ZIMOUN ASMR cover

Article Guru

ZIMOUN ผู้สร้างศิลปะผ่านสิ่งรอบตัวได้เรียบง่าย ชวนผ่อนคลายกับเสียง ASMR

  • Writer: Peerapong Kaewthae
  • Art Director: Karin Lertchaiprasert

Fungjaizine เคยแนะนำเรื่องเกี่ยว ASMR ไปหลายเรื่องแล้ว หลายคนอาจจะเข้าใจว่ามันคืออะไรมากขึ้น หรือขนาดเข้าถึงและรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้ลองฟัง ทุกวันนี้ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นศาสตร์ที่ใช้งานได้จริงและไม่ใช่แค่เรื่องของเทรนด์หรือการตลาดด้วย ไม่แปลกใจเลยที่ ASMR จะถูกหยิบไปใช้ในงานศิลปะใน ZIMOUN

ASMR บำบัดอารมณ์ความรู้สึกด้วยเสียงกระซิบให้เสียวซ่านไปทั้งสมอง

ฟังเพลงก่อนนอนช่วยให้หลับดีขึ้นจริงหรือ?

งานวิจัยยืนยัน! เนื้อเพลงจะอยู่ในหัวเราตลอดไป อัลไซเมอร์ก็เอามันไปไม่ได้

เราอยากแนะนำให้รู้จักงาน ZIMOUN ศิลปินจากสวิตเซอร์แลนด์ที่หลงใหลในสถาปัตยกรรม เครื่องยนต์กลไกและสนใจในเรื่องโครงสร้างของเสียง งานศิลปะจัดวางของเขาส่วนใหญ่จึงเป็นเครื่องกลที่เคลื่อนไหวแบบเรียบง่าย มินิมัล เป็นแพตเทิร์นที่น่าสนใจทั้งทางสายตา และสร้างคลื่นเสียงที่น่าสนใจทางหูอีกด้วย

เขามักหยิบฉวยของใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน มาทำศิลปะจัดวางที่สร้างประสบการณ์ชวนผ่อนคลายได้อย่างน่าประหลาด จากการใช้มอเตอร์เครื่องยนต์ต่อเข้ากับของทั่วไปเช่นแท่งไม้ กล่องกระดาษแข็งหรือฟอยล์ ควบคุมให้มันเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่งอย่างมีระบบ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นเสียงสำเนียงคีย์ต่ำที่ขยับตัวไปมาเบา ๆ สร้างชั้นบรรยากาศแห่งความชิล ไม่ว่าใครได้เดินผ่านหรือมายืนท่ามกลางสมรภูมิอันบ้าคลั่งของเครื่องมืออะนาล็อกนี้ จะพบการบำบัดที่หาที่ไหนไม่ได้เลยบนโลกใบนี้ ลองดูคลิปความยาว 23 นาทีของงานเกี่ยวกับเสียงทั้งหมดของเขาได้

งานของเขาได้รับการยอมรับและได้จัดในพิพิธภัณฑ์น้อยใหญ่ทั่วโลก โดยครั้งล่าสุดก็ได้จัดใน NYUAD Art Gallery เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  ซึ่งภัณฑารักษ์ของที่นี่ก็ชื่นชม ZIMOUN เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ส่วนสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจเลือกงานของเขามาจัดแสดงคือโปรเจก Leerraum ซึ่งแปลว่า ’empty space’ หรือ ‘ความว่างเปล่า’ ที่เขาร่วมมือกับศิลปินอีกเกือบ 50 ชีวิตจากหลากหลายสาขา มาถ่ายทอดดนตรีทดลองจากองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ช่วยกันสร้างขึ้นมา มันเป็นงานทดลองและผสมเทคนิคที่น่าสนใจมาก ๆ

เพราะความลึกลับของเสียงยังคงน่าค้นหาเสมอไม่ว่าจะมาจากแหล่งไหน อยู่ที่ใครจะค้นพบและสร้างมันขึ้นมาให้ทุกคนตราตรึงได้มากกว่ากัน

Facebook Comments

Next: