Article ระเห็ดเตร็ดเตร่

ร้องตามเพลงฮิตไปพร้อมกับพวกเขาในคอนเสิร์ต Cocktail เล่นด้วยหัวใจเสมอมา

  • Story and photos by Phongpatch Thanattrai

14 กรกฎาคม 2561

ตั้งแต่ได้เข้าไปในฮอลแล้วเห็นเวทีแบบที่ยังมืดอยู่ก็รู้สึกได้ถึงความอลังการของคอนเสิร์ตเลย ว่าโปรดักชันมันต้องสุดยอดมากแน่ ๆ ทุกคนรอคอยการเปิดตัวอย่างอลังการ สิ้นสุดเพลงสรรเสริญพระบารมี เสียงบรรเลงจากวงออเคสตราก็ส่งเพลง พบพาน มาให้เราได้ฟังกัน ผู้คนต่างพากันส่งเสียงด้วยความตื่นเต้น ไม่นานนักสมาชิกวงแต่ละคนก็ทยอยขึ้นมาบนเวที จนเพลงแรกที่เราชอบมากอย่าง สาวเซี่ยงไฮ้ ได้เริ่มบรรเลงขึ้น ทุกคนต่างพากันร้องอย่างสุดเสียง ต่อด้วยเพลงเร็วที่หนักแน่นอีกสองเพลงอย่าง ดาราดับแสง และ โปรดฟังอีกครั้ง หลังจากนั้นเวทีก็เริ่มมืดลง ภาพที่เราเห็นคือพี่โอมได้ถูกสแตนยกตัวขึ้นไปสูงจากเวทีประมาณ 6 เมตรได้ และมีพระจันทร์อยู่ข้างหลัง แน่นอนว่ามันคือเพลง งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งเล่นกับออเคสตราเต็มวงกันเลยทีเดียว

Cocktail

พอมาถึงช่วงคั่นกันบ้าง พี่โอนขอให้ทางคนดูเปิดไฟมือถือแล้วร้องเพลงเก่าเพลงนึงไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเพลงโปรดของเรานั่นก็คือ เวลา ต่อด้วยเพลงล่าสุดจาก Project Play 2 อย่าง สวัสดีเจ้า ที่หยิบเพลงของ ลานนา คัมมินส์ มาทำใหม่ และผู้ชมก็ต้องฮือฮากับการที่วงนำเพลงเก่ามาก ๆ มา arrange ใหม่จนซับซ้อนขึ้นมาก และเป็นเวอร์ชันที่โยกกันหัวหลุดไปเลย ยังไม่พอ มาปลดปล่อยความเศร้ากันต่อกับเพลง น้ำตาสุดท้าย เรียกได้ว่าโยกกันทั้งน้ำตาเลยล่ะ

สิ้นสุดเพลง VTR ตัวหนึ่งก็ได้เปิดขึ้นก่อนเข้าเพลงที่มีเนื้อหากินใจ ชวนให้ค้นหาคำตอบชีวิตอย่าง ปราถนาสิ่งใดฤๅ ต่อด้วยเพลงล่าสุดอย่าง เงาของเมื่อวาน ที่เพิ่งปล่อยมาหมาด ๆ ตอนนั้นเราซัดเบียร์ช้างไปประมาณ 3 แก้วใหญ่ได้ ก็ต้องยอมรับว่าจำอะไรไม่ค่อยจะได้ แต่เพลงต่อไปก็ดึงสติเรากลับมาทันที เพราะมันคือเพลงที่มีความหลังกับเรามาก นั่นคือ คู่ชีวิต หลาย ๆ คนที่มากับแฟนคงจะได้โอกาสบอกรักแฟนกับในเพลงนี้ เสียดายที่เราไม่มีกับเค้ามั่งเนอะ อ้ะแง TT ต่อด้วยเพลงรักที่ชวนให้รู้สึกมีความหวังอย่าง กาลเวลาพิสูจน์คน ซึ่งในเพลงนี้ แขกรับเชิญคนแรกอย่างพี่หนุ่ม กะลา ก็ได้ขึ้นมาร่วมแจมด้วย แต่แล้วพี่หนุ่มก็จัดหนักต่อด้วยเพลง แม่ (ภาค 2) ทำเอายังปรับอารมณ์ไม่ทัน ซึ่งจริง ๆ เพลงนี้เราก็ฝึกเล่นฝึกร้องมาตั้งแต่เด็ก ๆ เหมือนกัน ต่อกันอีกด้วยเพลง เป็นแฟนกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ซึ่งบอกเลยว่าชวนให้นึกถึงวัยประถมของเรามาก เป็นช่วงที่น่าประทับใจจริง ๆ

แสงเวทีได้มืดลง แต่เราเห็นได้ว่ามีเวทีเล็กอยู่ข้าง ๆ ที่ที่เรายืนอยู่ และสมาชิกทุกคนก็ได้เดินขึ้นไปพร้อมกับชุดขาวใน acoustic session เสียงวงออเคสตรามาเป็น interlude ก่อนจะยกเพลงที่เราไม่ค่อยจะได้ฟังเท่าไหร่อย่าง วัย ขึ้นมาบรรเลง ต่อด้วย คิดถึงฉันหรือเปล่า ชีวิต ในสายตาเธอ และปิดท้ายด้วย ริษยา เพลงเดียวจากอัลบั้ม The Lords of Misery

กลับกันมาที่เวทีใหญ่ เพลงที่ทุกคนรอคอยก็ได้มาถึง แถมยังถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ในเวอร์ชันออเคสตรานั่นคือเพลง เธอ นั่นเอง แขกรับเชิญคนที่สองอย่าง Palmy ได้ร่วมขึ้นมาร้องด้วย งานนี้คนดูกรี๊ดกันสนั่นลั่นฮอล เราที่มึน ๆ อยู่ยังสร่างอีกรอบเลย แถมด้วยเพลงฮิตเด็กยุค 2000 ตลอดกาลอย่าง คิดมาก เป็นการปิดโชว์ของพี่มี่ไป ต่อกันด้วยเพลงลึกสักหน่อยอีกเพลงอย่าง อาจเพราะ และเพื่อไม่ให้เสียชื่อหน้ากากหอยนางรม พี่โอมก็ได้ร้อง หมดห่วง เอาใจแฟน ๆ The Mask Singer ซักหน่อย หลังจากที่แฟน ๆ ฟินกันไปกับหอยนางรมของเรา ถึงเวลาที่พี่โอมจะเรียกน้ำตาให้กับทุกคนที่เคยมีความรักที่เจ็บมา และไม่อยากรักใครอีกเลย อินโทรเพลง โปรดเถิดรัก ได้เริ่มบรรเลงขึ้น น้ำตาเราคลอแบบไม่รู้ตัว แต่สุดท้าย เราก็คงทำได้แค่ปล่อยมันไปดั่งเพลงต่อไป นั่นก็คือ ช่างมัน ที่ทำให้เราได้คิดอะไรหลาย ๆ อย่างไปกับเพลง

เมื่ออินโทรเพลง ข้าน้อยสมควรตาย ได้เริ่มบรรเลงขึ้น เราก็รู้เลยว่าถึงเวลาสำหรับแขกรับเชิญคนที่ 3 แล้ว นั่นจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก พี่เจ๋ง Big Ass นั่นเอง ทุกคนที่นั่งอยู่ต่างลุกขึ้นมาและใส่กันสุด ๆ พี่เจ๋งยังไม่ยอมลง จัดหนักต่ออีกเพลงด้วยเพลง อย่างน้อย ถึงว่าเป็นภาพที่น่าจดจำมาก ๆ เลยทีเดียว มาต่อกันที่เพลงสุดเฟี้ยวและเราชอบมากอย่าง ทำดีไม่เคยจำ ซึ่งเล่นเอาโยกไม่ถูกกันเลยทีเดียว กลับมากับหน้ากากหอยนางรมอีกรอบ โดยเพลงที่เลือกนำมาร้องในช่วงท้าย ๆ คือ ตราบธุลีดิน นั่นเอง จนมาถึงเพลงที่ทำให้เรารู้จัก Cocktail อย่าง ฉันร้องไห้เป็นหมื่นครั้งเพื่อมาเจอเธอ ที่เล่นพร้อมกับวงออเคสตรากันเลยทีเดียว

มาถึงช่วงสุดท้ายกันแล้ว เพลงที่เราอยากจะฟังไปร้องไห้ไปก็ได้มาถึงจนได้ เธอทำฉันเสียใจ ได้ถูกบรรเลงขึ้น ทำเอาเราเองก็อินจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่เหมือนกัน เราดื่มด่ำไปกับมันมากซะจนเพื่อนมาถามว่า ‘มึงเป็นอะไรปะวะ’ พอจบเพลง ปาดน้ำตาเสร็จ เราก็พร้อมที่จะกอดคอเพื่อนกระโดดไปกับเพลงสุดท้ายที่เชื่อว่าคนร้องกันได้อย่างประเทศอย่าง คุกเข่า ทุกคนในฮอลร้องลั่นกันสุดเสียง เสียงกระโดดดังพอ ๆ กับเสียงกระเดื่องจากพี่ฟิลลิปส์มือกลองเลยทีเดียว หลังจบโชว์ สมาชิกวงทุกคนก็ออกมาขอบคุณ และสร้างภาพที่ประทับใจให้มากเลยแหละ

สำหรับเรา Cocktail เป็นหนึ่งในวงที่เป็นความทรงจำในช่วงม.ปลายและเชื่อว่านักดนตรีทุกคนต้องเคยผ่านการเล่นเพลงของพวกเขามาก่อน บวกกับการที่เราชอบเอกลักษณ์ของเสียงเครื่องสายอยู่แล้ว คอนเสิร์ตนี้เหมือนทำให้เราได้หลุดไปอยู่อีกโลกนึกที่เป็นแดนแห่งความฝันเลยล่ะ ทั้งโปรดักชัน แสง สี เสียง ตัวเพลง โชว์ และที่สำคัญ พี่ ๆ Cocktail ทำได้เยี่ยมมากครับ จะติดตามต่อไปอย่างแน่นอนคร้าบบบ

Facebook Comments

Next: