทว่าตัวเบธชอบ เป็นช่วงที่เบธเองก็เป๋มาก เพราะแม่เพิ่งเสีย เหลือตัวคนเดียวแบบจริง ๆ เลยคราวนี้ เราจะได้เห็นเบธเต้นกับเพลงปลายยุค 60s อยู่หลายฉาก แต่ก็ยกให้ฉากนี้เป็นฉากที่น่ารักมาก ๆ แค่ขยับไปมาสองสามที เดินจากเปียโนลงมาอยู่ตรงโซฟาแล้วนั่งเล่นหมากรุก บวกกับจังหวะเพลงด้วย ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวละครเบธจริง ๆ

FeverPeggy Lee ถูกปล่อยออกมาในปี 1958 จริง ๆ แล้วเพลงนี้ต้นฉบับคือ Little Willie John แต่เวอร์ชันของ Peggy Lee ที่เขียนเนื้อใหม่เพิ่ม และอะเรนจ์ดนตรีใหม่ให้ต่างจากของเดิม ทำให้เพลงดังแบบขยายวงกว้างและเป็นที่รู้จัก หลังจากนั้นก็ยังมี Elvis Presley, Madonna, Michael Bublè, Beyoncé  ที่หยิบเพลงนี้ไปร้องอีก อมตะจริง ๆ

TheQueen’sGambit Original Sound Track ตอนที่ 6 Adjournment

 

Stop Your Sobbing  – THE KINKS

เบนนี่ – นักหมากรุกที่ทำให้เบธรู้จักความพ่ายแพ้ครั้งแรก ก็เป็นอีกคนที่มีบทบาทกับชีวิตเบธมาก เปิดตอนที่ 6 มาด้วยฉากบนรถของเบนนี่ที่มีเบธนั่งข้าง ๆ ไปด้วยตลอดทางไปห้องที่นิวยอร์กของเบนนี่ เพื่อเตรียมตัวแข่งหมากรุกครั้งยิ่งใหญ่ของเบธ เพลงดังขึ้นบนถนนพร้อมกับเสียงของทั้งสองคนที่ร้องคลอเพลงไปตลอดทาง แถมยังสลับกับเล่นหมากรุกด้วยปาก โดยที่ไม่ต้องมีกระดานใด ๆ อัจฉริยะจริง เคมีของทั้งสองคนเข้ากันดีมาก เรียกได้ว่าคนดูนั่งเชียร์ให้คู่นี้รักกันเลยแหละ
Stop Your SobbingThe Kinks เป็นเพลงที่อยู่ในอัลบั้มเดบิวต์ของ The Kinks ในปี 1964 เพลงมีแรงบันดาลใจจากการที่แฟนของคนแต่งร้องไห้ไม่หยุดเลย ก็เลยอยากให้แฟนเลิกร้องไห้เสียที จนออกมาเป็นเพลงที่ดังไปทั่วในยุคนั้นเลย

เพลง Tut tut tut tutGILLIAN HILLS

The Queen’s Gambit เป็นซีรีส์ Coming of Age จริง ๆ เราเฝ้ามองดูตัวละครเบธเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ฉากนี้ก็เช่นกัน เมื่ออัลมาจากไป บ้านที่เป็นชื่อของสามีอัลมา ก็ต้องตกมาเป็นของเบธ แต่ด้วยความเล่นลิ้นของสามีอัลมานั้นทำให้ต้องมีการเจรจากันอย่างหนัก สุดท้ายเบธก็เทหมดหน้าตักเพื่อที่จะซื้อบ้านหลังนี้เก็บไว้ เพลงดังขึ้นในช่วงที่เบธทำความสะอาดบ้านและเปลี่ยนให้บ้านกลายเป็นสีชมพูดูสว่างและสดใสขึ้นมาทันตา

Tut tut tut tut เป็นเพลงของ Gillian Hills  นักร้องและนักแสดงในช่วงยุค 60s หลังจากซีรีส์ออนแอร์ไป ยอดฟังใน Shazam พุ่งพรวดเกือบถึง 100,000 ครั้ง

 

เพลง I Can’t Remember Love (feat. Anna Hauss) – THE QUEEN’S GAMBIT CAST 

เป็นเพลงที่โผล่มาสั้น ๆ ไม่มี Official Song ในสตรีมมิงหรือ Youtube เลย แต่เพราะจนเราต้องมาตามหาต่อว่าคือเพลงอะไร เพลงดังขึ้นในฉากที่เบธนั่งเหงาอยู่คนเดียวในร้านอาหารยามค่ำคืน เป็นเสียงเพลงที่มาจากนักร้องที่ร้องเพลงอยู่บนเวที พร้อมกับมุมกล้องแบบ Long Take ที่ทำให้รู้สึกเหงามากกว่าเดิม เนื้อเพลงพูดถึงการที่จำทุกสิ่งได้ จำเธอได้ แต่จำความรักที่มีต่อเธอไม่ได้แล้ว พอได้ฟังเนื้อหาทั้งหมดเท่านั้นแหละ เบธก็กลับมาบ้านพร้อมกับความเมาถึงขั้นสุด แล้วเบธก็กลายเป็นขี้เมาแบบถูกต้องไปโดยทันที ดื่มหนัก สูบหนัก จนโทรม ยากที่จะหวนกลับ ไปสู่เพลงถัดไปที่กำลังจะกล่าวถึง

 

Facebook Comments

Next:


Donratcharat

นัท มีความสามารถพิเศษคือเดินสะดุดพื้นเรียบ ขำและพูดคนเดียวได้ทั้งวัน หลงใหลในป๊อบคัลเจอร์ แต่ก็หลงรักเพลง oldies จนมักถูกถามอยู่บ่อยครั้งว่าอายุเท่าไหร่ ใช้ภาษาวิบัติเพื่ออรรถรสเป็นชีวิตจิตใจ แต่ถ้าถามว่าวันนี้จะกินอะไร ตอบได้ทันทีว่าเส้นเล็กน้ำตกถ้ามีตับหมกก็ดีจ้า