mold-your-mind

ระเห็ดเตร็ดเตร่

ปลุกจิตปั้นใจหล่อหลอมหัวใจไปกับ Melody of nowhere ในงาน “mold your mind” Concert

  • Writer: Nataporn Roajnusorn

mold your mind งานจาก Melody from nowhere ที่ชวนพวกเรามาปลุกจิตปั้นใจหล่อหลอมหัวใจอีกครั้งไปกับ Stoondio, Dylan and John (เดือนจงมั่นคง) และ JINTA พร้อมประติมากรเซรามิกอย่าง Flowers in the VaseMoldna เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มาทบทวนบรรยากาศที่เกิดขึ้น และหลอมหัวใจให้แข็งแรงอีกครั้งไปด้วยกัน

mold-your-mind-register

mold your mind

เป็นงานที่เริ่มไวพอตัว ตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ 16:00 น. ณ โต๊ะลงทะเบียนมีแจกโปสการ์ดให้กับคนที่มาร่วมงาน

mold-your-mind-2อากาศในงานเป็นโดมกีฬาซึ่งค่อนข้างร้อน คุณผู้ฟังนั่งบนลานสเกตบอร์ด งานนี้จุคนกว่า 200 ชีวิต บ้างก็เอาเก้าอี้ camping มานั่ง บ้างก็เอาสัตว์เลี้ยงเข้ามา ใครที่เดินไปมาก็จะเห็นน้องหมาน้องแมว น่ารักน่าเอ็นดู น้อง ๆ ถูกดูแลอย่างดีไม่มีการรบกวนคุณผู้ฟังท่านอื่น ๆ เลย มีแต่คนเข้าไปเล่น ไปทักทายน้อง ๆ

mold-your-mind-peeps

ก่อน Stoondio วงหลักในคืนนี้จะขึ้นเล่น เราก็ได้พบกับ na t. จาก JINTA และ Dylan and John มาแสดงดนตรีสดให้เราฟังอยู่อีกฝั่งของลานสเก็ตบอร์ดอีกด้วย

และแล้วก็ถึงเวลาที่ Stoondio ขึ้นโชว์ ตูนเล่นเพลงแรก ลำพัง ก่อนที่จะทักทายทุกคน แล้วต่ออีกสองเพลงโปรด สุญญากาศ และ UNTITLED 001 ซึ่งเพลงนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นเพลงแรกที่ลงในระบบเพลงบนฟังใจเลยด้วย หลังจากเล่นไปได้สามเพลงตูนก็แซวตัวเองว่า เล่นเก๊กแบบเท่ ๆ ได้แค่ไม่กี่เพลงหรอก เพลงต่อ ๆ ไปก็หลุดแล้ว ระหว่างที่ร้องบางเพลงก็มีคอรัสจากสมาชิกในวงให้ฟังแบบเต็ม ๆ หรือบางเพลงเราก็จะได้ยินเสียงแฟนเพลงร้องคลอไปตลอดทั้งเพลง ซึ่งตูนขนเพลงมาทั้งหมด 12 เพลงด้วยกัน แต่ทุกสองหรือสามเพลงก็จะชวนคุย หรือไม่ก็ชวนทุกคนร้องไปด้วยกันอีกด้วย ถือว่าพักเหนื่อยไปในตัว เข้าสู่เพลงที่สี่ แธม เป็นเพลงที่ตั้งใจแต่งมาให้ใครบางคน ซ้ำยังเป็นเพลงที่เคยนำไปเสนอทางค่ายเพลงอีกด้วย ถึงจะไม่ได้ฟีดแบ็คกลับมา ก็ดีใจที่วันนี้ทุกคนรู้จักและให้การยอมรับกับเพลง ๆ นี้ ต่อด้วย กระจกเงา ที่ถูกแต่งมามอบให้แด่มูลนิธิกระจกเงาโดยเฉพาะ ตามมาติด ๆ กับ ไม่ต้องคิดเลย และ It’s doesn’t matter how old you are. เพลงที่ได้ร่วมงานกับ Suntur ก่อนเล่นเพลงนี้ตูนถามพวกเราว่า “ทำไมสัตว์เลี้ยง อย่างน้องหมา น้องแมว ถึงรักเราได้ขนาดนี้” เมื่อพี่ตูนตอบก็ทำให้เราคิดได้ เพราะเขามีเวลาชีวิตที่สั้นกว่าเราไง และพวกเขาก็มีแค่เรา เพราะฉะนั้นเขาก็เลยทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับเรา รักเราซื่อสัตย์กับเรา ไว้ใจ ให้อภัยทุกอย่าง คอยปกป้องเรา เล่นเป็นเพื่อนเรายาวเราเหงา หรือแม้กระทั่งอยู่ข้างเราเวลาเราเศร้า ถึงแม้ว่าวันนึงเขาจะไม่ได้อยู่กับเราแล้ว แต่ตอนพวกเขาอยู่กับเรา พวกเขาได้รักเราอย่างที่สุดแล้ว ทำเอาซึ้งและซึมไปเลยตาม ๆ กัน 

ตามติดมากับ กอด, Cleo, ยินดีที่ได้พบเธอ และเพลงท่ียังไม่ปล่อย แต่คาดว่าอีกไม่นานน่าจะได้ฟังกันที่ชื่อว่า Coming of age และเพลงสุดท้าย ขอบคุณ ก่อนจะแถมเพลงตามคำขอแฟน ๆ อย่าง Tinder ไปจนเพลงที่ได้เล่นไปแล้ว แต่กลับมาร้องอีกครั้งในเวอร์ชันที่สนุกสนานขึ้นจนลิงโลดกับแฟน ๆ ได้ ความน่ารักของเหล่าแฟนเพลงคือเรารับรู้ได้เลยว่าแฟนเพลงที่มาในวันนี้ติดตาม Stoondio มาตลอดจริง ๆ และจำทุกเพลงที่พวกเขาเล่นได้ทุกครั้ง เป็นบรรยากาศที่ไม่มีใครบอก แต่รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและเอาใจใส่มาก ๆ

บรรยากาศงานระหว่างที่เล่นเพลงเศร้าเราเหลือบไปเห็นคุณผู้ฟังชายหญิงคู่หนึ่งที่นั่งกอดตุ๊กตาเอาไว้หลาย ๆ ครั้งที่เราหันไปมอง มันจะมีแววตาของความเศร้าและสุขอยู่ในนั้น ทั้งสองเอามือก่ายตักซึ่งกันและกัน ทำให้เรารู้สึกว่าเพลงของ Stoondio ได้เติมเต็มความรู้สึกบางอย่างของผู้ฟังอย่างสุดหัวใจ

ตลอดการแสดงของ Stoondio จะมี เอิร์ธ จาก Flowers in the Vase คอยปั้นแจกันไปตามความคิดและเพลงที่เล่นอยู่  ตามธีมงาน mold your mind เรียกได้ว่าปั้นกันสด ๆ เริ่มจากก้อนดินเหนียวกันเลยทีเดียว ปั้นเสร็จหนึ่งผลงานก็จะเอาไปตั้งที่หน้าลานการแสดงของพี่ตูน แต่ละผลงานก็จะแตกต่างกัน บ้างก็บิดเบี้ยว บ้างก็สมส่วน เป็นตัวแทนของความคิดที่ว่าคนเราไม่ได้สมบูรณ์แบบตลอด มีกันบ้างที่เราความคิดเราเป็นใหญ่ แต่บางครั้งมันก็ดูเล็กมาก ๆ ทำให้ดูคอนเสิร์ตแล้วก็คิดตามไปว่าไม่มีอะไรที่แน่นอน ความคิดเรามันเปลี่ยนแปลงตลอด ต่อให้เราจะคิดเหมือนเดิม แต่ผลลัพธ์มันอาจจะแตกต่างจากเดิมก็ได้ เมื่อความเพลิดเพลินระหว่างคอนเสิร์ตได้จบ ผลงานงานปั้นของเอิร์ธก็ได้หยุดตามไป

สิริรวมแล้วปั้นออกมาได้เจ็ดผลงานดังรูป เปรียบเหมือนเป็นนัยบอกว่าเมื่องานเสร็จสิ้น เราก็ควรหยุดความคิดลงบ้าง ปล่อยตัวปล่อยใจ ผ่อนคลายอารมณ์และความคิดให้ตัวเองได้พัก และเมื่องานครั้งหน้ากลับมาใหม่ ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน เมื่อนั้นค่อยกลับมาปลุกความคิดและจิตใจกันอีกครั้งหนึ่ง

หลังจบงานทุกคนพร้อมเพรียงกันยืนและร้องเพลงตาม ปรบมือไปตามจังหวะเพลงคลอไปกับการอังกอร์ เพราะไม่อยากให้คอนเสิร์ตจบเลย จน Stoondio ก็ได้ร้องอังกอร์ให้ฟังกันทิ้งท้ายแบบจุใจ เรียกได้ว่า Melody of nowhere ‘mold your mind’ นับเป็นบรรยากาศชื่นมื่นในแบบที่ไม่ได้เห็นมานาน ทุกคนที่ยืนฟังเต็มไปด้วยความยินดี และสุขใจ ไม่ว่าใคร ๆ ก็ใจฟูไปกับงานนี้จริง ๆ

 

Stoondio อธิบายช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ไว้อย่างปวดร้าว ใน ‘คนอื่นไกล’

Facebook Comments

Next:


Donratcharat

นัท ปีนี้พูดกับคนน้อยลงแล้ว เพราะหันไปพูดกับหมามากขึ้น ยังคงรอวันได้กลับไปวิ่งเล่นในคอนเสิร์ตทุกชั่วขณะจิต