Inspirative Inertia, Pt.1

Article Story

ศึกษาความเฉื่อยในจิตใจและอารมณ์ของเรากับ Inspirative ผ่านอัลบั้มล่าสุด ‘Inertia, Pt.1’

  • Writer: Peerapong Kaewthae

บางคนอาจเคยได้ยินคำว่า ‘ความเฉื่อย’ จากตำราเรียนสมัยเด็ก ๆ เราอาจรู้จักมันในฐานะของหนึ่งในกฎของนิวตัน ที่อธิบายการเคลื่อนไหวอย่างมีเหตุมีผล บางคนจำมันในฐานะคำตอบที่อาจทำให้เราไม่สอบตก แต่จะมีซักกี่คนที่เข้าใจมันอย่างแท้จริง ว่าความเฉื่อยไม่ได้เป็นแค่คุณสมบัติที่อยู่แต่ในวัตถุเท่านั้น แต่มันอาจอยู่ในใจของเรา อยู่ในความฝันของเราด้วย บางคนเหมือนถูกความเศร้าหม่องท้อแท้มากดทับเอาไว้ กลายเป็นมวลหนาแน่นไม่อาจเคลื่อนไหว รอเพียงแรงกระทำใด ๆ เข้ามาปะทะเพื่อให้ตัวเองสามารถก้าวต่อไปได้

Inertia, Pt.1 คืออัลบั้มใหม่ล่าสุดจาก Inspirative วงโพสต์ร็อกสัญชาติไทยที่พวกเรารัก พวกเขาใส่มนต์ขลังลงไปในไลน์กีตาร์อันน่าสะพรึง จังหวะกลองที่หนักแน่นดุดัน ทุกเมโลดี้อันเยือกเย็นมีความโกรธเกรี้ยวถูกสอดแทรกไว้ พาอารมณ์ของเราให้ล่องลอยหายลับไปในความมืดหลังเปลือกตา สร้างบรรยากาศอันน่าขนลุกและผ่อนคลายในเวลาเดียวกันให้กับคนฟังได้ทุกขณะ ในอัลบั้มนี้พวกเขายังพาคำว่าโพสต์ร็อกไปไกลกว่าที่คาดหวังไว้ เราสัมผัสได้ถึงความคมคายของดนตรีที่นุ่มนวลขึ้น บางเพลงก็มีจังหวะจะโคนของความเป็นงานบรรเลงไปเลย หลังจากกดฟังไปแค่เพลงเดียว เราก็ต้องปล่อยไหลไปเรื่อย ๆ ตามอารมณ์จนหมดอัลบั้ม พวกเขาก็ยังคงมีความรุนแรงที่น่าหลงใหลอยู่เหมือนเดิม ลองมาตั้งใจฟังทีละแทร็คกันเลยดีกว่า

Impossible Backwards

สายลมและเสียงคลื่นเหมือนกำลังอาบหูเราอย่างช้า ๆ ก่อนกีตาร์รีเวิร์บจะคืบคลานเข้ามาอย่างช้า ๆ เหมือนความทรงจำที่ค่อย ๆ กลืนกินเราทั้งเป็น กลายเป็นความรู้สึกผิดที่ไม่อาจกลับไปแก้ไขอะไรได้

Will We Meet Again

สานต่อ outro ของเพลงแรกในทันทีด้วยเสียงกลองอันดุดันที่ค่อย ๆ ย่างกลายขึ้นมา เครื่องดนตรีทุกชิ้นก็ผงาดขึ้นมาพร้อมกันโดยมีกีตาร์ที่แผดเสียงอย่างอ่อนล้าสร้างอารมณ์คะนึงหา เปียโนหวานอมขมก็ร่ายรำอยู่ข้างหลัง นำพาให้เมโลดี้เศร้า ๆ ให้ตรงเข้าถึงใจเราอย่างรุนแรง ครึ่งหลังก็มีท่อนดรอปให้กีตาร์ได้ระบายความในใจถึงใครซักคน ก่อนเปียโนจะเข้ามาเติมให้ล่องลอยพร้อมจังหวะกลองแน่น ๆ ช่วยกันเร่งอารมณ์ให้ค่อย ๆ แรงขึ้นและเลือนลางออกไปกับเสียงกีตาร์ชวนหดหู่

Station of Midway

ลูปเสียงกีตาร์ที่เป็นเมโลดี้ชวนฉงน ทำไมเหมือนเคยได้ยินแต่ก็จำไม่ได้ แทรกด้วยเสียงสัญญาณภายในรถให้หนึ่งถึงเหตุการณ์ที่ผ่านไปนานจนจำรายละเอียดไม่ได้ เปียโนเข้ามาเน้นให้แต่คีย์ของกีตาร์มีพลังขึ้น แต่กีตาร์ก็ถูกขยี้อย่างเดือดดาลฟาดเข้ามาพร้อมกลองและรีเวิร์บกีตาร์อันกราดเกรี้ยว ปลดปล่อยอารมณ์อันคุกรุ่นในใจออกมากับจังหวะชวนโยกหัว สลัดความทรงจำอันคลุมเครือออกไปเหลือไว้เพียงอารมณ์โมโหที่ตกค้างมาจากกาลก่อน

Basket Count, One Throw

กีตาร์ค่อย ๆ คลี่คลายตัวเองออกมาท่ามกลางความลึกลับ มีกีตาร์อีกตัวคอยขยี้อารมณ์อันเคลือบแคลงใจ เติมกลองจังหวะเท่ ๆ เข้ามาเสริม เปียโนเข้ามาสร้างบรรยากาศให้ยิ่งแน่ใจ ค่อยตบด้วยเสียงกีตาร์หวานใส ชวนปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกในใจออกไปดัง ๆ อย่าเก็บไว้คนเดียว การไล่คีย์ที่ชวนฟังทำให้มีความมั่นใจและผ่อนคลายขึ้น ฟังแล้วอยากจะตะโกนออกมาดัง ๆ ช่วงท้ายก็ทิ้งดรอปแล้วปล่อยให้เปียโนวูบวาบไปมาในหูของเราอย่างสวยงาม

สิ่งที่เหลือไว้

เปียโนโดดเด้งไปมาท่ามกลางไลน์กีตาร์ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นมากับฉาบ พร่างพรายไปมารอบหัวเราไปหมด ฟาดเข้ามาด้วยสำเนียงกีตาร์เหงา ๆ ก่อนจะคร่ำครวญถึงการจากลาที่ไม่อยากเรียกร้องอะไร แต่ความทรงจำที่เหลือไว้มันยังคงเบ่งบานเติบโตอย่างสวยงามอยู่ในใจเราตลอด แม้เนื้อเพลงจะงดงามจนสะกดเราอยู่ทันทีที่ได้ฟัง แต่พาร์ตดนตรีก็ไม่น้อยหน้า เสียงกีตาร์ชวนเคลิ้บเคลิ้มหล่อเลี้ยงจิตใจที่บอบช้ำอย่างอ่อนโยน ท่อนโซโล่นี่เผลอหลับตาแล้วนึกถึงความสัมพันธ์ครั้งเก่า ๆ ของตัวเองทันที

Loneliest Ocean

ชวนฟังเสียงคลื่นที่กระทบฝั่ง ก่อนจะพาเราด่ำดิ่งลงไปใต้มหาสมุทรที่ลึกลับพร้อมเสียงเปียโนอันขมขื่นลงไปกับเราด้วย ยิ่งฟังไปเรื่อย ๆ รู้สึกได้เลยว่ามันลึกและอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีใคร มีแต่แรงดันน้ำที่อัดอัดหัวใจน้อย ๆ ของเราเอาไว้ มีเพียงเสียงออแกนที่คอยปลอบประโลมเราเท่านั้น ยิ่งเราลงลึกไปในเมโลดี้เหล่านี้เท่าไหร่ เราก็ยิ่งห่างไกลจากความอบอุ่นรอบตัวมากขึ้น ก่อนจะจมหายไปในทะเลอันไร้ก้นบึ้งของ outro

Beach Road Lights

เสียงกีตาร์อันก้องกังวานน่าฟังค่อย ๆ ประกอบตัวเองขึ้นมากับกีตาร์อีกตัวหนึ่งและจังหวะกลองสนุก ๆ เหมือนวิ่งออกไปตามริมหาดตอนเช้าวันใหม่ พกความหวังพร้อมเจอความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในวันต่อไป ดนตรีดูอบอุ่นกว่าทุกเพลงที่ฟังมา โดนใจมากตั้งแต่จังหวะรัวกลองแล้วเครื่องดนตรีทุกชิ้นก็ซัดกันนัวไปหมด ส่งต่อแรงกระทำที่ชวนขยับมวลในร่างกายทุกส่วนให้ลุกขึ้นมาใหม่ เสียงกีตาร์มันมีชีวิตชีวาสุด ๆ ต้องโยกหัวตามไปตลอดทั้งเพลง

พื้นที่ว่าง

กีตาร์โดดเด้งขึ้นมาน่าฟัง แต่โดนน้ำเสียงที่นุ่มนวลแย่งซีนไปซะก่อน กับการระบายความในใจถึงช่องว่างที่ไม่มีอะไรสามารถเติมเต็มได้ในใจ กีตาร์ทั้งสองตัวก็ค่อยผลักดันให้เนื้อเพลงยิ่งสวยงามขึ้นไปอีก ท่อนโซโล่แรกก็มินิมัลดี น้อยแต่อินถึงใจ สร้างบรรยากาศอันสับสนชวนหม่นหม่องใจ อยากตะโกนออกมาดัง ๆ ว่าเมื่อไหร่เราจะหาคำตอบเจอ ท่อนโซโล่สองก็จัดเต็มทิ้งท้ายให้สาแก่ใจทั้งกลอง กีตาร์ เปียโน เบส เหมือนกับจะระบายความอัดอั้นที่ไม่มีใครเข้าใจ ขยี้ด้วยไลน์กีตาร์โดนใจก่อนจะกดรีเวิร์บแล้วคำรามมันออกมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะ outro ออกไปอย่างอ่อนใจ

อัลบั้ม Inertia, Pt.1 หรือ ‘ความเฉื่อย’ ก็รู้สึกได้เลยว่าทุกเพลงในอัลบั้มนี้พูดถึงมวลความรู้สึกเราอย่างงดงาม ทั้งความลึกลับในอารมณ์อันไร้ทางออก หรือการดำดิ่งลงสู่ความทรงจำที่ไม่มีวันเคลื่อนไหวหรือก้าวออกไปได้อีก ยิ่งทำให้รู้สึกว่า Beach Road Lights มันคือเพลงที่อบอุ่นมาก ๆ ในความรู้สึกของเรา ต่อให้ร่างกายจะมีมวลเยอะขนาดไหน ดนตรีของพวกเขาต้องมีแรงกระทำได้อย่างรุนแรงจนต้องกอดอกแล้วโยกหัวตามได้แน่นอน ถ้าชอบฟังโพสต์ร็อก อัลบั้มนี้คือติดท็อปปีนี้แน่นอน แล้วถ้ายิ่งตั้งใจฟัง จะสัมผัสได้ถึงงานทดลองเมโลดี้ใหม่ ๆ หรือเชิดชูบทบาทของเปียโนมากขึ้น แถมยังตีความโพสต์ร็อกไปในทางที่น่าสนใจมาก ๆ ทั้งการสร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ที่น่าฟัง เห็นในชื่ออัลบั้มมีคำว่า Pt.1 ก็หวังว่าจะมี Pt.2 มาไว ๆ

อยากให้ทุกคนลองฟังด้วยตัวเองมาก ๆ พี่ ๆ ก็ใจดีลงอัลบั้มเต็มให้เราฟังบนฟังใจได้เลย ที่นี่ แต่ถ้าชอบมากก็อยากให้จับจองเป็นเจ้าของซีดีด้วย เพื่อสนับสนุนพี่ ๆ เขาต่อไป หรือไปเจอ Inspirative ได้ในงาน fungjailab2 EP.2 Black Magic 101 ไสยศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ซื้อบัตรได้ที่ > http://bit.ly/30AwRzd ไปฟังเพลงจากอัลบั้มนี้ด้วยกัน บอกเลยว่ามันจะเป็นโชว์ที่ดีที่สุดของวงแน่นอน

Facebook Comments

Next: