Article Interview

Starfish จากป๊อปอบอุ่นหัวใจ สู่ร็อกสไตล์ไอ้หนุ่มรถไถไฟลุก

  • Writer: Montipa Virojpan
  • Photo: Starfish

เมื่อเร็ว ๆ นี้พวกเขาเพิ่งส่งอัลบั้มชุดเต็มมาอยู่บนฟังใจ ไล่ฟังจนครบก็ถือว่าเซอร์ไพรส์เรามากที่วงป๊อปอบอุ่นละมุนหูจะผันตัวมาทำเพลงร็อกดุเดือดเลือดพล่านเข้มข้นขนาดนี้ ก็ได้เวลาที่เราจะชวนสมาชิก Superbaker มาพูดคุยกับเบื้องหลังโปรเจกต์เดือด Starfish ของพวกเขากัน

แรกเริ่มเดิมที Starfish คือโปรเจกต์เฉพาะกิจของ กอล์ฟ ฝน ปิง และ กั้ง จาก Superbaker ที่เกิดขึ้นมาจากการชักชวนไปเล่นที่งาน Dood ของ เมื่อย Scrubb ที่ทำกับเพื่อน ๆ โดยงานนี้มีโจทย์ว่าห้ามเล่นเพลงของ Superbaker ถ้าจะเล่นก็ต้องเล่นเป็นหน้า B แทน ซึ่งกอล์ฟคิดว่า ถ้าอย่างนั้นก็แต่งเพลงใหม่ไปเลยสิ แล้วทำทั้งทีก็เอาให้ต่างจากแนวเดิมไปเลย เพราะการทำแต่เพลงป๊อปมาตลอดสิบกว่าปีอาจจะเป็นอะไรที่จำเจสำหรับพวกเขาอยู่เหมือนกัน

ด้วยความที่สมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานการฟังเพลงมาจากร็อก ก็เลยตั้งใจทำเพลงร็อกเพื่อเล่นงานนี้โดยเฉพาะ รวมถึงตั้งชื่อวงใหม่ด้วยซะเลย

11416356_417100568491448_2787254285406335128_o

กอล์ฟ: ชื่อก่อนที่จะมาเป็น Starfish เยอะมาก มี Star Egg (ไข่ดาว) แต่มันดูจะน่ารักไป ผมเลยนึกถึงเรื่องที่ประหลาดที่สุดที่จะเอามาเป็นชื่อวง วงร็อกมันจะชื่อแปลก ๆ แบบ Death Cab for Cutie เลยนึกถึงเรื่องที่คุณปิงตอนเด็กเขาเผาห้องครัวตัวเอง เพราะเพื่อนที่โรงเรียนบ้านไฟไหม้ แล้วก็เรี่ยไรเงินช่วยเหลือกันก็ได้บ้านหลังใหม่ เขาก็เอาบ้าง เลยจะตั้งชื่อว่า I Burn My Kitchen แต่มันเขินเวลามานึกถึงตอนที่ดีเจหรือพิธีกรจะประกาศชื่อวงว่า พบกับ I Burn My Kitchen ครับ มันแบบ… แหม ซะเหลือเกิน เลยเอาชื่อที่มันง่ายดีกว่า

ปิง: ตอนเด็ก ๆ ผมบ้าไฟมาก คิดว่าไม้ขีดหนึ่งก้าน เอาไปทำอะไรกับรถมอเตอร์ไซค์ได้บ้าง ก็เปิดฝาแล้วเอาไม้ขีดไปใส่ แล้วระเบิด กับอีกอันพี่ชายชอบต่อโมเดล เราก็ว่าไม่เห็นสวยเลยว่ะ ต้องมีร่องรอยอารยธรรมบ้าง โดนระเบิดบ้าง ก็เลยเอาตะปูเผาไฟไปจิ้มปีกจรวดทะลุขึ้นมา ปรากฎว่าโดนเตะซี่โครงยับ แม่พาไปโรงบาลเลย (หัวเราะ)

กอล์ฟ: ผมว่าเรื่องนี้มันร็อกมาก แต่ก็ตัดไปดีกว่า เลยลองเสิร์ชว่าชื่อวงร็อกไทยมีอะไรบ้าง Slot Machine, Silly Fools ก็ง่าย ๆ ทั้งนั้น แล้วก็มานึกถึง Starfish ตอนนั้นผมอยู่สมอลรูมแล้วเขาจัด outing กัน ก็ไปเล่นน้ำทะเลกับคุณโย่ง Armchair คุณเจ Penguin Villa คุยกันว่าเรามาตั้งวงกันไหม แล้วใครหยิบอะไรได้จากทะเลก็จะเอาของสิ่งนั้นเป็นชื่อวง ผมจำไม่ได้ว่าใครล้วงไปเจอปลาดาวหนึ่งตัว เลยได้ชื่อ Starfish เนี่ยแหละ แต่หลังจาก outing ก็ไม่มีการทำอะไรเกิดขึ้น ทุกคนแยกย้าย สุดท้ายพอมาทำโปรเจกต์นี้เลยเอาชื่อนี้มาใช้ ไม่มีใครกังขาอะไร แต่พอมาเสิร์ชทีหลังก็ไปซ้ำกับวงอินดี้ยุโรป หรือเป็นชื่อเก่าของ Coldplay ด้วยซ้ำ แต่คิดว่าไม่เป็นไร เพราะเราก็ไม่ได้โกอินเตอร์อยู่แล้ว (หัวเราะ) 

11053629_472206099647561_4957516132073400815_o

ด้วยความในบ้านเราไม่ค่อยมีวงที่เป็นสมาชิกชุดเดียวกันแล้วเปลี่ยนทั้งชื่อและแนวเพลงมาทำเป็นวงใหม่ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของวง Starfish ที่เราเห็นกันได้ชัดและทำให้หลายคนสนใจ ด้วยความประหลาดใจที่ไม่คิดว่า Superbaker จะมีด้านร็อก ๆ กับเขาด้วย จากกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ชมในงานแรก Starfish จึงตัดสินใจจะหางานแสดงให้บ่อยขึ้นแม้จะได้ชื่อว่าเป็นวงหน้าใหม่ เพราะทั้งสี่รู้สึกว่าไม่เคยได้รับพลังงานความสนุกของการเล่นสดแบบนี้มาก่อน และตั้งใจทำเพลงร็อกจริงจังออกมาเรื่อย ๆ จนกลายมาเป็นอัลบั้มเต็ม Burokuta ที่ปล่อยออกมาให้ได้ฟังกันแล้ว ณ ขณะนี้ 

กอล์ฟ: ตอนแรกเรายังไม่คิดเลยเถิดไปถึงขั้นจะทำอัลบั้มด้วยครับ คิดว่าแต่งไปเรื่อย ๆ เพื่อเล่นงานพวกนี้ แต่ยิ่งแต่งก็ยิ่งมา แล้วมันสนุกขึ้นเรื่อย ๆ งั้นเราก็ทำอัลบั้มเถอะ ยุคนี้โปรดักชันก็ไม่แพงอยู่แล้ว แค่ลงขันกัน หาพันธมิตรต่าง ๆ ช่วย ไปขอคุณป๊อก Stylish Nonsense เล่น เขาจัดงานชื่อ Intern Rock เป็นร็อกฝึกงาน ประมาณสองปีที่แล้ว ที่ Fatty’s Bar and Diner ผมชอบชื่องานมากเพราะเราเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ผมเรียนรู้เสียงแตก ตอนจะซื้อเอฟเฟกต์กีตาร์ยังต้องถามทุกคนเลยว่าใช้อะไรกัน งานตามมหาลัยก็ไปเล่น ก็รู้สึกว่าเด็กเขาก็ตอบสนองดีนะ เลยเปิดเพจวงจริงจัง วงป๊อปของเราก็ยังอยู่ตรงนั้น แต่ทำอันนี้เราไม่ได้เกร็งหรือกดดันอะไรมาก เล่นมัน ๆ ได้และรู้สึกว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ถ้าทำ Superbaker จะต้องมาคิดว่า คำนี้มันโดนไหม สัมผัสใจคนหรือยัง แต่ Starfish คือสัมผัสใจเราก่อน ได้ยินเสียงแบบนี้ปุ๊บ เราจะตั้งชื่อว่าอะไร อย่างนั้นเลย

ความจริงแต่ละคนเล่นวงร็อกมาก่อน

ฝน: ใช่ค่ะ ก่อนมาเป็น Superbaker คือร็อกมาตลอด เคยอยู่ Monkey Pants ทำวงพังก์ ก่อนหน้าก็เคยอยู่วงหญิงล้วนชื่อวง Bite กับพี่จุ Abuse the Youth พี่บอล Scrubb เป็นคนที่ทำให้ฝนรู้จักคำว่า grunge เป็นครั้งแรก ซึ่งตอนนั้นเราแบบ กรันจ์คืออะไร (หัวเราะ) 

กอล์ฟ: มันมียุคนึงที่คนรุ่นเราจะรู้สึกว่าใครฟังหนักที่สุดชนะ ผมก็เคยแข่งกับเพื่อนเมื่อก่อน (ฝน:ไม่เห็นเคยแข่งเลย) ตอนแรกผมเริ่มจากฟังเพลงไทย พอถึงจุดนึงตอนเราเปลี่ยนโรงเรียนหรือเข้ามหาลัยก็จะมีเพื่อนนำเข้าเพลงฝรั่งเสมอ ก็เริ่มจากร็อก hair band Bon Jovi แล้วจะรู้สึกว่ามันหน่อมแน้มเกินไป จากนั้นมาก็เริ่มเจาะไปแนวที่หนักเรื่อย ๆ เป็น Guns N’ Roses ก็ยังไม่พอ ก็เริ่มวิ่งไปหา speed metal, thrash metal มันจะเป็นแบบ big four มี Slayer, Metallica, Megadeth แล้วก็ Anthrax กีตาร์ก็ซาวด์หนักขึ้น แล้วถึงจุด doom metal อะไร ผมก็เริ่มไม่ฟังแล้ว จบที่ Korn เลย แค่ nu metal ก็พอแล้ว แล้วก็เคยเล่นเพลงพวกนี้กับเพื่อน Nirvana นี่ก็เป็นอีกทางนึงที่เราก็สนใจ หรืออย่างกั้งนี่ไม่ต้องสืบเลย แค่ลุคก็ร็อกแล้ว ตอนเขามาก็เป็นแบบนี้เลย ซาวด์อินเตอร์สองกระเดื่อง วงชื่ออะไรนะ

กั้ง: มีวงทำกับเพื่อนครับ ชื่อ Silent Shore ทำเมโลดิกเมทัล ถ้าว่าง ๆ ก็ยังทำอยู่ครับ

ปิง: ผมไม่เคยมีวงร็อกเป็นเรื่องเป็นราวครับ แต่ว่าตอนเด็ก ๆ ผมก็บ้าเพลงร็อก จนผมมีกีตาร์ที่ร็อกมาก Ibanez Steve Vai เงี้ย (ฝน: ซึ่งเอามาเล่นกับ Superbaker นะคะ) ก็ฟังเพลงร็อกมาก่อนครับ

กอล์ฟ: แต่พอมาทำ Superbaker คือต่อมป๊อปที่เป็นพื้นฐานของเราอยู่แล้ว แต่พอทำมานานก็เบื่อเลยเปลี่ยนมาทำอีกแนว ซึ่งยุคนี้มันไม่มีกฎว่านักดนตรีต้องกี่ปีถึงจะเกษียณ เว้นระยะไปมีลูก จนลูกโต หรือทำงานอื่นแล้วกลับมาทำก็ได้ เพราะมีตังแล้วไม่กดดันด้วยซ้ำ ทำไมจะไม่ทำล่ะ เราเลยมาเป็นวงหน้าใหม่ ไปขอเขาเล่นใหม่ดีกว่า สนุกจะตาย

ฝน: เหมือนทำ Starfish ก็ได้กลับมาเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง

วิธีการทำงานของ Starfish ต่างกับตอนทำ Superbaker ยังไงบ้าง

กั้ง: เดิม Superbaker จะเริ่มที่พี่กอล์ฟ พี่ฝน ขึ้นเนื้อทำนองแล้วก็ทำดนตรีมาประมาณนึง พี่ฝนจะเป็นคนโปรแกรม แล้วมาให้วงฟัง จะเห็นภาพมาก่อนแล้ว แต่ตอนทำ Starfish เรา arrange ในห้องซ้อมเป็นหลัก พี่กอล์ฟอาจจะมาแค่ริฟฟ์หนึ่งอัน ชื่อเพลงชื่อนี้ ที่เหลือก็ใส่กันจนจบเพลง

ปิง: เวลาโซโล่กีตาร์จะมีโจทย์ อย่างเช่นเพลงงูหางกระดิ่ง เราต้องคิดถึงความตายเว่ย

กอล์ฟ: วิธีก็คือโยน ๆ กันไปแล้วตีความเอาว่าท่อนนี้ arrange ยังไงดี พาร์ตนี้ผมก็ต้องพึ่งประสบการณ์ร็อกของคุณกั้งด้วย ส่วนเนื้อเพลงทีแรกจะไม่สื่ออะไรเลย แค่จะให้อันนี้เป็นกลิ่นของความตาย ก็ให้ชื่องูหางกระดิ่ง แต่พอกลับมาดูตอนทำอัลบั้มเสร็จแล้ว ทุกเพลงมันมีที่มาหมด ก็ตกใจมากเหมือนกัน พอนึกไปนึกมาก็ อ๋อ อะไรก็ตามที่แต่งมาจากอินเนอร์เรา ยังไงมันก็ไม่มั่วแน่นอน ถึงใครจะไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร เพราะว่าของฝรั่ง เพลงร็อกเขาก็ไม่ได้เคลียร์ทุกเรื่องอยู่แล้ว ก็แล้วแต่คนฟัง ส่วนอัลบั้ม Burokuta ของ Starfish ไม่ได้เป็นสิ่งแรกที่เกิดขึ้นบนโลก เราทำเพลงมาจากคนที่เป็นนักฟังเพลง และโจทย์ของเราคือเป็นเพลงยุคตั้งแต่ 70s มา 90s แล้วเราก็เททุกอย่างที่เราฟังมาเขย่ารวมกัน ทุกเพลงมีที่มา เราอยากทำวงที่เราเล่นสนุก

ที่มาของชื่อ Burokuta

ฝน: มีอยู่วันนึงพี่ปิงทำหน้าดีใจตื่นเต้นมากมาเรียก พี่กอล์ฟ ๆ ไอ้เนี่ย ในเซเว่นโคตรอร่อยเลย เบอร์เกอร์หมูดำบุโรคุตะ!!! (หัวเราะ)

กอล์ฟ: คุณปิงเขาจะมีชุดความคิดที่คู่ขนานกับพวกเรา จะมีวิธีจำของเขา แต่ถึงพูดผิด ไปสั่งเขาก็หยิบให้ถูกอยู่ดี

กั้ง: เมื่ออาทิตย์ก่อนนี้เองครับ ผมไปเชสเตอร์กริลล์แล้วสั่งบุโรคุตะเหมือนกัน เพราะเราพูดชื่ออัลบั้มนี้บ่อยมากจนมันติดปาก ไม่รู้สึกว่ามันผิด

ฝน: ฝนหนักกว่าอีก ไปโพสต์ในเพจ Statfish ว่าอัลบั้มคุโรบุตะ แล้วมีคนมาแก้ว่า บุโรคุตะไม่ใช่หรอพี่ (หัวเราะ)

กอล์ฟ: สาเหตุที่เอาชื่อนี้คือเรื่องนึงมาจากคุณปิง กับลึก ๆ มันมาจากสิ่งที่ผมอยากทำมานานแล้วครับ เวลามีเพื่อนเราเป็นนักเขียนการ์ตูน เขาจะชอบเขียนเรื่องตัวเองลงไปเหมือนได้คุยกับตัวเอง อย่างคุณโตโต้ หัวแตงโม เขาก็จะวาดตัวเขาลงไป หรือ ตั้ม วิสุทธิ์ วาดตัวเขาลงไป ชื่ออัลบั้มก็น่าจะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวพวกเรา คนอื่นไม่รู้ไม่เป็นไร เป็น inside joke ถ้าเราแก่ไปแล้วมาดูก็จะนึกออกว่า อันนี้ปิงพูดผิด (หัวเราะ) ก็อยากบันทึกประวัติศาสตร์เรื่องนี้ไว้

อัลบั้มนี้ใช้เวลาทำงานนานไหม

ฝน: 2 ปีได้ คือขั้นตอนอัดกลองจะเร็วสุด ก่อนหน้านี้มีเพลงที่อัดมาอยู่แล้ว เหลือ 6 เพลงก็เลยจองห้องอัดวันเดียวแล้วลุยเลย พอได้กลองแล้วก็เหลือฝนกับพี่ปิง พี่ปิงก็อัดกับคุณกั้งไป ฝนจะขี้เกียจหน่อย วันไหนโดนจี้เยอะ ๆ ค่อยมาอัดเบส ส่วนกอล์ฟก็จะไปอัดร้อง อัดร้องเหมือนจะเร็ว แต่ก็ไม่เร็ว เนื่องจากมันต้องมีการตะเบ็ง ต้องให้ถึงโน้ตที่สูงที่สุดของเขาและต้องเสียงแตก ประมาณ 10 รอบเพราะจะเก็บให้เป๊ะ ตอนในห้องอัดสนุกมาก ตะโกนเข้าไป อ๊าก ๆๆๆ ยังไม่ถึงซักที ฝนก็บอก เอาอีก โหดอีก เอามาให้หมด (หัวเราะ) พอร้องไปซักพักท้าย ๆ เพลงเสียงจะหมด วันนึงจะได้แค่เพลงเดียว เคยวันนึงสองเพลง แต่ไม่ค่อยเวิร์ก กีตาร์ก็อัดวันละเพลง

กอล์ฟ: ถ้าเราไม่นับช่วงเวลาที่ทำแล้วเว้น ก็น่าจะประมาณสองเดือนได้ แต่พอมันไม่ได้กดดัน ใครว่างตอนไหนก็อัด เพราะทุกคนก็มีภารกิจอยู่แล้ว แล้วเราก็ไม่ได้คิดว่าจะออกตอนนั้นตอนนี้ แค่อยากให้ออกในงาน Cat Expo เฉย ๆ เพราะน่าจะมีกลุ่มของเรา และเนื่องจากมันเป็นของใหม่แนวใหม่ แต่มีคนมาตามซื้อจำนวนนึงเลย เพราะเราเปิดเพจมาก็มีลูกเพจประมาณสองพันกว่าคน สำหรับเราเยอะมาก เพราะเป็นแนวที่แฟนเพลงเก่าก็อกหัก แฟนเพลงใหม่อาจจะยังไม่รู้จัก ซึ่งเราก็รู้สึกว่ามันพอแล้ว ถ้าคนเหล่านี้ซื้อแผ่นเราจริง ๆ ส่วนเรื่องอัดร้อง ผมว่าอยากทำให้ดีกว่านี้ เลยพยายามติดต่อคุณบอย Lomosonic ว่าจะขอไปวิ่งด้วยอยู่

แล้วอย่างนี้ตอนเล่นสดไม่เสียงหายบ้างหรอ

กอล์ฟ: เล่นสดไม่ต้องเก็บให้เนียนมาก พวกเราคุย ๆ กันว่านักร้องเมืองนอกมีสองแบบ Soundgarden Chris Cornell แกก็ยืนเฉย ๆ เลยเพราะอยากปั้นให้เพราะที่สุด แต่น่าเบื่อ ถ้าเป็น Axl Rose ของ Guns N’ Roses จะวิ่งไปวิ่งมา เสียงสั่นได้ แต่ผมอยากเป็นอย่างหลังมากกว่า แต่ผมไม่ได้วิ่งนะ เราจะเน้นลูกบ้าและพลัง ไม่ต้องร้องเหมือนก็ได้ แค่เราขอเวลาพักระหว่างเพลงหน่อย

15977647_652060848328751_2782045165250635627_n

แฟนคลับที่มาฟัง Starfish เป็นกลุ่มเดียวกันกับ Superbaker หรือเปล่า

ฝน: ระยะแรก ๆ แฟนคลับก็มาจาก Superbaker ที่ทราบข่าวแล้วค่อนข้างโอเคกับแนวเพลงตอนที่เราเป็น Starfish แต่ว่ายุคหลังจะเป็นหน้าใหม่ เป็นคนที่ไม่ติดตาม Superbaker ก็มี แต่ว่ามาเพราะเพลง Starfish เลย คนที่รับไม่ได้เลยที่ตัดพ้อเลยว่าทำไมเราทำแบบนี้ก็มี แต่ว่าเกินครึ่งจะค่อนไปในทางตกใจแบบแง่บวกว่า เฮ้ย ทำแบบนี้ได้ด้วยหรอ

กอล์ฟ: แฟนเพลงบางคนเขาจะมาสารภาพว่าตอนแรกไม่ชอบ แต่ฟังไปฟังมามันก็ดีนะ เขาอาจจะไม่อินแหละแต่ก็ไม่ได้มาวิจารณ์อะไรตรง ๆ ซึ่งผมก็เข้าใจเขานะ ถ้าให้แบ่งเป็นเปอร์เซนต์ ตอนนี้ Starfish จะได้แฟนที่เป็นชาวร็อกมากขึ้น แฟนเพลง Superbaker ที่มีจิตใจร็อกก็มีเปอร์เซนต์น้อยหน่อย ส่วนแฟนเพลง Superbaker ที่ไม่ชอบ Starfish เลยก็มี ก็เข้าใจเขา

คิดว่าเพลงของ Starfish ต้องใช้เวลาย่อยกว่า Superbaker หรือเปล่า

กอล์ฟ: ต้องแยกส่วนนะ เพราะอยู่ดี ๆ เรามาใส่เสื้อวงร็อก มีหนวดขึ้นมา ถ้าแฟน Superbaker อาจจะต้องใช้เวลาเข้าใจ แต่เราไม่หยุดทำ Superbaker แน่ ๆ อย่างปีนี้เราก็จะปล่อยซิงเกิ้ลออกมา แล้วมันเพราะเหมือนเดิม ทุกอย่างมันก็จบ เขาก็จะรู้ว่า Starfish เป็นแค่อีกด้านนึง แล้วถ้าอีกฝั่งคุณเป็นทางร็อกอยู่แล้วก็ไม่ต้องย่อยเลย ถ้าคุณเปิดใจว่าเราไม่ใช่ Superbaker จะรู้สึกว่าเพลงเราง่าย เพราะสกิลเรามีเท่านี้ เราก็เล่นดื้อ ๆ โง่ ๆ ไป แต่เราจริงใจในความโง่ของเรา

ปิง: ก่อนหน้านี้เราก็มี Crossplay ของฟังใจ มันก็เป็นการพิสูจน์ว่ามันทำพร้อมกันได้ทั้งสองอย่าง เราใช้คนละต่อมทำเพลง

กอล์ฟ: ถ้าแฟน Superbaker จะรู้ว่าเรามีโปรเจกต์ที่ปล่อยไปด้วยอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าคุณตามเราจริงหรือเปล่า เช่น Crossplay ที่คัฟเวอร์เพลง แพ้ทอม ของ Summer Dress หรืออันที่เราทำกับค่าย WerkGang คัฟเวอร์เพลง เธอมากับฝน ของ เอ็กซ์ Surrond คือทางป๊อปเราก็ปล่อยไปเรื่อย ๆ อยู่แล้ว เราก็ไม่ได้เอาการร้องตะเบ็งไปร้องใน Superbaker ก็ยังละมุนละไมเหมือนเดิม หรือคัฟเวอร์เพลงพระราชนิพนธ์ ดวงใจกับความรัก ก็ใช้หมวดป๊อปในการทำ ก็นุ่มนวล ไม่มีเสียงแตกเข้ามารบกวน

วงร็อกแบบ Starfish แตกต่างจากคนอื่นยังไง

ปิง: ผมว่าความบ้าครับ

กอล์ฟ: เราไม่แน่ใจว่าเรียกว่าต่างหรือเปล่า เราแค่คิดว่าเราร็อกถึงหรือยังเฉย ๆ เพราะตอนเราทำ เราเกร็งมาก เราถามเพื่อนทุกคนที่อยู่วงร็อกว่า ได้เปล่าวะ ทุกคน approve หมดแค่นี้เราก็ดีใจแล้ว เราไม่ได้อยากต่างอะไร

ฝน: ถ้าต่างก็คือเบื้องหลังเคยทำป๊อปมาก่อน เพลงหวาน เพลงรัก เพลงซึ้งที่ทุกคนเคยฟังผ่านหูมาบ้าง แล้วอยู่ดี ๆ ก็พลิกหน้ามือเป็นหลังมือมาโหด ๆ เลย

กอล์ฟ: ตรงนี้น่าจะทำให้คนจำเราได้ แต่เราก็ไม่ได้อยากพึ่งเรื่องนี้ตลอดไป หน้าปกก็ไม่ได้มีชื่อเป็น Dark Superbaker แต่เป็นรูปหมาสองหัว เราอยากให้ข้ามเรื่องนี้เถอะ แค่เล่าว่าที่มาเป็นอย่างนี้ ให้งานมันเล่าตัวของมันเอง พอเราไม่มีโจทย์ว่าต้องปั้นอะไรเป็นซิงเกิ้ล ทุกอันก็มาจากสันดานดิบ เขียนอะไรก็ได้ เราอย่าหยาบคายก็พอ

กั้ง: ก็ไม่ได้คิดว่าต่างขนาดนั้น เอา element มาทำเอาสนุกมากกว่า แล้วจริง ๆ ที่คนสนใจมันอาจจะเป็นเพราะเป็นเพลงร็อกที่ไม่พูดเรื่องความรัก แต่ไปพูดอย่างอื่นไปเลย

สิ่งที่ยังขาดอยู่ในดนตรีร็อกสมัยนี้

กอล์ฟ: อันนี้ต้องเทียบกับวงเรานะ ผมคิดว่าร็อกยุคนี้มันมีเนื่องมาจากเทคโนโลยีตอนนี้ด้วยที่มาเร็ว วงก็กำเนิดได้เร็ว ซึ่งวงรุ่นใหม่ผมตื่นเต้นนะเวลาฟัง เพราะว่าเก่งด้วย เราตื่นเต้นกับวงอย่าง Bomb at Track หรือวงรุ่นเพื่อน ๆ อย่าง Degaruda ซึ่งเขาก็ทำกันมา แต่เขาไม่มีสปอตไลต์ไปฉาย เมื่อก่อนมันมีทีวีที่เป็นสื่อเดียวที่เข้าถึงทุกบ้าน ตอนนี้ทุกอย่างเกิดกันเป็นกลุ่มย่อย ๆ วงที่จะมีคนจำมันน้อยกว่า ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดอะไร หรือวงไซคีเดลิก สโตนเนอร์ร็อกอย่าง Superunknown เขาดีมาก รู้สึกดีที่มีวงแบบนี้อยู่ ถ้าถามว่าขาดอะไรไหม น่าจะเป็นที่วงการเพลงตอนนี้ขาดความใส่ใจระยะยาวในการที่จะพูดถึงวงวงนึงให้มาก ขาดสื่อตรงกลางที่คอยขับเคลื่อนวงการให้คนรู้จักเพชรเหล่านี้ ผมว่าน้อยมาก เนื่องจากสื่อดนตรีเฉพาะในไทยก็ตายไปเยอะ เมื่อก่อนนี้ผมจะอ่าน Music Express ประกอบกับมีอัลบั้มเพลง ผมจะได้รู้ ได้ขุดลึกถึงที่มาของอันนี้ ประวัติศาสตร์ของวงนี้คืออะไร แต่ตอนนี้มันไม่มี น่าจะเป็นเรื่องอุตสาหกรรมโดยรวมที่ทำให้วงต้องทำอย่างนี้มากกว่า เหมือน OK Go ที่ต้องทำ mv มากกว่าเพลง ส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบ แต่ก็เข้าใจเขา

ฝน: ฝนว่าไม่ขาดนะ เพราะ reference มันคือ YouTube อินเทอร์เน็ต วงเด็ก ๆ รุ่นใหม่ที่มามันจะมีทุกแนวเลย ไม่ว่าจะเก่ามาก ใหม่มาก มันไม่ขาด การที่จะจดจ่อกับวงใดวงนึงมันน้อยลงเพราะมีตัวเลือกเยอะมาก

กั้ง: ผมว่าแค่หลาย ๆ วงไม่ได้มีชื่อเสียงมากจนเป็นที่รู้จัก ผมว่ามันมีค่อนข้างครบหมด

แต่บางทีสื่อก็พยายามเผยแพร่วงลึก ๆ ไปแล้วเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้กระแสตอบรับที่ดีเท่าที่ควร

ฝน: มันน่าจะเหมือนกับการที่เราพิมพ์สเตตัสยาว ๆ คนมาไลค์สิบกว่าคน กับการโพสต์รูปอะไรก็ไม่รู้ คนมาไลค์ร้อยคน คือมันเป็นเรื่องของคนในยุคนี้แล้ว

กอล์ฟ: มันเป็นเทรนด์โลกครับ คนยุคนี้สมาธิสั้นลง ผมเพิ่งอ่านสัมภาษณ์ Moderndog ที่พี่ป๊อดบอกว่า ความเร็วในการจำวงวงนึงเท่ากับความเร็วในการเลื่อนนิ้วบนจอ ดังนั้นถ้าคนไม่สนใจก็อาจจะต้องเน้นเป็นกลุ่มเฉพาะ ส่วนวงร็อกรุ่นใหญ่ตอนนี้ที่จะดังได้ ผมว่าไม่มีนะ เพราะมันจะเป็นวงที่คาบเกี่ยวกับยุคที่มีทีวี เท่านั้นเอง จะมีใครขึ้นมาเปรี้ยง ๆ แบบแต่ก่อนอีกไหมยังไม่เจอ แต่กลับกันวงรุ่นใหญ่หลายวงที่มีสื่อยุคนั้นก็ยังได้ทัวร์อยู่ เช่น U2 และอีกอย่างที่พูดถูกเลยคือวัฒนธรรมการเสพดนตรีของบ้านเรามันฉาบฉวยมาก เพราะเขาไม่คิดว่าจะยอมจ่ายให้กับการซื้อค่าบัตรไปดูวงใหม่ ดูสิ่งที่เขาอยากจะพูดอะไร สนแค่ว่ารู้จักวงนี้ไหม แล้วจะรู้จักได้ไงถ้าไม่ไปฟังสิ่งใหม่ อยู่แต่กับสิ่งเก่า บทความ Billboard อันนึงเรื่องทำไมหลายวงไม่ sold out ในไทย ทั้งที่เป็นวงดังมาก Coldplay ก็ยัง Guns N’ Roses ก็ยัง คนเขาไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องที่โดนบังคับให้ต้องจ่ายตัง ซึ่งคนญี่ปุ่น สิงคโปร์ ยุโรปไม่ใช่ ถามผมว่าต้องโทษใครก็คงโทษใครไม่ได้ เพราะมันน่าจะเป็นโครงสร้างของประเทศที่ไม่ได้ให้ค่ากับศิลปะมากขนาดนั้น ก็ต้องสู้กันต่อไป แต่ถ้าถามว่ามีคนสนับสนุนไหม มีแน่นอน อย่าง Cat Expo เนี่ย แผ่นเราขายได้เยอะ ซึ่งเราตกใจมาก ผมกะว่าสองวัน 50 แผ่นเอง ซึ่งเราก็ไปนั่งขายเสื้อชิว ๆ จะได้รู้ว่าความจริงคืออะไรที่เราทำอันนี้ออกมา ประกฎว่าเขาก็มาสนับสนุนกัน โดยที่อาจจะไม่ได้ไลค์อะไรในเพจเรา ซึ่งเราคิดว่าการไม่ไลค์ไม่ได้แปลว่าเขาไม่สน มันยังมีอยู่ แค่ถ้าเราคาดหวังจะให้คนสนับสนุนเยอะกว่านี้ก็คงยาก

อีกข้อสังเกตคือทุกคนที่ฟังเพลงไม่ใช่ทุกคนที่ไปดูคอนเสิร์ต

กอล์ฟ: เห็ดสดน่าจะเจอปัญหานี้ใช่ไหม (หัวเราะ) กับคนไทยเนี่ย บางทีผมยังเป็นเลย ผมรู้ว่า Fuji Rock Festival มันดีมาก แต่เราก็ไม่อยากจะไปเบียดกับเขา เราก็ดู YouTube ที่มันคมพอ แล้วก็เดาบรรยากาศได้ มันยังไม่มีการยอมจ่ายตังไปนอกจากว่าเราจะเป็นนักฟังเพลงฮาร์ดคอร์จริง ๆ อันนั้นก็ต้องสู้กันต่อไป แต่ผมว่ามันน่าจะดีขึ้น เพราะ Starfish ขายได้ น่าจะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง จริง ๆ Cat Expo ปีนี้อัลบั้มขายดีเกือบทุกบูธ ซึ่งมันเหลือเชื่อมาก เพราะมันควรจะเป็นอย่างนี้ตั้งนานแล้ว อย่างปีที่แล้วก็เงียบ บางทีคนอาจจะมีอะไรที่ง้าง ๆ ว่าอยากเจออะไรใหม่ ๆ บางทีเขาอาจจะซื้อที่ปกทั้งที่ไม่รู้จักวงด้วยซ้ำ ซื้อมาเก็บไว้ก่อน ก็เป็นคุณค่าใหม่ที่น่าติดตาม อย่างเช่น ทำไมแผ่นเสียงถึงมา ทั้งที่มันเคยมาก่อนซีดี เทปคาสเซ็ตด้วยซ้ำ ทำไมยังอยู่ ผมว่ามันจะเริ่มมีกลุ่มที่อย่างนี้มันคูล มันเท่ แต่ก็ไม่ได้ผิดอะไร อย่างแฟนเพลง Starfish คนนึง ซื้อไปหลายวันยังไม่ได้ฟังเลย แต่เขาซื้อมาเพราะว่าเป็นสิ่งที่มาจากวงนี้ หรือบางคนซื้อแผ่นไปริปลง iTunes เขาเลย แล้วมาขอรูปปกชัด ๆ ไปใส่ ผมก็ยินดีให้เพราะรู้สึกว่าเจ๋งดี คือเขามองคุณค่าเป็นคุณค่าใหม่แล้ว มันไม่ใช่เครื่องมือเดียวที่ทำให้เขาฟังเพลงได้ก็จริง แต่มันคือแบรนด์ของวง แล้วกลับไปที่ความโอลสคูลด้วยซ้ำ มันก็ขัดแย้งกันอย่างสวยงาม กลับไปที่การต้องเล่นให้ดี อย่างเราไปเล่นที่ Play Yard เรามีแฟนเพลงที่ตามมาดูเพราะได้ยินว่ามัน เราเลยเล่นให้มันที่สุดถวายเลย ให้คนเขาอยากเดินมาซื้อแผ่น แล้วเราก็ขายแผ่นได้ มันกลับมาแล้ว อาจจะไม่มากอย่างที่คิด แต่ก็ว่าไม่ได้ว่าวงการดนตรีมันไม่ไปไหน เราเริ่มมีกลุ่มแล้ว แต่เราทำได้ดีพอหรือยัง แล้วการจะมาเกร็งว่าทำเพลงนี้ออกมาแล้วโดนไม่โดน ผมว่ามันน่าจะหมดไปได้แล้ว ทุกวงเป็นตัวเองแล้วปล่อยให้คนที่เขาชอบเหมือนเรามาฟังดีกว่า

15625697_640309216170581_6381107792911349046_o

คิดว่าในอนาคต Play Yard จะเป็นแบบ live house ในญี่ปุ่นได้ไหม

ฝน: เหมือนเขาก็พยายามจะผลักดันให้เป็นอย่างนั้นอยู่ เวลาจัดงานอีเวนต์อะไรก็ถ้าเป็นวงที่มีคนรู้จักอยู่แล้วก็พยายามจะให้เล่นเพลงหน้า B ฝนว่าดี แล้วตัววงก็ชอบด้วย เพราะเชื่อว่าวงดัง ๆ เขาก็น่าจะเบื่อเล่นเพลงที่ฮอตฮิต เขาก็อยากจะเล่นเพลงอื่นในอัลบั้ม ทุกเพลงฝนเชื่อว่าทุกคนตั้งใจฟัง อยากให้ทุกคนได้ฟัง มีการให้วงเล็ก ๆ มาออกอีเวนต์ คือรวมตัวกันสามสี่วงมาทำความรู้จักกัน

ปิง: อย่างคุณโบ๊ต (เจ้าของ Play Yard) เขาจะลงเพจเขาตลอดเลยว่าอยากให้วงไหนมาเล่น

กอล์ฟ: มันไม่ใช่ว่าวงการดนตรีจะดีได้ด้วยหน่วยไหน ต้องช่วยกัน K-pop ไม่ได้มาถึงแล้วดังเลย ตอนผมทำงานประจำกับค่ายเพลงหลายปีแล้วก็เห็นว่าวงเกาหลีเขาเริ่มดีขึ้น พูดง่าย ๆ ว่ารัฐบาลเขาเห็นค่าตรงนี้ ให้ทุนคนทำหนังให้ทำได้อย่างสากล ให้ทุนคนทำเพลง จริง ๆ แล้วเกาหลีใต้ตอนผมเด็กเนี่ยเท่าเรา ไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่น แต่อยู่ดี ๆ ก็มีวัฒนธรรมนี้ขึ้นมา มีหนังเกาหลีที่ไปได้รางวัล Old Boy ที่โดนเอาไปรีเมค ผมว่ามันน่าจะมาจากทุน ทุนมาจากไหนก็มาจากรัฐบาล ดังนั้นแล้วถ้าประเทศหรือหน่วยงานรัฐได้ช่วยหรือเห็นค่าของวัฒนธรรมมากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมใหญ่หรือย่อย หนังอินดี้หรืออะไรก็ตาม วงการมันก็น่าจะดีขึ้น ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องสเกลประเทศ แต่ว่าทุกวันนี้เนี่ย อยู่ได้เพราะเอกชน Play Yard ฟังใจ Cat Radio มันก็ยังอยู่ได้อยู่ แต่ผมก็คาดหวังให้รัฐบาลจะช่วยผมนะ ถ้าทำก็คงสนุกกว่านี้ เพราะหลายประเทศเขาเชื่อกันแล้วว่าสิ่งที่ทำให้ประเทศไปได้คือวัฒนธรรม คู่ไปกับเทคโนโลยี และการศึกษา อันนี้ก็อยากฝากไว้ด้วย

ปัญหาคือคนที่อยู่ในหน่วยงานที่สามารถเปลี่ยนสังคมได้ยังมองอยู่แค่ว่า วัฒนธรรมไทย คือของแท้พื้นบ้านดั้งเดิม

กั้ง: ใช่ เขาไม่มองว่าสิ่งที่อยู่ในปัจจุบันก็เป็นวัฒนธรรม

ปิง: อย่างการเอาเครื่องดนตรีที่หิ้วมาจากเมืองนอก ถูกจัดให้เป็นของฟุ่มเฟือย ให้เราเสียภาษีแพงขึ้น แต่จริง ๆ มันคือเครื่องมือทำมาหากินของคนคนนึง ซึ่งไม่น่าแพงถึงขนาดเก็บภาษีเยอะเหมือนรถยนต์ อุปกรณ์ศิลปะก็โดนเหมือนกัน

กอล์ฟ: แล้วสังเกตว่าวงเมืองนอกที่ดังเนี่ย บางคนเขาอายุ 18 มันไม่มีทางอัจฉริยะได้ แต่ว่าโครงสร้างของประเทศเขาดี เวลาไปเที่ยวเมืองนอกเราจะเห็นเลยว่าอะไรที่มันซัพพอร์ตศิลปะทุกด้านจะมีอยู่ตลอด พ่อแม่เขาก็ฟังเพลงพวกนี้มา หรือการบอกว่าอันนี้แมส ไม่แมส ผมว่าไร้สาระมาก ยิ่งความเป็นไทยเนี่ย แนวบางแนวก็ไม่ได้มาจากเรา หรือการเถียงว่ามหากาพย์ที่มาจากอินเดียแล้วมาเถียงว่าการเอามาทำซ้ำใหม่ทำให้ไม่เป็นไทย ผมก็ขำสิทั้งที่มันมาจากอินเดีย จริง ๆ แล้วความเป็นเราน่าจะเป็นการผสม ซึ่งยอมรับเถอะ แล้วจะได้ไปข้างหน้าได้ ผมไม่ได้เถียงว่าของเก่าไม่ดีนะ เราจะเป็นแบบญี่ปุ่นได้ไหมที่ของเก่ากับใหม่อยู่ด้วยกันได้ ถ้าไปทุกด้านมันก็จะเจริญ

ความฝันผมในแง่ทางโลก นี่ขโมยคำเพื่อนมาเลยนะ ผมอยากเป็นแค่พลเมืองคนนึงในประเทศที่พัฒนาแล้วสักครั้งในชีวิตก็พอ ไม่ขออะไรมาก แต่คงไม่ได้หรอก ดูจากข่าวแล้วก็ลาก่อน ก็สู้กันไปแบบนี้แหละ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

ฝน: เราไปที่อุเอโนะ ญี่ปุ่น เราจะไปเข้าพิพิธภัณฑ์ ทุกที่จะมีเด็ก ตั้งแต่อนุบาล ประถม เข้ามาทำการบ้าน เหมือนครูสั่งว่าให้ดูรูปแล้วเขียนว่าเห็นหรือรู้สึกอะไร คือมันป้อนมาแต่เด็ก แล้วเขาเห็นรูประดับโลกมาตั้งแต่อายุแค่นั้น เพราะฉะนั้นเขาจะเข้าใจศิลปะได้เร็ว

กอล์ฟ: ครูกับนักเรียนทำการบ้านเรื่องปิกัสโซ แต่ถ้าเด็กไทยทำงี้บ้างจะมีคำว่ากระแดะ ผมไม่เข้าใจคำว่ากระแดะ แล้วอะไรคือไม่กระแดะ คนไทยโดนคำนี้สกัดมากไปหน่อย ผมดูสารคดีของ Michael Moore มีตอนนึงพูดถึงฟินแลนด์ที่เป็นเมืองที่มีการศึกษาอันดับหนึ่งของโลก วัยรุ่นฟินแลนด์งงมากที่ทำไมวัยรุ่นอเมริกันคิดว่าบทกวีเป็นเรื่องกระแดะ ประเทศแบบนี้เขาจะไม่มองว่าอะไรกระแดะ เขาเปิดรับวัฒนธรรมทุกอย่าง เด็กจะรู้แล้วว่าชอบอะไรตั้งแต่เรียน อันนี้สำคัญ ผมเลยเลือกจะเป็นอาจารย์พิเศษด้วย เพราะอย่างน้อยเราก็ได้หมุนเฟืองเล็ก ๆ ของเรา อาจจะไม่ได้ผลเลย แต่ก็ไม่เป็นไร

ปิง: แต่ก็ยังดีนะเรายังได้เล่นดนตรีแบบที่เราชอบ

กอล์ฟ: คุณพาย ฟังใจ บอกว่าประเทศอย่างอินโดนิเซีย มาเลเซีย เขาก็ไม่ได้หลากหลายเท่าเรา เฟสติวัลบางทีก็ดื่มเหล้าไม่ได้เพราะเป็นข้อห้ามทางศาสนา เขาเลยสูบบุหรี่กันยับเลยตอนดู ดาร์กเหมือนกัน

ฝน: ได้ข่าวว่ามาเลเซียเล่นดนตรีได้ถึงแค่มหาลัย แล้วพอจบมา ออกมากทำงาน ส่วนใหญ่จะเลิกเล่น เพราะมันไม่สามารถเล่นไปด้วยทำงานไปด้วยได้ ถือว่าซีนดนตรีเรายังดี

กอล์ฟ: นั่นล่ะ ผมเลยมองว่าเรายังรอดได้ด้วยเอกชนไง อาจจะได้ไปดูเมืองนอกมาแล้วเห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง หรือมีอุดมการณ์ประมาณนึง ผมชื่นชมนะครับคุณพาย ฟังใจ หรือคุณโบ๊ท Play Yard เพราะเขามาจากคนที่ฟังเพลง แล้วพอเขาโตขึ้น เขามีกำลังก็ช่วยอุดรูตรงนั้นได้ ผมเชื่อว่ามันจะดีขึ้นด้วย ตราบใดที่รัฐไม่มองว่ามันอันตราย น่าจะดีครับ

อยากทำเพลงแนวอื่นบ้างไหม

กอล์ฟ: จริง ๆ ผมได้อิเล็กทรอนิกอยู่ ทำวงชื่อ NYTE กับเพื่อน เพียงแต่ว่าเขายังงานละเอียดอยู่ เขามิกซ์แล้วเขาต้องปั้นงานก่อน ผมก็รอไป อันนั้นก็เป็นอีกไซด์โปรเจกต์นึงที่ผมขอวงนี้แล้ว ทำเป็นโฟล์กครับชื่อ Folkgolf เพจคนไลค์ประมาณร้อยกว่าคน เพลงยังไม่มี ยังแต่งไม่ได้เพราะทำอะไรหลายอย่างพร้อมกันไม่ได้ ก็เลยรอให้ซา ๆ ก่อน ให้ Superbaker ออกซักชุดนึงแล้ว Folkgolf ค่อยมา เราก็ไม่ได้คิดจะทำเงินอยู่แล้ว คือพอได้ฟังเพลงโฟล์กคนอื่นแล้วอยากทำ ผมชอบคนที่ถือกีตาร์ตัวเดียวแล้วเล่าเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นคุณเป้ อารักษ์ Boy Imagine หรือฝรั่งหลายคน

ปิง: อยากลองทำดั๊บครับ ลองฟังมาก็อยากทำเป็นดั๊บผสม แต่ยังคิดไม่ออก

กั้ง: อยากทำเพลงบรรเลง คล้าย ๆ เพลงคลาสสิกครับ เปียโน เครื่องสาย เพราะผมฟังเพลงบรรเลงมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้วก็อยากลองทำอย่างนั้นบ้าง สนุก ๆ ครับ

ฝน: บอกได้เลยว่ายาก เพราะฝนรู้สึกว่าส่วนผสมของวงคือสมาชิก แล้วก็การที่จะหาคนที่ถุย ๆ อะไรไปแล้วเขาเข้าใจเรามันยากมาก แล้วฝนก็ขี้เกียจไปเริ่มศูนย์กับใคร ก็เอาแค่นี้พอแล้ว

ซิงเกิ้ลใหม่ของ Superbaker

กอล์ฟ: ตอนนี้อยู่ที่จะ arrange ยังไง เพราะเลือกจะมิกซ์เองแล้ว ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะทำไงดี พอได้ทำ Starfish ก็ติดในการทำอะไรใหม่ ๆ แต่จะไม่มีความร็อกในนั้นแน่นอน จริง ๆ ผมเคยแอบเล่นไปแล้วในช่วง แมวสด Cat Radio ที่ผมจัดอยู่ ก็ดูคนชอบอยู่นะ

Starfish จะมีงานไปเล่นที่ไหนอีกไหม

ฝน: มีที่เพชรบุรี วันที่ 18 มีนาคม ที่บ้านนายช่าง ก็เล่นกับวงน้อง ๆ เพื่อน ๆ หลาย ๆ วง คิดว่าน่าจะเดือดแน่นอน

กอล์ฟ: จริง ๆ เราเห็นพวกเทศกาลที่น่าไปเล่นเยอะมาก Keep on the Grass, Rock and Roll Come Back แต่เราไม่ทัน ไม่รู้จะติดต่อใคร แต่ตอนนี้เราเห็นแล้วว่าใครเป็นคนจัด ก็น่าจะได้เล่นงานพวกนั้นในที่สุด ก็อยากไปให้ทั่วครับ

15941330_652060808328755_6204762319313645798_n

ฝากผลงาน

กอล์ฟ: เรารู้สึกว่าเครื่องเราติดแล้ว เครื่องรถไถของเราติดแล้ว ผมจะทำอัลบั้มต่อไปแน่นอน ผมก็ไม่รู้ว่ามันดีหรือเปล่า แต่มันดีกับเรา แต่สำหรับแฟนเพลง Superbaker ก็ฝากด้วยว่า เราไม่ยุบวงแน่นอน เพราะว่ามันมีหลายทีที่ พอทำเสียงแตกมาก ๆ ก็นึกถึงความเพราะ Superbaker ก็เยียวยาผมได้ แล้วผมรู้สึกว่าการมาของ Joox ทำให้คนรู้จักเราเยอะขึ้นอีก ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีค่ายแล้ว ผมรู้สึกว่าเราต้องทำต่อไป เพลงเพลงนึงมันต้องใช้เวลาเดินทาง บางคนอาจจะมาเร็ว แต่ก็ไปเร็วเหมือนกัน บางวงอาจจะอยู่เป็นปี ผมก็จะทำ Superbaker คู่ Starfish ต่อไปเรื่อย ๆ อย่างนี้แหละครับ ขอฝากว่า ไม่ว่าจะเป็นแฟนพวกเราด้านร็อกหรือด้านป๊อปก็ตาม เราจะทำเพลงไปเรื่อย ๆ ไม่มีเกษียณครับ

รับฟังเพลงของ Starfish บนเว็บไซต์ฟังใจได้ ที่นี่

Facebook Comments

Next:


Montipa Virojpan

อิ๊ก เนิร์ดดนตรีที่เพิ่งกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นนักเขียนตอนอายุ 25 ชอบเดินเร็ว นอกจากขนมปังกับกาแฟดำแล้วก็สามารถกินไอศกรีมกับคราฟต์เบียร์แทนมื้อเช้าได้