Article ระเห็ดเตร็ดเตร่

#JAMnight Live! ย้อนฟังเพลงที่คิดถึงในโชว์น้อยแต่มากจาก Toro y Moi

เป็นอีกค่ำคืนที่เรารอคอย กับ #JAMnight Live! with Toro y Moi โดย Have You Heard? เจ้าเก่า ที่ทำให้ในที่สุดเราก็ได้ดูพี่ Chaz Bear หรือสมัยก่อนคือ Chaz Bundick ตัวเป็น ซักที นี่ถือว่าเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่ฟังมาแต่อ้อนแต่ออกเมื่อหลายปีก่อน ประมาณยุค chillwave รุ่งเรือง รุ่นราวคราวเดียวกับตอน Washed Out ฮิต แถว นั้นเลยทีเดียว (ไหนนับนิ้วซิ) โดยวงดนตรีที่มาร่วมเล่นในงานนี้คือ Gym and Swim ตัวจี๊ด tropical, synth pop ที่ไปตระเวนสร้างความประทับใจให้ทั้งชาวไทยและแฟน ทั่วเอเชียมาแล้ว (ต้องขออภัยมากพอดีติดภารกิจทำให้มาถึงช่วงท้ายของโชว์ไปแล้ว ฮือ)

ขณะที่เรารีบล่กมาถึงที่งาน เราก็จัดแจง Mother Trucker Burger ด้วยความหิวโหย กระดก Jameson โซดาซักแก้ว แล้วพุ่งเข้าไปแสตนบายรอ Toro Y Moi ขึ้นเวทีในเวลา 4 ทุ่มตรง ซึ่งการเริ่มโชว์ตรงเวลาแบบสุด ของผู้จัดนี้ยังทำให้เราประทับใจเสมอ เสียงเพลงที่เปิดคลอในฮอลเงียบลง สวนขึ้นมาด้วยเสียงเฮของคนดู และศิลปินก็ขึ้นมาประจำที่บนเวทีอย่างพร้อมเพียง

Toro Y Moi

ไฟวิบวับตื่นตาน้ำเงินเหลือบม่วง มาพร้อมกับเพลง Mirage จากอัลบั้ม Boo Boo ที่มีพาเล็ตสีแบบเดียวกับไฟไม่ผิด ความนูดิสโก้ กรูฟหน่วง เบสดรัมหนึบหนับกับซาวด์ซินธ์สุดล่องไหลทำให้โยกย้ายกันตั้งแต่เพลงแรก “How you guys doin’? It’s going to be a good fucking night.” Chaz พูดกับพวกเรา “We’re Toro Y Moi. It’s so good to be here.” แล้วส่งไม้ต่อเข้าเพลง Rose Quartz จากชุด Anything in Return ที่มีดนตรีแบบ chopped & screwed ตัดแปะ มินิมัล พ่วงด้วยบีตเพลงเฮาส์เท่ ทำให้เราย่ำเท้าตาม แล้วไฟในเพลงนี้สวยมาก คือมีสีแบบ rose quartz เลย มันคือแร่สีชมพูส้ม ออกพีช โอโรส อะไรประมาณนั้น ตอนท้ายเพลงก็เป็นไฟวิบวับตระการตาสุด ต่อด้วย No Show เพลงเหงา สะกดคนดูมาพร้อมกับไฟสีฟ้าสว่างกับซินธิไซเซอร์วิบวับตามสไตล์ซินธ์ป๊อป 80s จนกระทั่งเป็นเพลงกรูฟสนุก เบสมัน จากอัลบั้มล่าสุด Outer Peace กับ Ordinary Pleasure แค่เสียงคองก้าขึ้นคนก็เฮกันแล้ว โดยเพลงนี้ฉาบไปด้วยไฟสีส้มสวยมาก

แล้วเขาก็เปลี่ยนมู้ดกลับมาในสไตล์ไซคีเดลิก ฟังก์ ที่เราคิดถึงจากอัลบั้ม Underneath The Pine ในเพลง Still Sound ไลน์เบสโดดเด่นในเพลงนี้ทำให้แฟนเพลงร้องเฮ ก่อนจะกลับมาอัลบั้มล่าสุดในเพลง Laws of the Universe ที่มีท่อนนึงร้องแล้วนึกถึง Daft Punk is Playing at My House ของ LCD Soundsystem ซึ่งอันที่จริงแล้วในเนื้อเพลง Chaz ก็ได้แทนชื่อ James Murphy นักร้องนำของวงดังกล่าวเข้าไปแทนดาฟต์พังก์นั่นเอง ต่อด้วย Grown Up Calls เพลงช้าที่สดสวยด้วยไฟสีชมพูม่วง แม้ท่อนโซโล่จะมีซินธ์คีย์ที่แฉลบสูงขึ้นมานิดนึงแต่โดยรวมก็ยังเอาคนดูได้อยู่หมัด แล้วก็ตัดกลับมาที่ Monte Carlo แทร็คสุดท้ายของอัลบั้มล่าสุดที่คนได้ฟังตอนแรกก็เหวอกันหมดในความ autotune หนัก ฮิปฮอป new school กันสุด แบบที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจาก Toro Y Moi แต่สุดท้ายแล้วแฟนเพลงจะรุ่นเก่ารุ่นใหม่ก็โยกกันยับอยู่ดีในเพลงนี้ แล้วก็เป็นเพลง Fading จากชุดเดียวกันที่ต้องร้องตามในท่อน อู้วววว อย่างช่วยไม่ได้

จากนั้นเขาก็เล่นอีกเพลงฮิต Girl Like You กับความโรแมนติกสุด lo-fi chillwave r&b ซึ่งไลน์คีย์บอร์ดเท่มาก ซินธ์เบสก็สุดจะยวบยาบ หูฉ่ำเลยแม่ ก่อนจะขยับอัพบีตกันขึ้นมาในแทร็คเพลงเฮาส์เท่ Who I Am ที่ได้เห็น Chaz ลงไปเต้นเลื้อยยุกยิก บรรยากาศเหมือนอยู่ในคลับไปพักนึงเลยเพราะไฟก็สีสดใสซาบซ่าน แล้วจึงเป็น 50-50 กับ Say That ที่ยังคงมีไฟละลานตามาก ตามด้วย So Many Details โห อันนี้ไฟสวยมาก ๆๆๆ สีพีช ชมพู น่ารักมาก ซาวด์ซินธ์ลูปปั่น กับเบสที่หน่วงเล่นคลอล้อไปกับกลอง ท้ายเพลงอย่างนัว เท่สุดอะไรสุด ตามด้วยเพลง autotune จัด จากอัลบั้มใหม่ใน New House ที่มีเสียงเปียโนเล่นนำมา จังหวะที่มีไฟเขียวแว้บตัดเข้ามาเป็นระยะ ดีมาก พอนิวเฮาส์แล้วก็ต่อด้วย New Beat กันเลย นูดิสโก้เพลงโปรดของใครหลาย คนที่ฉาบไปด้วยไฟเขียว ฟ้า ชมพู ทำเอาเราเผลอตบมือเข้าจังหวะและโยกไปในสไตล์บูกี้สุดเพลิน แล้วก็เป็น Baby Drive it Down ตัดจากความโอลสคูลมานิวสคูลกันแบบนิ่ม ตัดเลี่ยนด้วยดนตรีสไตล์ tropical

ระหว่างเพลงเขาก็แนะนำสมาชิกวง โดยปิดท้ายด้วยตัวเขาเองว่า ‘I’m Chaz. Be careful’ คือพี่เล่นมุขอะไร ตล๊กกกก ฮ่า ก่อนจะกลับไปเล่นเพลงจาก Boo Boo ใน Labyrinth ความ chillwave, lo-fi ที่คิดถึงได้กลับมาอีกครั้งซินธิไซเซอร์ oriental สุดติดหูที่พอขึ้นมาแล้วรู้เลยว่าเพลงอะไร จนพี่ Chaz บอกว่าเพลงต่อไปเป็นเพลงสุดท้ายแล้ว รู้สึกว่าทุกอย่างผ่านไปไวมาก จนอินโทรของ Freelance ขึ้นมา เราก็ใส่พลังเฮือกสุดท้ายเต้นไปกับเพลงนี้ รวมถึงร้องท่อน เออะ ๆๆๆๆ ที่เป็นไวรัลอยู่พักนึงไปพร้อม กับเขา สนุกมาก สังเกตว่าไฟในเพลงนี้เป็นพาเล็ตแบบปกอัลบั้ม Outer Peace ด้วย

ไม่น่าเชื่อว่าเราจะได้ฟัง Toro Y Moi เล่น 19 เพลงให้ฟังแบบแทบจะไม่ให้หยุดพัก เต็มอิ่มทั้ง lighting สดสวยที่ทำให้โชว์สมบูรณ์ขึ้นอีกระดับ ใครที่คาดหวังเซ็ตอะคูสติกอาจจะเศร้ากันไปเพราะรอบนี้มีแค่เบส กลอง ซินธิไซเซอร์ และคีย์บอร์ดเท่านั้น แต่อย่าเพิ่งใจแป้ว เพราะต้องบอกว่าในความน้อยนี้พวกเขาก็สามารถดีไซน์โชว์ออกมาได้ครบถ้วน อิ่มหนำกำลังดีทีเดียวกับความเก๋าของนักดนตรีแต่ละคน โอ้ย มีความสุข ขอบคุณ Have You Heard? ที่ทำให้ฝันของชาวเราเป็นจริงกับโชว์ดี โชว์นี้ ไว้เดี๋ยวไปลุยกันต่อกับ Jordan Rakei, Julie Byrne, The Japanese House, Kyle Dixon & Michael Stein รวมถึงเฟสติวัลยิ่งใหญ่ที่เรารอคอย Maho Rasop Festival อีกไม่กี่อึดใจ!

Facebook Comments

Next: