fungrai-3rd-july-2022

Hot and Trending

ฟังไร รวมเพลงใหม่น่าฟัง สัปดาห์ที่สามเดือนกรกฎาคม 2022

‘ฟังไร’ คอลัมน์ในตำนาน ถ้าใครตามเว็บไซต์ฟังใจมาแต่แรกก็จะทัน ‘ฟังไร’ ของพี่อู๋ The Yers ที่เคยรวมเพลงน่าฟังมาให้ได้เบิกหูเบิกเนตรกันเป็นประจำ ซึ่งเราก็ได้รับอนุญาตให้สานต่อเจตนารมณ์ของพี่เขาละ กับการแพร่สปอร์สิ่งที่น่าสนใจให้เพื่อน ๆ ชาวฟังใจได้ฟังกัน จะฟังไรกันบ้าง เลื่อนลงมาเลย!

 

thepicnikProper Goodbye

thepicknik วงดนตรีที่เกิดจากการรวมตัวกันของเพื่อนมัธยมอย่าง ฝุ่น (ร้องนำ), หมี (กีตาร์),  จุ้ย (กีตาร์), โฟค (เบส) และ เกน (กลอง) กลับมาอีกครั้งหลังจากปล่อยซิงเกิลก่อนหน้าอย่าง Stranger With A Wall เมื่อสามเดือนที่แล้วมาให้เรากระโดดข้ามกำแพงในใจออกไปเผชิญกับสิ่งใหม่ ๆ แต่ในคราวนี้เขาจะไม่ได้ชวนใครออกไปเผชิญกับเรื่องใดแล้ว เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการคือการได้บอกลาแบบดี ๆ ในซิงเกิลล่าสุด Proper Goodbye

Proper Goodbye เรื่องราวของคนที่เข้าใจว่าความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ มันดีอยู่แล้ว ดีขนาดที่ว่าไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ ให้รู้ตัวแม้แต่น้อยว่าอีกฝ่ายต้องการจะลาไป แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดเพราะสิ่งที่เกิดตามมาคือการที่เธอเลือกจะหายไปแบบไม่บอกไม่กล่าว และไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้บอกลา มารู้ตัวอีกทีก็สายเกินไปจนได้แต่ร้องขอโอกาสเพื่อที่จะได้บอกลาดี ๆ สักครั้งดั่งชื่อเพลงที่ครบจบในหนึ่ง เป็นการเล่าจากมุมมองของคนที่เชื่อว่าทุกอย่างดีอยู่แล้วได้เห็นภาพชัดเจนมาก เพราะเมื่อเขารู้ตัวว่าสิ่งที่เคยเข้าใจถูกมาตลอดมันผิด ก็ฟูมฟายเอาเรื่องเลย ชีวิตมันมักจะเล่นตลกแบบนี้อยู่เสมอ บางคนปัญหาทั้งหมดอาจถูกแก้ไขเพราะรู้ปัญหา แต่สำหรับบางคนแล้วเพียงโอกาสที่จะรู้ยังแทบไม่มีเลย

ดนตรีชวนซึมสะบัด กีตาร์โปร่งสตรัมเพราะ ๆ คลอเด่นไปกับเสียงร้องที่ขนความเศร้ามาเต็มร้อย ก่อนเบรคเข้าเครื่องดนตรีชิ้นอื่น ๆ พร้อมกับขยี้ความรู้สึกและโหมให้รู้สึกตามยิ่งขึ้น โมเลดี้ร้อง(ไห้)ตามง่าย เนื้อเพลงเรียบง่ายที่เล่าเรื่องเห็นภาพเป็นฉาก ๆ นับเป็นอีกจุดแข็งในเพลงที่เราค่อนข้างชอบก่อนจะไปโซโล่ขยี้ความเจ็บปวดกันต่อและกลับมาผ่อนลงให้เราได้คิดถึงการจากลาแบบที่ไร้โอกาสจะบอกลา ก่อนจะตัดจบแบบดื้อ ๆ เหมือนกับเรื่องราวในเพลงนี้ไปเลยทันที

เป็นอีกมุมมองจาก thepicnik ที่เศร้าแต่ฟังเพราะจริง ๆ เสียงร้องของฝุ่นเข้มข้นและถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีจริง ๆ หวังว่า Proper Goodbye จะทำให้ทุกคนหันกลับไปเช็คความสัมพันธ์ที่มีอยู่ให้ดี ก่อนจะสายเกินไปจนไม่ได้บอกลา ขอฝากซิงเกิลสุดซึมล่าสุดจาก thepicnik ด้วยฮะ!

ฟังเพลงนี้บนฟังใจ

 

Uncle Benโปรด (ดูแลฉันด้วยใจที่อ่อนโยน)

ลุงเบนเคยได้กล่อมเราฝันดีไปแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา กับ เพลงก่อนนอน ที่ได้เสียงหวาน ๆ ของแอนท์ LANDOKMAI มาเป็นมนต์สะกดให้หลับสนิทตลอดคืน กลับมาคราวนี้เรารู้สึกถึงกลิ่นอายของภาคต่อจาก อย่าเป็นฉันเลย ที่ซ่อนอยู่ในซิงเกิลล่าสุดที่เรากำลังจะแนะนำให้ทุกคนได้ฟัง โปรด (ดูแลฉันด้วยใจที่อ่อนโยน) กรุณาเตรียมทิชชู่ไว้ข้าง ๆ ก่อนเปิดฟัง เตือนแล้วนะ..

โปรด (ดูแลฉันด้วยใจที่อ่อนโยน) เพลงแห่งความรู้สึกของการแตกสลาย เพราะเจ็บปวดกับเรื่องราวที่พบเจอมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนพอถึงจุดหนึ่งในชีวิตที่ได้พบกับใครบางคนที่ทำให้หัวใจมีหวังว่าจะฝากความหวังไว้ด้วยได้ แต่มีเพียงคำขอเดียวที่จะขอร้องเธอ ก็คือ ช่วยดูแลหัวใจอันเปราะบางนี้ด้วยหัวใจที่อ่อนโยนของเธอ เพราะโลกนี้มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด หากต้องเป็นฉันที่เสียใจอีกครั้งก็คงมากเกินที่จะทนไหว ที่เราแอบเกริ่นไว้ว่าเพลงนี้ดูเป็นภาคต่อจาก ‘อย่าเป็นฉันเลย’ นั้นก็เพราะมีคำนี้อยู่ในเพลงด้วยเต็ม ๆ แถมยังเป็นเรื่องราวของคนที่ถูกทำร้ายจากความสัมพันธ์จนสะบักสะบอมมาก่อนที่จะมาเจอเธอคนนี้อีก เป็นภาคต่อที่เจ็บปวดแต่งดงามมากด้วยดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ของ Uncle Ben อัลเทอร์เนทีฟที่เนิบช้า แต่ค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาจนรู้ตัวอีกทีเมื่อถึงโซโล่ น้ำตาก็ไหลตามได้แบบไม่ทันได้สังเกตจริง ๆ 

ถึงแม้จะฟังดูเป็นเพลงที่พร้อมจะมูฟออน แต่เพียงขอให้ดูแลกันด้วยใจที่อ่อนโยน ดูเป็นเพลงที่มีความหวังใหม่กับความรัก แต่เอาเข้าจริงถ้ามองอีกมุมเรารู้สึกได้เลยว่าคน ๆ นี้กำลังจะทนไม่ไหวอีกต่อไป ถ้าครั้งนี้ยังต้องผิดหวังหรือเสียใจซ้ำ ๆ ก็คงทนพิษบาดแผลไม่ไหวแล้ว เป็นความรู้สึกของการอ้อนวอนและโหยหาความรักที่แท้จริงจากใครสักคนจริง ๆ เพราะลึก ๆ แล้วคน ๆ นี้ก็ยังอยากอยู่ต่อเพื่อมีความทรงจำที่ดีร่วมกันกับหลาย ๆ คนอยู่เช่นกัน ซึ่งมิวสิกวิดีโอก็ละเอียดอ่อนและเก็บรายละเอียดมาได้ดีมาก ๆ เล่าเรื่องราวของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่เมื่อมาบรรจบกับเนื้อหาในเพลงก็พอเหมาะพอดี ซึ่งเราเชื่อว่าจะทำให้คนตระหนักและเริ่มทำความเข้าใจกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้มากยิ่งขึ้นผ่านบทเพลงนี้เลยล่ะ 

เป็นอีกเพลงที่ทำให้เราได้เห็น Uncle Ben ในมุมที่เข้าใจมนุษย์มากขึ้นไปอีกขั้น เหมือนได้โตไปพร้อม ๆ กัน นับตั้งแต่เพลงแรกจนเพลงนี้พวกเขาได้แสดงให้เห็นแง่มุมจากเรื่องเล่าในเพลงที่แตกต่างกันออกไป แต่ในทุก ๆ เพลงยังคงเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับคนฟังได้เสมอจริง ๆ โปรดดูแลกันและกันด้วยใจที่อ่อนโยน และ โปรดฟังเพลงนี้จากพวกเขาด้วยนะ!

ฟังเพลงนี้บนฟังใจ

 

Jesse MekFade

เพลงลำดับที่ 3 ในอัลบั้ม Happy Man Of The Earth จาก Jesse Mek ที่สองซิงเกิลก่อนหน้านี้ก็มอบความสุขให้กับหูและหัวใจไปแล้วอย่าง Happy Man Of The Earth และ Whisky Buddy ซึ่งเขาก็ไม่ปล่อยให้เรารอนาน รีบส่งซิงเกิลชวนหนีจากความวุ่นวายและเรื่องราวเก่า ๆ พร้อมลุยต่อกับสิ่งใหม่ ๆ ที่เราเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้เจออะไรในอนาคตกับ Fade

ดนตรีคันทรี่-โอลดีส์ฉ่ำหูที่คราวนี้มีกลิ่นอายความร่วมสมัยมากขึ้นกว่าสองเพลงก่อนหน้านี้ ดูเข้มข้นตามเนื้อหาที่เจสซี่ต้องการบอกเล่าซึ่งก็คือเรื่องราวของการตั้งคำถามต่อตัวเองว่าในขณะที่ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ วินาที บางสิ่งกลับมา บางอย่างเลือนหายไปตามกาลเวลา หรือกระทั่งหลาย ๆ สิ่งที่เรามองว่ามันดี มันสวยงาม จริง ๆ แล้วมันอาจจะกำลังทำร้ายเราอยู่ก็ได้เพียงแต่เรายังไม่ยอมรับมัน ซึ่งทั้งหมดนี้ที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้นเราเองจะเฟดออกมาจากมันได้แล้วเดินหน้าต่อไปพบกับสิ่งใหม่ ๆ ในอนาคตได้หรือเปล่า? เนื้อหาที่ค่อนข้างเข้มข้นแต่ชวนทบทวนตัวเองก็ย่อยได้ง่ายยิ่งขึ้นผ่านดนตรีที่ฟังเพลินพร้อมเสียงร้องที่หูยินดีทุกครั้งที่ได้ฟัง พอได้ฟังซ้ำ ๆ ก็อยากจะแพ็คกระเป๋า วิ่งหนี แล้วเดินทางออกไปยังที่ใดที่หัวใจต้องการทันทีเลยจริง ๆ

นันเป็นซิงเกิลที่สามจาก Happy Man Of The Earth ที่ทำให้เราเห็นทิศทางของดนตรีและความเป็น Jesse Mek ในครั้งนี้ได้อย่างชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนอดใจรอแทบไม่ไหวที่จะได้ฟังอัลบั้มเต็ม มั่นใจว่าจะเป็นอัลบั้มที่พาเราเดินทางไปตามเส้นทางที่มีเรื่องราวจากเจสซี่ได้อย่างสุขใจแน่นอน ขอฝาก Fade ไว้ด้วยฮะ!

ฟังเพลงนี้บนฟังใจ

 

ELEVENCall Me

โทรหาแหน่เด้อ จำเบอร์โทรน้องได้บ่ ~ ไม่ใช่! เพราะนี่คือ Call Me ซิงเกิลต้อนรับอิสระครั้งใหม่ของ จาว–พบสุข บุญเสรฐ ซึ่งจริง ๆ เราได้พบเห็นและฟังเพลงจากเขามาตั้งแต่ช่วง 2019 เป็นต้นมา นับเป็นเวลากว่าสามปีบนเส้นทางดนตรีที่มีทางแยกย่อยและเรื่องราวให้เขาได้เดินทางใหม่ในทุก ๆ วัน มาตอนนี้ก็ถึงเวลาของซิงเกิลที่นับเป็นหนึ่งในถนนสายดนตรีจากเขา Call Me ซิงเกิลประเดิม EP ในอนาคตอันใกล้นามว่า Don’t Wanna Lose “U” 

Call Me อีกหนึ่งเพลงรักเศร้าที่นับเป็นอีกหนึ่งเพลงรอสายจากเธอคนนั้นที่เข้าหูถูกใจได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟัง อีกหนึ่งซับเซ็ตของความทรมานจากการรอหลังจากความสัมพันธ์นั้นได้จบลงไป ความพยายามเข้มแข็งจากภายนอกที่ทุกคนมองเห็น แต่ลึก ๆ ภายในใจยังคงเปราะบางเพราะความคิดถึง จึงเป็นที่มาของการพยายามย้ำว่า ‘โทรมาได้เลยนะ ตอนไหนก็ได้ เรายังรอ’ แต่ความเศร้าในเนื้อหาไม่ได้พาให้เราดำดิ่งจนฟูมฟาย เพราะซาวด์ที่เป็นอัลเทอร์เนทีฟ-ป็อป ผสมกลิ่นอายอาร์แอนด์บีมันโอบอุ้มให้เรายังคงอยู่ในความรู้สึกที่ทุกอย่างดูยังคอนโทรลได้อยู่ มีบีตและซาวด์สังเคราะห์หลาย ๆ จุดที่ทำให้เรารู้สึกสว่างมาก ๆ เหมือนอ้าแขนรอให้เธอกลับมา แล้วถ้าเธอกลับมากระโจนใส่อ้อมกอดนี้ เราก็จะยืนยิ้มรอรับแบบนี้เลยที่เรารู้สึกว่ามันเป็นเสน่ห์ของเพลงจาก ELEVEN มาก ๆ ชื่นชมจาวและโปรดิวเซอร์อย่าง Varis ที่มอบเพลงเพราะให้กับคนฟังเพิ่มอีกหนึ่งเพลง ซึ่งอีกหนึ่งความพิเศษในเพลงนี้คือตัวมิวสิกวิดีโอที่จาวลงมือตัดต่อและเกรดดิ้งด้วยตัวเองทั้งหมด ไม่ธรรมดาเลย เชียร์ให้ทุกคนได้ดูมิวสิกวิดิโอรักหวาน ๆ แต่เจ็บหัวใจแบบไม่รู้ตัวไปด้วยกัน

หวังว่าการเดินทางครั้งใหม่ของ ELEVEN ใน Call Me จะทำให้คุณได้เพื่อนใหม่เพิ่มไว้ในเพลย์ลิสต์ ขอฝาก ELEVEN และ EP ในอนาคตอันใกล้นี้ไว้ในใจล่วงหน้าเลยฮะ! ขอเป็นกำลังใจให้จาวด้วยคน ลุยยยย!

ฟังเพลงนี้บนฟังใจ

AOUJAIไม่มีเธอไม่มีเรา

หลังจาก ขอดาว ให้เธอกลับมาในซิงเกิลที่แล้วแต่ก็ดูจะยังไม่เป็นผล ผ่านไปราวสองควอเตอร์ AOUJAI ก็ได้กลับมาขอให้เธอคนนั้นกลับมาอีกครั้งด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ ใน ไม่มีเธอไม่มีเรา ซิงเกิลล่าสุด

ไม่มีเธอไม่มีเรา อคูสติก-โฟล์กที่ฟังเพลินจนหากไม่ได้ตั้งใจฟังเนื้อเพลงดี ๆ เราอาจไม่รู้เลยว่าเพลงนี้คือเพลงเศร้า แต่เนื้อเพลงยังคงความเจ็บปวดของการลาจากและเฝ้ารอที่แอดวานซ์ขึ้นไปอีกครั้ง เพราะมีความหวังในใจลึก ๆ ว่าอีกฝ่ายจะยังจำเรื่องราวระหว่างเราได้ แต่ถึงแม้สุดท้ายเธอจะไม่กลับมาจริง ๆ ก็จะยังตั้งใจคิดถึงเธอตามเดิม เพลงให้บรรยากาศเหมือนเราเพิ่งตื่นแล้วเปิดเพลงนี้ฟังเป็นเพลงแรกในวันที่แดดอุ่น ๆ ท้องฟ้าสดใส แต่ไม่ถึงสี่นาทีจากท้องฟ้าสดใสก็กลายเป็นฝนตกแล้วก็ได้แต่นั่งซึมกับตัวเองคนเดียว เสียงร้องที่จริงใจของ AOUJAI ส่งต่อความรู้สึกจากหัวใจถึงใครคนนั้นได้ดีมาก ๆ จะเศร้าก็เศร้าแหละ แต่ก็ดูจะยิ้มได้นิดหน่อยเหมือนเป็นเฝสที่กำลังร้องขอแต่ในใจก็ดูจะทำใจยอมรับกับการไม่กลับมาได้ประมาณหนึ่งเลยล่ะ

ขอดาวก็ยังไม่ได้ แล้วถ้าขอเธอในครั้งนี้แบบตรง ๆ เธอจะกลับมาไหมนะ? ขอฝาก ไม่มีเธอไม่มีเรา ซิงเกิลล่าสุดจาก AOUJAI ด้วยฮะ! หวังว่าจะกลับมามีกันและกันได้อีกครั้งนะ

ฟังเพลงนี้บนฟังใจ

Zee คนละครึ่ง

ยังคงอยู่กับ Breaking Down 101 EP จาก Zeedox ที่ส่งเพลงให้พวกเราได้ฟัง เศร้า และเข้าใจกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง คนละครึ่ง ก็นับเป็นซิงเกิลที่สี่ที่มาพร้อมสเตจแห่งความเศร้าที่เกิดเมื่อความรักเปลี่ยนสี

บรรยากาศของไซคีเดลิก-ร็อก ช่วงยุค 70s ผสมกับแอมเบียนต์ที่แวะเวียนมาให้สะกิดหู พาเราล่องไปกับตัวเพลงได้แบบชิลล์ ๆ ฟังได้เรื่อย ๆ มาเจอกับเนื้อหาที่ต้องตีความเพิ่มตามฉบับลายมือจากซีก็โอบอุ้มกันได้อย่างพอดี คนละครึ่ง เรื่องราวของคู่รักที่ไม่ว่าจะขยับความสัมพันธ์ไปไกลถึงจุดไหนแล้วก็อาจจะเคยได้พบกับทางแยกที่ไม่สามารถไปต่อได้ จะคู่แต่งงาน คู่รัก หรือคู่วัยรุ่นก็ตาม โดยซีเองได้เปรียบว่าทั้งสองคนได้ใช้ชีวิตร่วมกันไปแล้ว แต่เมื่อมีอีกฝ่ายถอดใจไม่พร้อมจะไปต่อ ก็เหมือนกับสีสองสีที่ถูกผสมจนเป็นสีใหม่ พอจะแยกให้กลับมาเป็นสีเดี่ยว ๆ แบบตอนแรกมันก็ไม่สามารถได้สีเดิมที่ตัวเองเคยเป็นได้ แล้วก็คิดต่อไปอีกขั้นว่าคนเรามันจะแบ่งอะไรก็แย่งกันได้ทั้งนั้นแหละ แต่สิ่งเดียวที่ไม่มีวันแบ่งให้เท่ากันได้ก็คือความรู้สึก เฉียบสมเป็นซีกวียุคใหม่จริง ๆ 

ตอนนี้ Breaking Down 101 ได้ปล่อยทั้ง 5 เพลงออกมาให้ฟังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “อยากให้ทุกคนไปลองฟังตั้งแต่เพลงแรกไปถึงเพลงสุดท้าย เพราะว่าจะมีท่อนเชื่อมระหว่างเพลง” ซีพูดถึง EP นี้ที่เราอยากชวนให้ทุกคนหยิบหูไปตามหากิมมิคที่ซีตั้งใจสร้างสรรค์เพลงทั้งห้านี้ด้วยกัน และก็ยังหวังว่าสีของทุกคนที่ถูกผสมไปจะเป็นสีที่ทนทานราวกับสีทาผนังบ้านยี่ห้อดังนะ! ขอฝาก คนละครึ่ง ที่ไม่ใช่โครงการโชว์ห่วย (ที่ไม่ใช่ร้านขายของชำ) แต่เป็นเพลงที่ควรค่าแก่การฟังไว้ด้วยฮะ 

ฟังเพลงนี้บนฟังใจ

 

Human Paradiseความจริง 101

Human Paradise  กลับมาอีกครั้งหลังจากชวนให้เราออกไปกล้า ออกไปซ่า ทำตามความรู้สึกกันให้เต็มที่กับ “ด้วยความเคารพอย่างสูง” เมื่อปีที่ผ่านมา กลับมาคราวนี้เขาพกเพลงที่จะช่วยให้เข้าใจและทำใจยอมรับเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตได้มากขึ้น กับการรับบทคุณครูครั้งแรกใน ความจริง 101

‘การจากลา’ หนึ่งวิชาพื้นฐานที่ไม่ได้สอนในโรงเรียน แต่ได้เจอแบบนับครั้งไม่ถ้วนในชีวิตจริง และไม่ว่ามันจะมาในรูปแบบใดก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ เป็นดั่งหมุดหมายที่ทุกคนต้องเจอแม้จะไม่ได้อยากเจอก็ตาม ซึ่งหากเราได้เรียนรู้ เข้าใจและยอมรับมันได้จริง ๆ ก็คงจะอยู่ต่อไปได้โดยที่ไม่ทรมานมากนัก Human Paradise ถ่ายทอดเพลงนี้ออกมาได้เข้มข้นแต่ก็นุ่มหูในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าซาวด์จะผาดโผนเพียงใดก็ยังฟังเพลินแบบได้เสมอ ซ้ำยังทำงานกับลึก ๆ ในใจของหลาย ๆ คนเสียด้วย เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ความจริง 101 นอกจากเป็นวิชาที่นับเป็นพื้บฐานในชีวิตแล้ว ก็ยังเป็นบทเพลงที่ทำให้เราได้ทำความรู้จักกับ Human Paradise ผ่านมุมมองจากเรื่องเล่าได้มากขึ้นไปกว่าสองเพลงแรกจริง ๆ เชื่อว่าระหว่างทางต่อจากนี้ ไปจนถึงปลายทางของพวกเขาจะต้องมีผลงานที่สนุกหูแต่ทำให้เราเข้าใจชีวิตได้มากกว่านี้อีกเพียบแน่นอน

เรียนรู้ชีวิตทีละนิด ๆ จากความที่เจ็บปวดที่ต้องเจอ ไปพร้อม ๆ กันกับ Human Paradise นะ ขอฝาก ความจริง 101 ไว้ด้วยฮะ!

ฟังเพลงนี้บนฟังใจ

 

Deptหยุดสักที

ลบภาพเพลงเศร้าชวนน้ำตาท่วมจอไปได้เลย เพราะคราวนี้เบนซ์และลุคจะมาพาให้ทุกคนลืมความเศร้าแบบตะโกน! ผ่านซาวด์ที่สาแก่ใจคนฟัง ในซิงเกิลล่าสุด หยุดสักที

ใครจะรู้ว่าชื่อเพลงที่วงเล็บภาษาอังกฤษไว้ว่า COLA นั้นจะมาจากการที่เบนซ์​ (ร้องนำ) เสพติดการดื่มน้ำดำมากจนเป็นโรคกระเพาะ เขาจึงต้องหยุดดื่มมันไปเพื่อให้อาการดีขึ้น ซึ่งก็เป็นที่มาที่นำมาเปรียบกับเรื่องราวความรักของคนทั่วไป เพราะหลาย ๆ ครั้งที่เรารู้สึกรักใครสักคน เรามักจะรู้สึกว่าไม่มีทางที่เราจะอยู่ได้เลยถ้าขาดเขาไป แต่เรากลับมองข้ามเรื่องสำคัญอีกอย่างที่ว่าในหลาย ๆ ครั้งความรักนั้นก็มอบเพียงความเจ็บปวดและทรมานให้กับเราเพียงอย่างเดียวเลยด้วยซ้ำ หากลองคิดทบทวนดี ๆ ก็อาจจะพบว่า ในความเป็นจริงเราสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีกันและกันแล้วก็ได้นะ “หยุดสักที ไม่มีเธอคงไม่เป็นไร” แบบที่ในเพลงบอกไว้เลย

นอกจากท้าทาย Dept เองแล้ว เราว่าเพลงนี้ก็มอบสีสันใหม่ ๆ ให้แฟนเพลงได้มากทีเดียว บรรยากาศงานคอนเสิร์ตที่ชวนกระโดดประกอบกับมิวสิกวิดีโอที่มีนักแสดงกว่า 42 ชีวิต สลับกับความรู้สึกที่เมามายในความรักของนักแสดงนำทำให้รู้สึกราวกับกำลังได้รับพรว่า have a good trip ยังไงหยั่งงั้นกันเลยจริง ๆ ยิ่งได้เจอซาวด์ที่สาแก่หูเช่นนี้ก็ยิ่งอยากออกไปกระโดดในคอนเสิร์ต Dept ไว ๆ แล้ววววววววววว

ไม่ว่าอะไรก็ตามบนโลกนี้ ถ้ามันถึงเวลาที่ต้องหยุดมันก็ต้องหยุดจริง ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เชื่อว่าไม่น่าจะหยุดได้ง่าย ๆ ก็คือการฟังเพลงนี้นี่แหละ ขอฝาก หยุดสักที จากดูโอ้แห่งยุคไว้ในเพลย์ลิสต์แล้วเปิดวนแบบไม่มีหยุดกันด้วยฮะ!

ฟังเพลงนี้บนฟังใจ

tie a tieDancing Flowers

จากปี 2021 เราได้รู้จักกับดูโอ้คู่หนึ่งที่เริ่มต้นทำเพลงกันในโฮมสตูเล็ก ๆ ที่เป็นห้องนอน ด้วยความคิดว่าแค่อยากมีเพลงเป็นของตัวเอง จึงเริ่มต้นทำโปรเจกต์เล็ก ๆ ขึ้นมานามว่า tie a tie พร้อมส่งอัลบั้มแรก SOFT SERVE ที่ทำเอาคิดถึงพวกเขาทุกครั้งที่เห็นมะเขือเทศสีแดง ๆ อยู่ร่ำไป มาถึงควอเตอร์ที่สามของปี 2022 แล้วพวกเขากลับมาพร้อมกับสีสันใหม่ที่จะมาชวนทุกคนเต้นรำไปด้วยกันใน Dancing Flowers ซิงเกิลแรกจากอัลบั้มที่สองของเมฆและเอี๊ยดนั่นเอง!

Dancing Flowers เพลงรักหวานฉ่ำฝันหวานถึงความรักที่จะมีกันและกัน เติบโตไปด้วยกัน และไม่มีวันแยกจาก ราวกับดอกไม้ที่กำลังพลิ้วไหว ณ ทุ่งดอกไม้อันงดงาม เมโลดี้อ่อนหวาน เสียงร้องชวนฝัน บรรยากาศงานเต้นรำกลางทุ่งดอกไม้ที่เต็มไปด้วยดนตรีวอลซ์ ทำเอาหัวใจฟูและรับรู้ได้ถึงความรักที่อบอวลตลอดสามนาทีนี้ ถึงของสมกับเป็น tie a tie เพราะขนาดที่ละหูไปฟังเพลงอื่นยากพอตัวเลย เหมือนได้รับบัตรเชิญไปงานเต้นรำนี้ ถึงแม้จะยังกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะขยับเข้าฟลอร์ไปเต้นรำ แต่ก็ตั้งใจชมความงดงามของคู่อื่น ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบเพลงจริง ๆ หากมีโอกาสได้ถูกค้นพบ เพลงนี้จะต้องอยู่ในเพลย์ลิสต์ของหลาย ๆ คนโดยที่ยากจะกดลบแน่นอน

เหมือนได้พบกับมะเขือเทศที่แดงก่ำกระแทกตาเพราะความสดใหม่จาก tie a tie ที่ทำเอาเราเซอร์ไพรส์และตกหลุมรักกับ Dancing Flowers แบบถอนตัวไม่ขึ้น ขอฝากซิงเกิลล่าสุดจากอัลบั้มที่สองของพวกเขาในอนาคตด้วยนะฮะ! ขอให้ทุกคนได้พบความรักที่สุขใจนะ

ฟังเพลงนี้บนฟังใจ

 

ฟังไร รวมเพลงใหม่น่าฟัง ต้อนรับเดือนกรกฎาคม 2022

Facebook Comments

Next:


Donratcharat

นัท ปีนี้พูดกับคนน้อยลงแล้ว เพราะหันไปพูดกับหมามากขึ้น ยังคงรอวันได้กลับไปวิ่งเล่นในคอนเสิร์ตทุกชั่วขณะจิต